ข่าว

ชีวิตติดไม้พายของ'สมเจตน์ วัธนเวคิน'

ชีวิตติดไม้พายของ'สมเจตน์ วัธนเวคิน'

20 ก.ค. 2556

ขอเวลานอก : ชีวิตติดไม้พาย ของ 'สมเจตน์ วัธนเวคิน' : เรื่อง ณุวภา ฉัตรวรฤทธิ์ / ภาพ สมเจตน์ วัธรเวคิน , กุลพันธ์ ศิริพิมพ์อัมพร

 

                              ภาพของเรือคยัคลำเล็กขับเคลื่อนด้วยแรงพายล่องอยู่กลางทะเลกว้างและแม่น้ำยาวสุดตา สะท้อนถึงความพยายาม และความกล้าหาญของมนุษย์ที่ชื่นชอบความท้าทายมาแต่ไหนแต่ไร  อีกด้านยังได้ย้อนพากลับสู่เวลาของความไม่รีบเร่งซึ่งไม่สามารถเห็นได้ทั่วๆ ไปแล้วในยุคไฮสปีดเช่นนี้  นี่คือหนึ่งในความคิดระหว่างที่ได้พูดคุยกับนักการตลาดรุ่นใหญ่ สมเจตน์ วัธนเวคิน ผู้อำนวยการสายการตลาดและผลิตภัณฑ์ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด  ในวันว่างกับกิจกรรมกึ่งสันโดษ ขอมีแค่เรือ 1 ลำ กับคนหนึ่งคน ก็สามารถตักตวงความสุขให้ตัวเองได้มากมาย   

                              ในช่วงเวลาหลังเลิกงานผู้บริหารคนเก่งเปิดบ้านพักย่านวิภาวดี-รังสิต ซึ่งภายในเน้นบรรยากาศปลอดโปร่ง เงียบ สบาย มีเรือลำใหญ่วางไว้ใกล้สนามหญ้าเขียว ให้เราได้เข้ามาพูดคุยเกี่ยวกับการพายเรือที่ชื่นชอบ ตอกย้ำถึงความชอบชัดเจน ตามที่เจ้าตัวบอกว่าวิธีพักผ่อนจิตใจที่ดีที่สุดในเวลานี้คือการออกไปใช้เวลากับกิจกรรมทางน้ำ ทั้งแล่นเรือใบ พายเรือซี คยัค ไปตามทะเลและแม่น้ำ  ซึ่งอย่างหลังยอมรับว่าเป็นกิจกรรมไม่ค่อยซ้ำกับใครเลยนับเป็นเสน่ห์ชวนให้ค้นหาอย่างยิ่ง

                              "ตอนเริ่มต้นพายเรือไม่มีใครชักชวนมาก่อน  แต่เกิดจากเมื่อครั้งเราไปเล่นวินด์เซิร์ฟ (เรือใบ) ที่พัทยาบ่อยๆ คราวนี้บางทีไม่มีลมเรือก็เแล่นไปไม่ได้  ต้องนั่งรอกันอย่างเดียวผมว่ามันเสียเวลามาก เลยซื้อเรือมาพายเลยดีกว่าเพราะกีฬาอะไรก็ตามที่อยู่กับน้ำผมรู้สึกสนุกอยู่แล้ว อาจเพราะเราเกิดมากับน้ำด้วยมีความผูกพันเยอะคือเป็นคนระยองได้ไปทะเลบ่อย  แถมบ้านเกิดอยู่ริมแม่น้ำบางปะกงอีก แรกเริ่มก็ลองพายเรือไปใกล้ๆ ก่อน   ศึกษาเส้นทางแล้วค่อยเพิ่มระยะทางไปเรื่อยๆ  ผมก็พายมาได้หลายปีแล้วนะแต่สังเกตว่ากีฬานี้ไม่ค่อยมีคนเล่น เพราะทั้งเหนื่อยและร้อนต้องตากแดดตลอดหลายชั่วโมง แวะพักไม่ได้ทุกที่เหมือนปั่นจักรยานซึ่งกำลังเป็นที่นิยมกัน ส่วนมากผมก็ไปคนเดียวนั่นแหละ เพราะถ้ารอเวลาให้เพื่อนๆ ที่ชอบพายเรือมีเวลาตรงกันก็ไม่ได้ทำสักที"  ฝีพายบอกถึงที่มาของกีฬาโปรด

