ข่าว

'หมวดเจี๊ยบ'ห่วง'สุเทพ'ปราศรัยขู่ครม.

'หมวดเจี๊ยบ'ห่วง'สุเทพ'ปราศรัยขู่ครม.

21 ก.ค. 2556

รองโฆษกรบ.ห่วง 'สุเทพ' ปราศรัยข่มขู่ความปลอดภัยครม. ชี้ยั่วยุอาจนำไปสู่ความรุนแรง ปัด 'รบ.' ทำบันทึกความเข้าใจฯ 'บีอาร์เอ็น'

 

                               21 ก.ค. 56  ร.ท.หญิง สุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองของทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวทีปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หรือการเคลื่อนไหวครั้งใหม่ของอดีตกลุ่ม 'พิทักษ์สยาม' แต่เป็นห่วงเรื่องการยั่วยุให้เกิดความรุนแรง โดยเฉพาะกรณี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อชีวิตของบุคคลในคณะรัฐบาลและครอบครัว บนเวทีปราศรัยของปชป. เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 56 ซึ่งทำให้สังคมเกิดความไม่สบายใจและไม่เห็นด้วย เนื่องจากอาจเป็นการยั่วยุให้เกิดความรุนแรงได้ ทั้งนี้ นายสุเทพ เองเป็นผู้ใหญ่และมีความอาวุโสทางการเมือง น่าจะรู้ดีว่าอะไรควรอะไรไม่ควร นายสุเทพ ย่อมต้องรู้ตัวเองดีว่า การพูดในลักษณะนี้มีความเหมาะสมหรือไม่ ทั้งนี้รัฐบาลอยากให้ทุกฝ่ายคิดถึงอนาคตของบ้านเมืองให้มาก และควรระมัดระวังให้มาก เวลาที่จะป้อนข้อมูลอะไรให้กับประชาชน อย่าไปมองว่าประชาชนเชื่อและศรัทธาตนเอง ก็เลยถือโอกาสล้างสมองประชาชนด้วยข้อมูลอันเป็นเท็จ หากประชาชนลุกขึ้นมาฆ่าฟันกันเพราะความเกลียดชัง พวกท่านจะรับผิดชอบอย่างไร

                               ทั้งนี้รัฐบาลเคารพสิทธิในการแสดงทางการเมืองของทุกกลุ่ม แต่ขอให้อยู่ในกรอบของกฎหมาย และอย่าใช้ความรุนแรง รวมทั้งอย่าใช้วิธีการนอกกติกาประชาธิปไตย ทั้งนี้ตราบใดที่ทุกฝ่ายยังเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ก็เชื่อว่า ต่อให้มีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร ก็จะมีทางออกสำหรับทุกปัญหา ดังนั้น ขอให้ทุกฝ่ายนึกถึงอนาคตของประเทศชาติให้มากๆ อย่ามัวแต่นึกถึงผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง

                               รองโฆษกรัฐบาล กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเรียกร้องทั้ง 6 ข้อ ของกลุ่มเสนาธิการร่วม กองทัพประชาชน นั้น รัฐบาลได้ยินและรับทราบความห่วงใยของท่านผู้อาวุโส ผ่านทางการเสนอข่าวของสื่อมวลชน แต่เห็นว่า ประเด็นต่างๆ ที่อยู่ในข้อเรียกร้องนั้น ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ซึ่งอาจเป็นเพราะท่านผู้อาวุโสทั้งหลายได้รับข้อมูลไม่ครบถ้วน จึงไม่เข้าใจเจตนารมย์ที่แท้จริงของรัฐบาล โดยเฉพาะประเด็นความจงรักภักดีนั้น ขอยืนยันว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยให้ความเคารพและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงสุด ส่วนเรื่องข้อกล่าวหาอื่นๆ นั้น เชื่อว่าหากทางกลุ่มเปิดใจรับฟังการชี้แจงของรัฐบาล ก็น่าคลายความกังวลเรื่องบ้านเมืองลงได้ เพราะประเด็นที่อยู่ในข้อเรียกร้องส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องเดิมๆ ที่มีการตอบโต้กันทางการเมืองอยู่ทุกวันอยู่แล้ว

 

 

ปัด 'รบ.' ทำบันทึกความเข้าใจฯ 'บีอาร์เอ็น'

 

                               ร.ท.หญิง สุณิสา ส่งข่าวเข้าเมลผู้สื่อข่าวถึงบันทึกความเข้าใจร่วมระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็น ตามที่นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุตย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอ้าง ว่า ได้ตรวจสอบกับ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แล้ว ขอยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ ไม่มีเอกสารเกี่ยวกับเรื่องบันทึกความเข้าใจร่วมของบีอาร์เอ็น ตามที่ส่งมาถึงฝ่ายไทยและฝ่ายไทยไม่ได้มีการลงนามในเอกสารใดๆ ทั้งสิ้น จึงขอให้นายชวนนท์ หยุดพูดจาบิดเบือนว่า ฝ่ายไทยรับทราบหรือลงนามในเอกสารใดๆ กับบีอาร์เอ็น ที่จะทำให้ประเทศไทยเสียประโยชน์ได้แล้ว

                               ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า ขณะนี้ ไทยและบีอาร์เอ็น อยู่ในกระบวนการพูดคุยเพื่อสร้างความไว้วางใจต่อกันเท่านั้น ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการเจรจาอย่างเป็นทางการ แม้ว่าจะยังไม่มีการเจรจา แต่กระบวนการพูดคุยก็อยู่ในสายตาของกระทรวงการต่างประเทศอยู่แล้ว เพราะเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศเป็นคณะทำงานในกลุ่มงานสร้างความเข้าใจ โดยมีหน้าที่สื่อสารให้องค์การ โอไอซี (OIC) รับทราบเรื่องการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ ดังนั้นการที่นายชวนนท์ อ้างว่าไม่มีเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศมีส่วนร่วมในการทำงานจึงเป็นการให้ข้อมูลเท็จ 

                               ร.ท.หญิง สุณิสา กล่าวว่า ขอให้นายชวนนท์ หยุดกล่าวหาว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้ลงมาดูแลปัญหาภาคใต้ด้วยตัวเองได้แล้ว เพราะความจริงนายกฯ เป็นผู้กำกับนโยบายสูงสุดทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการแแก้ปัญหาความไม่สงบภาคใต้ ทั้งในฐานะนายกฯและรมว.กลาโหม นอกจากนี้นายกฯ ยังเป็นประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กปต.) ด้วยตัวเอง และได้มอบนโยบายอย่างชัดเจนว่าให้แก้ปัญหาโดยยึดหลักสันติวิธี และยึดหลักนิติรัฐ นิติธรรม รวมทั้งต้องเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาและร่วมสร้างความเจริญและการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ ส่วนเรื่องยุทธวิธีก็เป็นหน้าที่ของกองอำนวยการรักษามั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน. ภาค 4 สน.) ซึ่งนายกฯ ก็เป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงในฐานะ ผอ.รมน. อยู่แล้ว ดังนั้น โฆษกพรรคประชาธิปัตย์จะมาอ้างว่า นายกฯ ไม่เข้ามาดูแลสั่งการเรื่องดับไฟใต้ได้อย่างไร

                               "แต่สิ่งที่รัฐบาลกังวล ก็คือ การที่โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสมเรียกกลุ่มบีอาร์เอ็นว่ากลุ่มโจร เนื่องจากสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นห่วงว่าอาจเป็นการสร้างเงื่อนไขความรุนแรงอย่างหนึ่ง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากคำพูดของนายชวนนท์ ในขณะที่ นายชวนนท์ อาจไม่ได้เดือดร้อนอะไร เพราะนั่งให้สัมภาษณ์อยู่ในห้องแอร์ใจกลางเมืองหลวง จึงขอให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลลูกพรรคให้ระมัดระวังการใช้คำพูดที่จะสร้างเงื่อนไขความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ด้วย เพราะจะเป็นการซ้ำเติมสถานการณ์ และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทั้งยังจะเป็นอุปสรรคในการทำงานของเจ้าหน้าที่"