
'บิ๊กตู่'แจงซ่อม'เรือเหาะ'ยันไม่เลิกใช้
'ประยุทธ์' แจงซ่อม 'เรือเหาะ' ยันไม่เลิกใช้ วอนอย่าประจานทำกองทัพอับอาย ขออย่าตระหนก 'มาเลย์' รวม 'สะเดา' เป็นพื้นที่เสี่ยง เหตุยังไม่มีอะไรเสียหาย
19 ก.ค.56 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวว่า กองทัพบกสั่งยกเลิกการใช้เรือเหาะตรวจการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า เมื่อยุทโธปกรณ์มีการชำรุดก็ต้องมีการซ่อมแซมเป็นเรื่องธรรมดา ไม่จำเป็นจะต้องมาตีกันว่ามันเสียหายและนำไปพัวพันกับเรื่องอื่นจนวุ่นวายกันไปหมด เมื่อสั่งซื้อไปแล้วเราได้มีการใช้งาน หลายคนเห็นว่า มันขึ้นและลอย ทำงานมาโดยตลอด เป็นธรรมดาเมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นย่อมชำรุดและต้องซ่อม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการซ่อมแซม โดยมีการตั้งงบประมาณตามระบบ ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องมาตำหนิกันมากมาย ยุทโธปกรณ์เราซื้อมามากทั้งรถถัง ปืนใหญ่ราคาแพงทั้งสิ้น เมื่อชำรุดก็ต้องซ่อมกันต่อไป อย่าทำให้กองทัพอับอายคน เราไม่ต้องปิดบังอะไร ทุกอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ อย่ากังวล พอสักทีเถอะเรื่องนี้ ขณะนี้รอเวลาซ่อมเสร็จและนำกลับมาใช้งาน
เมื่อถามว่า การนำเรือเหาะไปซ่อมแซมกับการยกเลิกใช้แบบใดคุ้มค่ากว่ากัน พล.อ.ประยุทธ์ ย้อนถามว่า ทำไม แล้วอะไรมันเสีย รู้หรือไม่ว่า เรือเหาะประกอบด้วยอะไรบ้าง เรือเหาะมีชั้นนอกกับชั้นใน เมื่อชั้นนอกเสีย ชั้นในยังใช้การได้อยู่ เมื่อซ่อมชั้นนอกก็ใช้ได้ เพราะกล้องยังใช้ได้อยู่ ชำรุดแค่เครื่องยนต์และใบพัด ทุกอย่างมันตกได้หมด ไม่ต้องกังวล เครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์ตกได้ เรือเหาะก็ตกได้เหมือนกัน เราต้องยอมรับว่ายุทโธปกรณ์แบบนี้เราไม่เคยนำมาใช้ในกองทัพ สิ่งที่เรามุ่งหวัง คือ จะทำอย่างไรที่จะมีการบูรณาการงานเฝ้าตรวจสนามรบให้ได้ ซึ่งวันที่เกิดอุบัติเหตุเรือเหาะตกนั้น เกิดจากสภาพอากาศ ทำให้การขึ้นและลงไม่ง่ายนัก และเจ้าหน้าที่ชุดนั้นก็เป็นชุดแรกที่ใช้งาน ซึ่งเราต้องแก้ไขปัญหากันต่อไป
เมื่อถามว่า ทางกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ตั้งข้อสังเกตว่าโครงการดังกล่าวมีการตุกติกและไม่คุ้มค่า พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับว่า ทำไมมันตุกติกและผิดตรงไหน ใครเป็นคนชี้ว่าโครงการนี้ผิดหรือถูก และที่ผ่านมากองทัพบกได้มอบหมายให้ตัวแทนไปชี้แจงกับกรรมาธิการแล้ว คนที่ชี้ถูกผิด คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้พ้นขั้นตอนดังกล่าวไปแล้ว ดังนั้นอย่ามาพูด กองทัพบกได้ประเมินการใช้งานว่าคุ้มค่าหรือไม่แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องประกาศให้คนรู้ หากต่อไปประเมินแล้วไม่คุ้มค่าก็เลิกใช้และเลิกซ่อม แต่ขณะนี้ยังซ่อมแซมอยู่ แสดงว่าประเมินแล้วว่า ยังคุ้มค่าในการใช้ภารกิจต่างๆอยู่ เพราะสามารถใช้ได้ทุกพื้นที่ โดยในพื้นที่ภาคใต้จะใช้จนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้นหรือจนกว่าจะมีเครื่องมืออื่นมาทดแทน หรือนำเรือเหาะไปใช้ในภารกิจอื่น เช่น การแก้ปัญหาตัดทำลายป่า ช่วยเหลือบรรเทาภัยพิบัติ ดูแลเส้นทางภัยพิบัติที่เครื่องบินเข้าไปไม่ได้