                              จากเริ่มต้นจนมีการพายเรือเป็นกิจวัตร สถานที่ที่เจ้าตัวต้องแวะเวียนไปผจญภัยประจำคือ เกาะเสม็ด เกาะล้าน แม่น้ำเจ้าพระยา และตามเขื่อนต่างๆ รวมถึงทะเลสวยใน จ.กระบี่ และจ.พังงา แต่ละครั้งใช้เวลาบนเรือ 5 ชั่วโมงเป็นอย่าต่ำ ทั้งพายแบบค้างแรมและเช้า-เย็น กลับ ก็ได้ประสบการณ์ต่างกันไป สำคัญคือต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมทุกสถานการณ์ตามที่คุณเจตน์แนะนำว่า  

                              "บนทะเลกว้างใหญ่มากดูเหมือนจะน่ากลัว แต่ถ้าเราพร้อมก็จะดูปลอดภัยโดยก่อนออกเดินทางทุกที่ผมต้องวางแผนก่อน คือต้องดูว่าจากฝั่งไปถึงที่หมายใช้ระยะทางเท่าไหร่ ใช้เวลาทั้งหมดเท่าไหร่ ควรจะพักตรงไหนบ้าง คอยดูสภาพอากาศ น้ำขึ้นน้ำลงด้วยเพราะถ้าพายตามกระแสน้ำจะลดความหนืดลงพายได้ระยะไกลมากขึ้น  ถ้าสุ่มสี่สุ่มห้าไปไม่ได้เราไม่รู้ว่ามันเกินกำลังเราหรือเปล่า สุดท้ายอาจจะกลับไม่ได้ ส่วนระหว่างเดินทางก็มีแผนที่ทางทะเล มีจีพีเอส เสบียงและเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินไว้พร้อม" การเตรียมตัวเป็นเรื่องสำคัญก่อนท่องโลกของสายน้ำ

                              เมื่อถามถึงความประทับใจระหว่างเดินทาง และจุดหมายในฝัน คุณเจตน์หยิบสมุดบันทึกส่วนตัวออกมา พร้อมเปิดให้ดูถึงกิจกรรมยามว่างอีกอย่างหนึ่งนั่น คือการวาดภาพเพื่อบอกถึงเรื่องราว ความฝัน และความสำเร็จที่ได้รับมาในช่วงชีวิต โดยมีเรื่องของการพายเรืออยู่เยอะเช่นกัน

                              "โลกนี้มีที่สวยๆ อยู่เยอะ อย่างในนี้ผมวาดการ์ตูนไว้ว่าอยากไปพายที่เกาะคาปรี ประเทศอิตาลี เรียกว่าวาดไว้ในฝันเลย เพราะที่นั่นสวยมาก คงเดินทางไปแต่ตัวแล้วไปเช่าเรือพายไปเรื่อยๆ ต้องหาโอกาสไปให้ได้สักครั้ง   ส่วนประสบการณ์สนุกที่สุดคือตอนไปทริปเกาะพีพี จ.กระบี่  พอนั่งเรือโดยสารมาถึงเกาะผมก็พายต่อไปอ่าวมาหยา ตอนไปถึงก็เย็นมากแล้ว เรามาคนเดียวกลับไม่ได้แล้ว แต่ในเรือมีเต็นท์มีเสบียงพร้อม เลยขอเจ้าหน้าที่อุทยานกางเต็นท์นอนหน่อย ไปๆ มาๆ ก็ได้ใช้เวลาอยู่ที่นั่น  5 วัน 4 คืนเลย ตัวเจ้าหน้าที่เขาก็อยู่กันแค่สองคนกับภรรยา  ตกกลางคืนเลยมีกันอยู่แค่ 3 คนทั้งเกาะเงียบสงบมาก ต่างจากตอนกลางวันที่มีนักท่องเที่ยวนั่งสปีดโบ้ทมากันเป็นนับร้อยคน  ตรงนี้มันคือเสน่ห์ของการเดินทางแบบนี้ ที่เราได้มีเวลาอยู่กับตัวเองนานมาก ถึงจุดหมายก็จะได้เจอเพื่อนใหม่ วิถีชีวิตใหม่ๆ" นักผจญภัยหนุ่มพลิกภาพให้ดูพร้อมเล่าถึงความประทับใจที่พบเจอมา 

