
'ปชป.'แนะ'ปู'แก้ปัญหาจำนำข้าวที่ต้นเหตุ
'ปชป.' แนะ 'นายกฯ' แก้ปัญหา 'จำนำข้าว' ที่ต้นเหตุ เหน็บใช้อำนาจรัฐปิดหูปิดตาไม่ได้ผล ห่วง 'สะเดา' เป็นพื้นที่ขัดแย้ง จี้ 'ปู' ลุยแก้ไฟใต้เอง
20 ก.ค.56 นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีโครงการรับจำนำข้าวว่า สถานการณ์ตอนนี้ดูแล้วไม่อะไรดีขึ้น หรือถูกแก้ไข โดยความผิดพลาดในโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดทุนในวงเงิน 2.2 แสนล้าน ใน 3 ฤดูการแรกของการผลิต เรื่องของการโกงทุจริตคอร์รัปชั่น ผ่านช่องทางต่างๆ จนถึงข้าวเน่าที่เกิดขึ้นหลายจุดในประเทศไทย โดยทั้ง 3 เรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะเมื่อมีการโกงกันก็เป็นที่มาของการขาดทุน และเมื่อมีการขาดทุนก็มีสต็อคค้าง ทำให้การักษาคุณภาพมากกว่าปกติจึงทำให้มีสารตกค้างในข้าวถุงบางชนิด ตนย้ำว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เดินทางไปชิมข้าวทั้งประเทศคงไม่ไหว สิ่งที่นายกฯควรทำคือแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ขอเรียนไปยังนายกฯว่า ถ้าคิดว่าจะแก้ปัญหาโดยการใช้อำนาจรัฐข่มขู่คุกคามหรือปิดหูปิดตาประชาชน ผลที่ผ่านมาไม่เคยแก้ได้ นายกฯต้องหยุดคิดและใช้สติแก้ไขปัญหาโดยดูที่ต้นเหตุ
นายชวนนท์ กล่าวถึงกรณีที่ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ได้เปิดเผยรายงานว่าจากการตรวจสอบโครงการจำนำหอมแดงปี54/55 พบว่ามีการทุจริต ส่งผลให้หอมแดงเน่าเสียอีกว่า นี่ก็เป็นตัวอย่างที่วิธีการโครงการลักษณะจำนำ เปิดให้มีการทุจริต ถ้านายกฯไม่แก้ปัญหาโครงการจำนำข้าว โดยใช้โครงการจำนำหอมแดงที่ป.ป.ช.ชี้ผู้กระทำผิดมาแล้ว จับผู้กระทำผิดมาลงโทษและปิดช่องการทุจริต ตนเชื่อว่าอีกไม่นานก็จะเห็นโกงดังข้าวที่เหม็นทั้งประเทศ
'ปชป.' ห่วง 'สะเดา' เป็นพื้นที่ขัดแย้ง-จี้ 'นายกฯ' ลุยแก้ไฟใต้เอง
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีเรื่องสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ตนมีความไม่สบายใจหลายประการ โดยเฉพาะบันทึกความเข้าใจร่วมที่ทางบีอาร์เอ็นเสนอ มีข้อความเท็จหลายประการที่ไทยต้องประท้วง คือ การระบุพื้นที่อ.สะเดา เป็นพื้นที่ขัดแย้ง ซึ่งอ.สะเดาไม่เคยเป็นพื้นที่ขัดแย้งแต่อย่างใด แต่รัฐบาลกำลังปล่อยให้กลุ่มบีอาร์เอ็นเขียนกำหนดพื้นที่ที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้นเอง สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้เราเสียท่าทีได้หากมีการเจราจากันบนโต๊ะ เพราะหากมีการขยายพื้นที่ความรุนแรงออกไปเรื่อยๆเท่ากับว่าประเทศไทยยอมรับว่ามีการขัดแย้งในพื้นที่ขยายวงอย่างต่อเนื่อง เรื่องนี้นายกฯต้องลงไปจัดการ จะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) อย่างเดียวไม่ได้ และขอเรียกร้องว่าในการใช้ภาษาควรนำผู้เชี่ยวชาญในกระทรวงการต่างประเทศไปเป็นคณะทำงานด้วย ไม่ใช่ไปรับเอกสารจากต่างชาติโดยไม่ตรวจสอบ ซึ่งจะทำให้เสียท่าทีในการเจราจา
