
อายอาชีพเกษตรเข้าเมืองกรุง สุดท้ายกลับยึดเกษตรยั่งยืน
เพียงเหตุผลพ่อกับแม่เป็นเกษตรกร ทำให้ กนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน ไม่กล้าเชิญเข้าร่วมงานในวันที่เขารับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาอิเล็กทรอนิกส์ จากวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในตัวเมืองเชียงใหม่ ทั้งที่วิทยาลัยให้เชิญพ่อแม่มาร่วมแสดงความยินดีกั
กนกศักดิ์ เป็นหนึ่งในเด็กไม่กี่คนของชุมชน ที่มีโอกาสเรียนหนังสือในสถาบันการศึกษาในระดับวิทยาลัย เพราะส่วนใหญ่เด็กในชุมชนเมื่อเรียนจบภาคบังคับจะช่วยพ่อแม่ทำงานส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร แต่ กนกศักดิ์ กลับมีความรู้สึกว่าการเป็นเกษตรกรเป็นอาชีพที่น่าอาย ฉะนั้นหลังจบระดับปวส.เมื่อปี 2537 เขาจึงมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อหางานให้ตรงกับที่ร่ำเรียนมา และเขาก็ได้งานดั่งที่ตั้งใจคือพนักงานซ่อมเครื่องถ่ายเอกสารของบริษัทเครื่องถ่ายเอกสารแห่งหนึ่งย่านสีลม กรุงเทพฯ ในอัตราเงินเดือน 6,100 บาทต่อเดือน
“เงินเดือนผม 6,100 บาท ที่ทำงานอยู่สีลม แต่ที่พักอยู่กับน้าที่บางพลี จ.สมุทรปราการ ต้องตื่นตี 4 ครึ่งทุกวัน เพื่อนั่งรถเมล์ไปต่อรถไฟที่สามเสน นั่งรถเมล์ต่อไปสีลมอีก ตอนเย็นเลิกงานสี่โมง กว่าจะถึงบ้านสองทุ่มกว่าทุกวัน ตอนหลังไปอยู่กับพี่สาวที่บางนา ซื้อรถมอเตอร์ไซค์ แต่ก็เห็นรถยนต์ชนตายทุกวัน มีความรู้สึกว่าสักวันหนึ่งคงถึงคิวตัวเองบ้าง แต่พอกลับบ้านทีไร เพื่อนบอกว่า ดีที่ได้ทำงานกรุงเทพฯ รวย แต่จริงๆ ชีวิตลำบากกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 15 บาท น้ำอัดลมยังไม่ค่อยได้กินเลย” กนกศักดิ์ สะท้อนภาพชีวิตที่อยู่ในเมืองกรุง
2 ปีผ่านไปของการเป็นลูกจ้างในกรุงเทพฯ ปรากฏว่าคุณพ่อของเขาประสบอุบัติเหตุถึงขนาดเอวหัก ทำงานหนักไม่ได้ เขาต้องกลับบ้านเกิดเพื่อมาช่วยงานที่บ้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งการกลับมาบ้านครั้งนี้เอง ที่เป็นจุดเปลี่ยนความคิดของเขาที่ต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง และตรงนี้เองที่เขาได้ถามตัวเองว่า เป็นเกษตรกรน่าอายตรงไหน
และแล้วเขาจึงหันเหชีวิตไปทำงานร่วมกับกลุ่มแกนนำเกษตรกรรมยั่งยืนแม่ทา ซึ่งเป็นกลุ่มเกษตรกรที่ต่อสู้ขับเคลื่อนงานได้อย่างเข้มแข็ง จนสามารถรวบรวมสมาชิกและก่อตั้งเป็นสหกรณ์การเกษตรยั่งยืนแม่ทา จำกัด ขึ้นมา เพื่อดำเนินกิจกรรมหลากหลายทั้งการออมทรัพย์ การให้สินเชื่อ การจัดการปัจจัยการผลิต และการตลาดของสมาชิกจนถึงทุกวันนี้
จากประสบการณ์ในการทำงาน เพื่อนไว้ใจจนได้รับเลือกเป็นนายก อบต.แม่ทา หนึ่งในกิจกรรมที่เขาเน้นคือส่งเสริมเยาวชนที่เขานำมาใช้คือ การร่วมกิจกรรมในโครงการส่งเสริมการจัดการความรู้ของเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น (4 ภาค) ที่ดำเนินการโดยสถาบันเสริมสร้างการเรียนรู้เพื่อชุมชนเป็นสุข (สรส.) ภายใต้การสนับสนุนของมูลนิธิสยามกัมมาจล ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)