                              เช่นเดียวกับการพายในแม่น้ำที่ต้องลงไปซ้อมฝีพายแบบอาทิตย์เว้นอาทิตย์ ตลอดเส้นทางตั้งแต่ศูนย์ศิลปชีพบางไทร จ.อยุธยา จนถึงคลองสรรพสามิต จ.สมุทรปราการ คุณเจตน์บอกว่าจะลงไปพายเป็นช่วงๆ  ไม่เกิน 35-40 กิโลเมตร เช่น จากสะพานพระราม 9 ถึง คลองสรรพสามิต จากวัดท้ายเมือง จ.นนทบุรี  ถึงคลองบำบัดน้ำเสีย บริเวณถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ก็มีเสน่ห์ของคนริมน้ำให้เจ้าตัวรู้สึกสุขใจอยู่เหมือนกัน

                              "ที่บ้านริมน้ำของชาวบ้านใกล้ศูนย์ศิลปาชีพฯ ผมไปขอเขาพักเรือทีไรก็ได้ไปปั้นหม้อเซรามิกกับชาวบ้าน ไปบ่อยมากจากปั้นไม่เป็นจนพอเริ่มขึ้นรูปได้สวย ก็ขอจอดเรือทิ้งไว้เลยแล้วกัน (หัวเราะ) ผมรู้สึกดีที่สุดตรงที่ได้เจอชาวบ้านนี่แหละเขามีวีถีชีวิตรีแลกซ์ดี ผมไม่รู้สึกเกร็งอะไรเลย เป็นชีวิตซึ่งต่างจากเราแต่ดูเหมือนเขาจะมีความสุขกว่านะ ถ้าเทียบกันเรามีพร้อมกว่า แต่อย่างน้อยเวลาเราก็มีน้อยกว่าเขาเยอะ  ปัจจัยเรื่องอื่นๆ เขาก็ไม่ต้องการมากมายเหมือนเรา พอได้อยู่ด้วยก็เลยบาลานซ์กันผมรู้สึกมีความสุขกับชีวิตอีกด้านหนึ่ง" เจ้าตัวบอกเล่าอีกหนึ่งความสุขบนสายน้ำ 

                              แม้จะมีแต่เรื่องน่าประทับใจ แต่การพายเรือไม่สามารถทำได้ด้วยใจอย่างเดียว ตามที่เจ้าของเรื่องราวในวันนี้บอกว่าการพายต้องใช้ร่างกายท่อนบนเป็นสำคัญ  จะออกแรงพายไกลถึง 30-40 กิโลกเมตร โดยไม่ซ้อมไม่ได้ โดยชี้ชวนทุกคนไปที่ราวเล็กๆ ใต้บันได้บ้าน ก่อนจะเอื้อมมือยึดราวไว้แน่นยกตัวขึ้นแล้วยกขามาด้านหน้า 90 องศา นับ 1-30 แล้วค่อยๆ ปล่อยขาลง นับเป็นวิธีบริหารกล้ามเนื้ออย่างง่ายและได้ผลดี พอๆ กับเข้ายิม

                              "ผมตั้งเป้าหมายไว้กะว่าพายไปให้ไกลขึ้นเรื่อยๆ ดูว่าตัวเองว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน  ตอนนี้ลิมิตตัวเองถ้าพายแบบสบายๆ ก็อยู่ที่ประมาณ 35 กิโลเมตร  เดือนหนึ่งต้องได้พายระยะไกลสักครั้ง ไปในเกาะที่เราไม่เคยไป หาสถานที่ใหม่มิตรภาพใหม่ๆ ผมไปได้ทุกที่ที่มีน้ำ" เจ้าตัวทิ้งท้ายด้วยเสียงหนักเน้นพร้อมลุยกับความท้าทายของมวลน้ำ