
เดี่ยวมือหนึ่งทีมไทยแลนด์
ที่นี่บัวแก้ว : เดี่ยวมือหนึ่งทีมไทยแลนด์ : โดย...นันทิดา พวงทอง
ในคำกล่าวของนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ต่อที่ประชุมเอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ไทยในภูมิภาคอาเซียน ประจำปี 2556 ที่จะพิจารณาปรับเปลี่ยนโยกย้ายข้าราชการระดับสูง อธิบดี เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ด้วยตัวเอง หากท่านไหนทำงานไม่ตอบรับนโยบายการต่างประเทศของรัฐบาล หากใครยังไม่เอาจริงเอาจังกับนโยบายรัฐบาล ที่เน้นการมองหาโอกาส ลู่ทางการค้า และใหม่ๆ ให้กับประเทศ มุ่งนำสินค้าในประเทศไปขายแลกกับสินค้าต่างชาติ
แน่นอนว่า คำพูดดังกล่าวส่งผลต่อบทบาทของเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทย ให้เป็น "นักส่งเสริมการขาย" หรือ "เซลส์แมน" ควบคู่กับการเจริญความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างที่ทำกันมา
ปีนี้ นายสุรพงษ์ ยังได้กำชับให้เอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ ได้ทำรายงานข้อมูลการค้าของประเทศที่ประจำการ ในการเปิดตลาดการค้า และความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับสินค้าไทย ส่งกลับเข้ามายังรัฐบาลได้ทราบ เพื่อนำไปวางแผนยุทธศาสตร์ทางด้านการค้ากับต่างประเทศ ร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเจาะตลาดการลงทุนด้านพลังงานในประเทศมีก๊าซธรรมชาติ น้ำมันอุดม รวมไปถึงมองหาตลาดต่างประเทศส่งออกข้าว หรือฟื้นตลาดที่แบรนด์เข้าข้าวให้กลับมานำข้าวไทยเหมือนเดิม เพื่อช่วยกระจายข้าวในสต็อกของรัฐบาล
แนวนโยบายนี้ มีความต่อเนื่องจากปี 2555 ตามที่เมื่อปีที่แล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้ฝาก "โครงการฝากทูตไปขายสินค้าโอท็อป" ให้ทูตได้ทำการบ้าน และดำเนินแนวนโยบายการต่างประเทศ ในมิติด้านการค้าให้สอดรับการของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้ทำหน้าที่เป็นนักส่งเสริมการขายสินค้าไทย 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ และมองหาลูทางการตลาดใหม่ๆ ในต่างประเทศ
สำหรับนโยบายการต่างประเทศที่เน้นให้ทูตทำหน้าที่เป็นเซลส์แมน จริงแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่ ซึ่งเคยเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ที่เป็นยุคโปรโมท และต้องการขยายการค้า และความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ โดยมอบหมายให้นักการทูตทำหน้าที่เป็น "เซลส์แมน"
แม้ว่า นายสุรพงษ์ จะกล่าวในที่ประชุมทูตหยิกแกมหยอก หวังกระตุ้นให้ทูตทั้งหลาย ได้รับนโยบายรัฐบาลไปดำเนินการอย่างจริงจัง ทางกลับกัน ในมุมของนักปฏิบัติคงปฏิเสธไม่ได้ว่า คำพูดของนายสุรพงษ์นี้ ได้ใช้ตำแหน่งเป็นเดิมพัน หากไม่สนองรับกับนโยบายรัฐบาลก็มีสิทธิ์จะถูกเด้งได้
หากพิจารณาในสินค้าและความร่วมมือทางเศรษฐกิจ จะเห็นว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับมอบหมายเป็นด่านหน้า ในการสำรวจหาลู่ทางความเป็นไปได้ และเจรจาความร่วมมือกับต่างชาติ หากแต่แนวนโยบายรัฐบาลมี ทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งเอกอัครราชทูต และกงสุลใหญ่ไทย ล้วนรับมาปฏิบัติอย่างแข็งขัน เพื่อประโยชน์เพิ่มผลให้กับประเทศ
อย่างไรก็ตาม การเจรจาการค้าและความร่วมมือกับต่างชาติหากจะมีความคืบหน้าได้ดีและได้ผลลัพธ์ที่ดี เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่จำเป็นต้องมีข้อมูลและตัวเลขการค้าในประเทศที่แม่นยำและชัดเจนอยู่ในมือ แต่ทุกวันนี้ ข้อมูลการศึกษาและตัวเลขจากกระทรวงและหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ทันสมัยพอ ทำให้เห็นว่า ทุกหน่วยงานในประเทศต้องช่วยกัน จะหวังเพียงให้เอกอัครราชทูต ทำหน้าที่เป็นเดี่ยวมือหนึ่งทีมไทยแลนด์อย่างเดียวคงไม่ได้ การทำงานต้องเป็นแบบบูรณาการทั้งหน่วยงานในประเทศและนอกประเทศ ให้เป็นทีมไทยแลนด์หนึ่งเดียวกัน หน่วยงานด้านเศรษฐกิจในประเทศ จะต้องแสดงความจริงใจและกระตือรือร้น จัดทำและนำเสนอข้อมูลที่อัพเดทล่าสุด จะเป็นเครื่องสนับสนุน ที่จะเป็นเครื่องมือสนับสนุนให้การเจรจาพูดคุยกับต่างชาติให้มีประสิทธิภาพ
------------------------
(ที่นี่บัวแก้ว : เดี่ยวมือหนึ่งทีมไทยแลนด์ : โดย...นันทิดา พวงทอง)