“อยากขอร้องให้คิดอย่างสร้างสรรค์ ถ้าคิดไม่สร้างสรรค์ก็มีปัญหาหมด ถามว่าปัญหาตอนนี้ยังไม่พอหรืออย่างไร ผมไม่เข้าใจและไม่ได้อารมณ์เสีย และไม่ตำหนิใครเพราะเป็นผู้นำองค์กรขนาดใหญ่ ต้องอดทนที่สุด แต่ผมเป็นห่วง ผมมุ่งหวังจะนำกองทัพบกทำประโยชน์มากกว่าการไปตอบโต้คนที่ไม่เข้าใจ เพราะพูดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ ขนาดจะดำเนินการตามกระบวนยุติธรรมยังไม่กลัว และผมจะไปยุ่งกับเขาทำไม ไม่ว่าใครทั้งนั้น ผมไม่ยุ่งด้วยและจะทำงานของผม และให้สังคมตัดสินเอาเองว่าใครเชื่อได้หรือไม่ได้ ส่วนกรณีที่สื่อไปตีความหมายผิดว่า กองทัพบกจะขายเรือเหาะนั้น ผมถามว่า จะไปขายใครแล้วใครจะซื้อของพวกนี้ เพราะการขายของหลวงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องเข้าคณะกรรมการ ทำตามระเบียบและกฎหมาย ต้องเข้าใจการทำงานขององค์กรขนาดใหญ่ ความจริงผมไม่ต้องมาตอบโต้ใครทั้งสิ้น เพราะผมมีองค์กรดูแลอยู่แล้ว คือ กรมพระธรรมนูญ สำนักงานผู้บังคับบัญชา ซึ่งเขาต้องดูว่าสิ่งใดที่กองทัพบกถูกพาดพิง และ ผบ.ทบ.ถูกให้ร้าย ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ แต่ผมบอกเขาว่าต้องใจเย็นๆ และอดทน อย่าเพิ่งไปทำตามกฎหมาย ไม่มีอะไรดีขึ้น” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเป็นบุคคลสาธารณะ ดังนั้นจะไม่ทำอะไรเสียหาย หากทำเสียหายก็ปกครองกองทัพไม่ได้ ทั้งนี้การจัดซื้อจัดหา ได้อธิบายความจำเป็นในคณะกรรมาธิการฯ แต่ท่านบอกว่า ตนอยากได้งบประมาณไปซื้อของ ถ้ามาพูดอย่างนี้ไม่มีเหตุผล และถือว่าไม่เป็นธรรมกับตน อย่ามาบี้ตนทุกวัน เมื่อถามว่า หนักใจหรือไม่ที่ต้องมาตอบเรื่องเรือเหาะทั้งที่ไม่ได้ซื้อ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า กองทัพบกอยู่มาด้วยวัฒนธรรม ทุกคนในกองทัพบกตั้งใจดีในการทำงาน อยู่ด้วยความรัก สามัคคี ผูกพัน ทุกคนตั้งใจบริสุทธิ์ ไม่ได้มุ่งหวังผลประโยชน์อะไร อดีต ผบ.ทบ.ทั้ง 36 คน ที่ผ่านมา ทำความดีในกองทัพบกมากมาย
“บังเอิญวันนี้ผมอยู่ในช่วงที่มีความขัดแย้งมากพอสมควร ผมพยายามนำกองทัพออกมาจากความขัดแย้ง แต่ทุกคนก็พยายามลากผมเข้าไป เหมือนมีโคลนอยู่ข้างหน้าแล้วลากผมลงไปในโคลนทุกวัน แล้วเมื่อไหร่ผมจะทำให้กองทัพสะอาดเรียบร้อยเสียที ผมไม่ได้ทำอะไรใคร ผมยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพวกไหนผมก็ช่วยเหลือทั้งนั้น กองทัพบกไม่แยกแยะ แต่เรื่องอะไรที่เป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องไปว่ากันไป เรื่องของหน่วยงานไหนก็ว่ากันไป จะโยนปัญหาทั้งหมดให้ทหารแก้ไม่ได้ ฝากไว้ว่า ให้ใจเย็นๆ ทุกอย่างต้องแก้ไขปัญหา” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
'ประยุทธ์' วอนอย่าตระหนก 'มาเลย์' ผนวก 'สะเดา' พื้นที่เสี่ยง
ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่นายดาโต๊ะซัมซามิน อดีตผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองของมาเลเซีย ในฐานะผู้อำนวยความสะดวกพูดคุยสันติภาพ ระหว่างไทยกับขบวนการแนวร่วมปฏิวัติแห่งชาติมลายูปัตตานี (บีอาร์เอ็น) ได้ผนวกพื้นที่ อ.สะเดา เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวพันกับการก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้จนทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลว่า ฝ่ายความมั่นคงกังวลได้ แต่อย่าตื่นตระหนกในทุกเรื่อง การตอบโต้ไปมาหลายเรื่องไม่ได้ทำอะไรดีขึ้น ตนคิดว่าคณะทำงานดำเนินการอยู่แล้ว แต่ไม่จำเป็นต้องออกสื่อให้เกิดความโกลาหล ขอบคุณที่ทุกคนห่วงใยและแจ้งเตือน คิดว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงมีการแจ้งไปยังทางมาเลเซียแล้ว
