
ตั้ง'ดิเรก อิงคนินันท์'นั่ง'ปธ.ศาลฎีกา'
ก.ต.มีมติตั้ง 'ดิเรก อิงคนินันท์' นั่งประธานศาลฎีกาคนที่ 42 แทน 'ไพโรจน์ วายุภาพ' รอเกษียณ 30 ก.ย.นี้ ด้าน'วิรัช' เลขาธิการศาลยุติธรรม ขึ้นรองประธานศาลฎีกา
19 ก.ค. 56 นายไพโรจน์ วายุภาพ ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) ครั้งที่ 15/2556 พิจารณาวาระโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการชั้น 5 ระดับประธานศาลฎีกา ชั้น 4 ระดับประธานศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลฎีกา และประธานแผนกในศาลฎีกา
โดย ก.ต. มีมติเห็นชอบ ให้นายดิเรก อิงคนินันท์ รองประธานศาลฎีกา ซึ่งมีอาวุโสสูงสุด ขึ้นเป็นประธานศาลฎีกา คนที่ 42 แทน นายไพโรจน์ วายุภาพ ที่จะครบเกษียณราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้
ส่วนตำแหน่งข้าราชการตุลาการชั้น 4 ระดับประธานศาลอุทธรณ์และรองประธานศาลฎีกา มีการสับเปลี่ยนตำแหน่ง 7 คน ประกอบด้วย 1.นายเอกชัย ชินณพงศ์ ประธานแผนกคดีผู้บริโภคฯ ในศาลฎีกา เป็นประธานศาลอุทธรณ์ 2.น.ส.เพลินจิต ตั้งพูลสกุล ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา เป็นรองประธานศาลฎีกา 3.นายประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล ประธานศาลอุทธรณ์ เป็นรองประธานศาลฎีกา 4.นายวีระพล ตั้งสุวรรณ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นรองประธานศาลฎีกา 5.นายศิริชัย วัฒนโยธิน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นรองประธานศาลฎีกา 6.นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1 เป็นรองประธานศาลฎีกา และ 7.นายวิรัช ชินวินิจกุล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประจำสำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นรองประธานศาลฎีกา
ขณะที่ตำแหน่ง ประธานแผนกคดีต่างๆในศาลฎีกา ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการชั้น 4 มีการสับเปลี่ยนรวม 8 คน ประกอบด้วย นายชาติชาย อัครวิบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีผู้บริโภคในศาลฎีกา , นางพฤษภา พนมยันตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลฎีกา , นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 เป็น ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกา , นายนิยุต สุภัทรพาหิรผล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีแรงงานในศาลฎีกา , นายวิรุฬห์ แสงเทียน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจในศาลฎีกา , นางอุบลรัตน์ ลุยวิกกัย ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็นประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลฎีกา , นายธนสิทธิ์ นิลกำแหง ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 7 เป็นประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา ,นายกรองเกียรติ คมสัน ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เป็น ประธานแผนกคดีภาษีอากรในศาลฎีกา
นอกจากนี้ยังมีการโยกย้ายข้าราชการตุลาการชั้น 3 ขึ้นเป็นชั้น 4 อีก 1 ตำแหน่ง คือ นายสัญชัย ผลฉาย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา เป็นผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประจำสำนักประธานศาลฎีกา
ขณะเดียวกัน ก.ต. ยังมีมติเห็นชอบสับเปลี่ยนตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส รวม 4 คน ประกอบด้วย นางเปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ ผู้พิพากษาอาวุโสประจำศาลฎีกา เป็น ผู้พิพากษาอาวุโส ประจำศาลอุทธรณ์ , นายบุญส่ง น้อยโสภณ ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอุทธรณ์ภาค7 เป็น ผู้พิพากษาอาวุโส ประจำศาลอุทธรณ์ , นายสุรชัย เอื้ออารีตระกูล ผู้พิพากษาอาวุโส ประจำศาลอุทธรณ์ เป็น ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอุทธรณ์ภาค 9 , นายชัชวาล บุนนาค ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เป็น ผู้พิพากษาอาวุโส ศาลอุทธรณ์ภาค 2
โดยมติแต่งตั้งโยกย้ายดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป นอกจากนี้ ก.ต. มีมตินัดประชุมในวันที่ 29 ก.ค.56 เวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาและมีมติโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการ ตำแหน่งอื่นๆต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับประวัติ นายดิเรก อิงคนินันท์ เกิดเมื่อวันที่ 31 ต.ค.2493 อายุ 62 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีนิติศาสตร์บัณฑิต ปี 2515 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหลักสูตรเนติบัณฑิตไทย ปี 2517 จากสำนักอบรมศึกษากฎหมาย แห่งเนติบัณฑิตยสภา
โดยระหว่างปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาในศาลฎีกา นายดิเรก เป็น 1 ในองค์คณะศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีทุจริตรถ-เรือดับเพลิง มูลค่ากว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งศาลฎีกาฯ นัดฟังคำพิพากษา ในวันที่ 6 ส.ค.นี้ เวลา 09.00 น.
นอกจากนี้นายดิเรก ยังเป็น 1 ในองค์คณะศาลฎีกาฯ พิจารณาคดีหมายเลขดำที่ อม.9/2551ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีทุจริตออกกฎหมายแก้ไขค่าสัมปทานโทรศัพท์มือถือ-ดาวเทียม เป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท , เป็น 1 ในองค์คณะพิจารณาคดีทุจริตปล่อยกู้แบงค์กรุงไทย ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 27 ราย ซึ่งเป็นอดีตผู้บริหารธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทกฤษดามหานคร จำกัด และยังเป็น 1 ในองค์คณะ 5 คนพิจารณาอุทธรณ์ยึดทรัพย์ 4.6 หมื่นล้านบาทของพ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ตกเป็นของแผ่นดิน



