
ส่งกำลังใจส่งจดหมายถึงตัวเอง
ส่งกำลังใจส่งจดหมายถึงตัวเอง : ไลฟ์สไตล์
แม้การส่งสารจากกระดาษจะได้รับความสำคัญน้อยลง เพราะมีเทคโนโลยีอันรวดเร็วมาแทนที่ แต่เสน่ห์ของกระบวนลำเลียงและการเรียบเรียงถ้อยคำในการเขียนยังไม่มีการวิธีการใดสวยงามเทียบเท่าได้ ล่าสุดแพรวสำนักพิมพ์ ในเครืออมรินทร์ หยิบเอาประโยชน์ของจดหมายในอีกมุมหนึ่ง มาเรียบเรียงเป็นเรื่องราวพาทุกคนไปพบกำลังใจดีๆ อย่างคาดไม่ถึง กับหนังสือเรื่อง "เดียร์ มี ด้วยรักจากอนาคต" โดย สธน ตันตราภรณ์ บรรณาธิการต้นฉบับ ผู้อำนวยการฝ่ายแฟชั่นนิตยสารลอฟฟิเชียล ที่ชักชวนเพื่อนพ้องเหล่าคนดังแต่ละแวดวงกว่า 38 คน มาเขียนจดหมายถึงตัวเองทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายที่ผ่านพ้นมา รวบรวมเป็นหนังสืออ่านง่ายๆ แต่ได้แรงใจให้สู้ชีวิต โดยจัดงานเปิดตัวพร้อมพูดคุยกับเจ้าของจดหมายในบางฉบับไปแล้ว บริเวณชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
ที่มาของโปรเจกท์นี้ หนุ่ม "ปืน" สธน บอกว่า มีโอกาสได้อ่านหนังสือที่รวบรวมข้อคิดของผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ ผ่านการเขียนจดหมายถึงตัวเอง เมื่ออ่านก็รู้สึกว่าเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึกที่ลึกซึ้ง และส่วนตัวได้ทำงานติดต่อสื่อสารกับบุคคลที่มีชื่อเสียง คนเก่งๆ มากมาย เลยลองมาดูว่าจะเป็นอย่างไรถ้าเราได้รู้จักเบื้องลึกเบื้องหลังของแต่ละคน ผ่านตัวเขาเอง มุมมองของเขาเอง และตัวอักษรของเขาเอง แบบนี้บ้างน่าจะเป็นการส่งผ่านกำลังใจและแรงบันดาลให้กันได้ดีเช่นกัน โดยใช้เวลา 2 ปีกว่าในการรวบรวมจดหมายของแต่ละคนส่งเข้ามา ทั้งเรื่องความรัก การเรียน การงาน ต่างๆ นอกจากนี้ยังจัดทำเป็นอีบุ๊กพร้อมให้ผู้อ่านได้เขียนจดหมายถึงตัวเองและแชร์ผ่านเป็นกำลังใจในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กได้ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าลิขสิทธิ์ทั้งหมดจะมอบให้มูลนิธิศูนย์พิทักษ์เด็ก เพื่อส่งกำลังใจฟื้นฟูน้องๆ ที่ผ่านเรื่องเลวร้ายในชีวิตต่อไป
ด้านผู้ร่วมถ่ายทอดแนวคิดอย่าง "โมเม" นภัสสร บุรณศิริ เล่าว่า เขียนจดหมายของตัวเองในช่วงเรียนมหาวิทยาลัย สาขาวิชาโฆษณา พอตอนฝึกงานกลับไม่ชอบสิ่งแวดล้อมของสิ่งที่เรียนมาเลย แม้ตอนนั้นจะมีอาชีพเป็นนักร้องอยู่ แต่ก็รู้สึกว่าเราไม่สามารถไปได้ตลอด ต้องหาความมั่นคงให้ตัวเอง เลยมีคำถามว่า จะทำอย่างไรต่อไป จะเลี้ยงตัวเองยังไง รู้สึกเคว้งคว้างมาก วันนี้เลยเขียนจดหมายถึงตัวเองว่า ตอนที่เห็นว่าชีวิตมืดมนให้รอสักพักก็จะมีทางออกเอง ถ้าจะให้ชีวิตดำเนินไปด้วยดีต้องทำสิ่งที่ตัวเองชอบและรัก อย่ามองว่า 4 ปีที่เรียนมาเป็นความล้มเหลว แต่ความจริงเราได้ทั้งสังคม ได้ความเข้าใจในทฤษฎีของการงานทุกวันนี้เราก็เอามาใช้ได้ การทำสิ่งที่รักอาจไม่ได้กำไรในตอนแรก แต่เราจะมีแรงมีกำลังใจลุกขึ้นทำทุกวัน แล้ววันหนึ่งก็จะได้รับการตอบแทนสิ่งดีๆ กลับมา ซึ่งกำลังใจที่ให้ตัวเองในจดหมายฉบับนี้ เชื่อว่าจะมีประโยชน์แก่น้องๆ วัยเรียนอีกหลายคนที่ยังหาตัวเองไม่เจอ
ปิดท้ายที่นักธุรกิจหนุ่ม "ทิม" พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่เขียนจดหมายถึงตัวเองตอนอายุ 12-13 ปี เป็นช่วงที่ชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ต้องไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ รู้สึกว่าอยากจะแหกกฎทุกอย่างที่ถูกสอนมาในประเทศไทย มีความทุกข์มากที่สุด เมื่อกลับมาเมืองไทยแล้วผู้ใหญ่ถามว่าโตขึ้นมาจะทำอะไร ในมุมของเด็กเราอึดอัดเพราะเรายังไม่รู้ดี โกหกบ้าง อารมณ์เสียบ้าง แต่เวลามองย้อนกลับไปตอนนี้ถึงรู้ว่าผู้ใหญ่เขาถามไปเพราะเขาไม่มีอะไรจะคุยกับเรา ไม่ได้คาดหวังอะไร เลยเขียนจดหมายบอกตัวเองในตอนนั้นให้ตอบผู้ใหญ่ไปว่า "ผมยังไม่รู้ครับ กำลังค้นหาตัวเองอยู่ รู้เมื่อไหร่แล้วผมจะบอก" ซึ่งบอกไปก็ไม่ได้เป็นความผิดอะไรที่ยังไม่รู้ตัวเอง เชื่อว่าเรื่องราวของอีก 37 คน ในหนังสือเล่มนี้จะต้องมีสักข้อที่ตรงกับผู้อ่าน เป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อย