ส่วนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ก็ได้แจ้งเรื่องไปแล้วเช่นกัน ประการสำคัญคือ เป็นการยื่นข้อเสนอเพียงฝ่ายเดียว เราก็รับฟังและนำไปเป็นข้อมูลพุดคุยครั้งต่อไป คิดว่ายังไม่มีใครเสียหายมากเกินไปจนเราจะต้องมาทะเลาะเบาะแว้ง
'ประยุทธ์' ชี้พระราชดำริ 'ในหลวง' คือจุดเริ่มต้นความสุขคนไทย
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กล่าวก่อนเยี่ยมชมนิทรรศการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า การจัดนิทรรศการครั้งนี้มีประโยชน์มาก ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ที่ได้ทรงงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยขณะนี้กองทัพบกรับผิดชอบโครงการทั้งหมด 127 โครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงหรือเกษตรพื้นที่ใหม่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ สิ่งที่พระองค์ถ่ายทอดมาเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าใจไม่ยากนัก ซึ่งทุกวันนี้ที่ประเทศไทยมีความสุข โดยเฉพาะเกษตรกรจะต้องไม่ลืมสิ่งที่เริ่มต้นมาก่อน เพราะทุกรัฐบาล ข้าราชการทั้งหมดล้วนแต่น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นจุดเริ่มต้น พระองค์ท่านไม่ได้ไปขัดแย้งกับใคร การที่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ รัฐบาล ข้าราชการ พลเรือนช่วยกันทำงานเป็นสิ่งที่ดี ทั้งนี้เชื่อว่าจะมีประชาชนให้ความสนใจมาร่วมชมนิทรรศการกว่า 1 แสนคน ช่วงระหว่างวันที่ 13-20 ก.ค. ซึ่งอยากให้คนที่มาชมนิทรรศการกลับไปถ่ายทอดสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทำไว้กับผืนแผ่นดินนี้และสร้างความรัก ความสามัคคีให้กับคนในชาติให้มากๆ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ประชาธิปไตยพัฒนาเป็นสิ่งที่ดี แต่ไม่ควรทำลายสิ่งที่เราเคยมีในอดีต เพราะเราจะไม่รู้ว่า เรามาจากไหน สถาบันทำให้เรารู้ว่า มาจากไหน ดังนั้นสิ่งใดที่ทำให้ประชาชนไม่เข้าใจก็ต้องตั้งสติ อย่าให้เขาชักจูงไปทางไหนได้ วันนี้ทุกเหล่าทัพ และตำรวจทำหน้าที่ในการพัฒนาบ้านเมืองและประชาธิปไตยไปข้างหน้า เพราะประชาธิปไตยเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดในโลก แต่เราต้องเตรียมความเข้มแข็งในสังคม นิติรัฐ กฎหมาย และกระบวนการความคิดของคนไทยต้องปรับปรุงเพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ซึ่งมีทั้งวิกฤติ และโอกาส วันนี้ทหารมีสิ่งที่ระลึกอยู่เสมอ คือ สถาบันพระมหากษัตริย์ การแก้ปัญหาต้องถูกต้องตามระบอบและระบบ เพื่อให้สังคมเข้มแข็ง เมื่อสังคมภายนอกเข้ามา เราจะได้ไม่พังทลาย และไม่เสี่ยงต่อการไม่มีแผ่นดินอยู่ คนไทยทะเลาะกันได้ เป็นเรื่องธรรมดา แต่ต้องเลิกทะเลาะ ทหารพร้อมเคียงข้างประชาชนเสมอ อย่าไปคิด อย่าไปเชื่อในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่เขากล่าวหาตนไม่อยากตอบโต้ เพราะไม่มีใครจะรักทหารหมด แต่ยืนยันด้วยเกียรติยศ และความเป็นทหารมาตลอด 40 ปี ตนคงไม่เอาชื่อเสียงไปทำให้กองทัพเสียหาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานครั้งนี้มีผบ.หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก และตัวแทนจากหน่วยกองทัพภาค สมาคมแม่บ้านทหารบก ที่มีส่วนในการจัดงานนิทรรศการ มาคอยต้อนรับตั้งแถวยาวตั้งแต่หน้าประตูเพื่อรอ ผบ.ทบ. ที่เดินทางมาร่วมงานอย่างอบอุ่นหลังจากช่วงก่อนหน้านี้ ผบ.ทบ.ถูกเผยแพร่คลิปวีดีโอ ภาพประกอบเพลง กับนายกรัฐมนตรี และถูกวิจารณ์โครงการเรือเหาะอย่างหนัก