นอกจากนี้ยังมีการเขียนเลขอำเภอในประเทศไทยเป็นลักษณะภาษามาลายูซึ่งก็ไม่ถูกต้อง จะเป็นเหมือนกรณีประสาทเขาพระวิหาร ซึ่งเมื่อรัฐบาลไทยเจราจากับรัฐบาลกัมพูชา ถ้าเขียนเลขเขาประสาทพระหารเป็นภาษกัมพูชา เราก็ต้องเขียนเลขประสาทเขาพระวิหารเป็นภาษาไทยควบคู่ไปด้วย ทั้งนี้ตนไม่อยากเห็นการบันทึกลักษณะนี้จะทำให้ไทยเสียท่าทีการเจราจราเหมือนที่เราเสียท่าทีในการเจรจาปราสาทเขาพระวิหารในการตัดสินของศาลโลก ทั้งนี้เรียกร้องให้นายกฯกลับมาทำงานและตอบคำถามต่างๆ
ปชป. ปัดหนุนร่างพรบ.นิรโทษฯฉบับปชช.ทั้งฉบับ
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน ว่า ขณะนี้มีการพยายามที่จะบิดเบือนข้อเท็จจริงว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนทั้งฉบับ ซึ่งไม่เป็นเรื่องจริง ที่พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนตั้งแต่ต้นว่า เราเห็นด้วยในหลักการที่จะออกกฎหมายนิรโทษกรรม โดยใช้ฐานความผิดเป็นตัวแยกประชาชนในแต่ละกลุ่มว่าสมควรได้การนิรโทษกรรมหรือไม่ ซึ่งในกรณีนี้มีหลักการแยกความผิดของประชาชนในแต่ละกลุ่ม 1.บุคคลใดกระทำความผิดฝ่าฝืนพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉิน บุคคลเหล่านั้นย่อมได้รับการนิรโทษกรรมซึ่งเป็นไปได้ แต่บุคคลเหล่านี้ต้องไม่มีคดีอาญาติดตัว โดยข้อนี้พรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนตั้งแต่ยังไม่มีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน 2.บุคคลใดที่มุ่งร้ายต่อชีวิต ทรัพย์สิน มีการใช้อาวุธคุกคามต่อประชาชนหรือผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่ในขณะนั้น บุคคลเหล่านี้ย่อมต้องรับความผิด และไม่มีสิทธิ์ได้รับการนิรโทษกรรม 3.กลุ่มบุคคลใดที่เผาสถานที่ทั้งราชการและเอกชน ก็ไม่ควรได้รับการนิรโทษกรรม ซึ่งทางพรรคก็เคยประกาศจุดยืนไปแล้ว
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า ส่วนผู้ประพฤติผิดในมาตรา 112 ทางพรรคยืนยัน หากใครทำผิดในประมาลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ต้องระบุให้ชัดว่าจะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม ทั้งนี้ไม่ใช่พรรคประชาธิปัตย์ไปรับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนทั้งฉบับ แต่เราเห็นว่ามีหลักการที่ตรงกันที่มีการแยกแยะฐานความผิดของประชาชนเพื่อระบุผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรม อย่างไรก็ตามนี้เป็นจุดยืนตั้งแต่ต้นที่มีการพูดถึงเรื่องการนิรโทษกรรม ทั้งนี้เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ประกาศจุดยืนที่ชัดเจนสอดคล้องกับร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนบางส่วน แต่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำนปช. นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย และนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานนปช.กลับแสดงออกถึงพฤติกรรมที่แสดงให้เห็นว่าประชาชนถูกยกมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ซึ่งทั้ง 3 คนพูดไปคนละทางที่นายวรชัย พูดว่าประชาธิปัตย์จะโยนบาปให้ทหาร ส่วนนางธิดา พูดว่า กฏหมายฉบับนี้กำลังจะล้างผิดให้ทหาร แต่สิ่งหนึ่งที่เห็นตรงกันคือพยายามสกัดกั้นร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชน
“ แปลกใจสิ่งที่แกนนำพูดมาตลอดว่าไม่ต้องการได้รับอนิสงค์การนิรโทษกรรม แต่ทำไมถึงไม่ปล่อยประชาชนไปก่อน ทำไมถึงเอาประชาชนเหล่านี้เป็นตัวประกันอยู่ในคุก ในขณะที่แกนนำได้ประกันตัว แต่อ้างว่าอยากช่วยประชาชน ซึ่งตอนนี้มีกฎหมายที่จะช่วยประชาชนแต่พวกท่านก็ไม่ยอม และผมเชื่อว่าประชาชนไม่มีวันเดินออกจากคุกจนกว่าแกนนำจะพ้นผิด ” นายชวนนท์ กล่าว
นายชวนนท์ กล่าวอีกว่า เมื่อเปิดประชุมสภา พรรคเพื่อไทยก็คงไม่นำเรื่องร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับของนายวรชัย เข้ามาพิจารณาก่อน ซึ่งก็จะถูกหลอกเป็นซ้ำ 2 เพราะนอกจากจะไม่เอาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับประชาชนแล้ว ก็ยังไม่เร่งฉบับของนายวรชัยด้วย แต่เอาพ.ร.บ.งบประมาณปี 57 เข้ามาพิจารณาก่อน รวมถึงเรื่องพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาทก็จะถูกนำเข้ามาพิจารณาก่อนเช่นกัน
'ณัฏฐ์' แนะ 'วิปรบ.' นำเรื่องแถลงผลงาน 1 ปีรัฐบาลเข้าเป็นวาระแรก
นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวว่า ถ้าทางวิปรัฐบาลไม่สามารถที่จะตัดสินใจได้ว่าจะนำพ.ร.บ.เรื่องใดเข้าสภาก่อน ทางพรรคประชาธิปัตย์ขอแนะนำให้รัฐบาลนำเรื่องการแถลงผลงานของรัฐบาลในรอบ 1 ปี ว่ามีการแก้ปัญหาอุทกภัย แก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพอย่างไร และการทำตามนโยบายที่ได้หาเสียงไว้ เข้าวาระการประชุมเป็นวาระแรก เพราะทางประธานวิปรัฐบาลก็ระบุชัดเจนว่า พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี ไม่น่าจะเสร็จทันในการเปิดประชุมสภาในวันที่ 1 ส.ค.นี้ ซึ่งตนในฐานะกรรมธิการวิสามัญงบประมาณ ขอเรียนว่าหน่วยงานที่เหลืออยู่ในการพิจารณา 3 - 4 กระทรวง น่าจะเสร็จทันภายในสิ้นเดือนก.ค.นี้ แต่ถึงอย่างไรก็ตามเป็นการดีที่รัฐบาลจะนำผลการในรอบ 1 ปีมาแถลงเข้าเป็นวาระแรก เพราะตามรัฐธรรมนูญมาตรา 75 ก็ระบุชัดเจนว่า รัฐบาลจะเข้าบริหารงานต้องแถลงผลงาน อย่างไรก็ตามในการแถลงผลงาน 1 ปี โดยหลักการรัฐบาลต้องแถลงผลงานตั้งแต่ส.ค.55 เพราะรัฐบาลบริหารงานมาจะครบ 2 ปี ซึ่งรัฐบาลจะแยกทำเป็น 2 ครั้งใน 1 ปีก็ไม่มีปัญหา ซึ่งก็จะได้เป็นการเทียบให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการบริหารปี 54 - 55 และ 55-56 ผลงานรัฐบาลเป็นไปอย่างไรบ้าง
นายณัฏฐ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นวาระที่สำคัญ คือเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี 57 และเรื่องพ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท เพราะว่าพ.ร.บ.ทั้ง 2 ร่าง เป็นเรื่องที่ต้องรีบนำเข้าสู่สภา เพราะจะเป็นกลไกในการบริหารนโยบายตามที่ได้ให้หลักการไว้ และหลักจากนั้นจะทำเรื่องพ.ร.บ.ปรองดอง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็คงไม่ช้าไป เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน



