
หัวหอกดีๆ ที่ถูกลืม!!
สปอร์ต คม วีกเอนด์ : หัวหอกดีๆ ที่ถูกลืม
ทุกๆ ฤดูร้อน เป็นเรื่องปกติของบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป ที่จะต้องหานักเตะชั้นยอดเข้ามาเสริมทีมกัน ทำให้บางครั้งเรื่องค่าตัวของผู้เล่นออกมาสูงเกินกว่าความเป็นจริง และต้องยื้อกันยาวนานกว่าจะรู้ตัวว่าจะได้นักเตะที่หวังไว้มาร่วมทีมหรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในแต่ละซัมเมอร์ก็มีผู้เล่นฝีเท้าดีอีกหลายคนที่อาจจะได้รับความสนใจไม่มาก และเมื่อมีโอกาสพวกทีมกลางๆ บางครั้งก็ฉกตัวมาร่วมทีมได้ด้วยราคาไม่แพง อีกทั้งยังเป็นการได้ตัวมาเร็ว เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม มีเวลาเตรียมทีมพร้อมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆ อย่างเต็มที่ และแน่นอนว่าจะมีความพร้อมสำหรับฤดูกาลใหม่มากกว่าพวกดาวดังหลายคน
อย่าง มาริโอ โกเมส หัวหอกทีมชาติเยอรมนี ที่แม้ว่าเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมาจะดูเงียบไปหน่อย แต่ยังถือว่ามีส่วนกับความสำเร็จการคว้า 3 แชมป์ของ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค การมาของ มาริโอ มานด์ซูคิช และระบบการเล่นแบบกองหน้าคนเดียวของบาเยิร์น ทำให้ โกเมส ต้องนั่งบ่อยครั้ง แต่จำนวนประตูที่ทำได้ 19 ประตูจาก 32 นัดของฤดูกาลที่แล้ว ยังถือว่าสอบผ่าน
บาเยิร์น ประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ เมื่อฤดูกาลที่แล้ว คือเกมสุดท้ายของโกเมส เพราะทีมตัดสินใจปล่อยตัวให้ "ม่วงมหากาฬ" ฟิออเรนตินา ไปด้วยค่าตัว 16 ล้านยูโร เป็นการสิ้นสุดข่าวลือต่างๆ ได้ค่อนข้างเร็ว หลังเป็นข่าวกับหลายทีมในอังกฤษมาตั้งแต่ก่อนจบฤดูกาล
หากจะมองกันในเรื่องฝีเท้าและจำนวนประตูที่ส่งเข้าก้นตาข่ายแล้ว ค่าตัวของโกเมส อาจจะดูถูกกว่าความเป็นจริง โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับค่าตัวของกอนซาโล อิกัวอิน หัวหอกอาร์เจนไตน์ที่ "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ยอมจ่าย 30 ล้านยูโร และคว้าตัวมาจาก "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด
นับตั้งแต่ที่อิกัวอิน ย้ายจากริเวอร์เพลท มาอยู่ในรังซานติอาโก เป็นเวลา 6 ปี ก่อนมีข่าวย้ายทีม ยิงได้ 122 ประตู แต่ขณะที่ โกเมส ใช้เวลาเพียง 4 ฤดูกาลที่มิวนิค ยิงไปถึง 114 ประตู ถ้าอยู่ต่อน่าจะยิงเลยจำนวนประตูของอิกัวอินได้ไม่ยาก อย่างเมื่อ 1 ปีก่อนหน้านี้ สถิติ 41 ประตูต่อ 1 ฤดูกาลยังมีใครหลายคนจำได้
อย่างไรก็ตามเมื่อ มานด์ซูคิช เข้ามาในช่วงที่ โกเมส กำลังมีอาการบาดเจ็บ ทำให้โอกาสเมื่อฤดูกาลที่แล้วลดน้อยลงไป และมาถึงปีนี้เมื่อมีวัย 28 ปี บาเยิร์น จึงตัดสินใจปล่อยตัวออกจากทีมไป ซึ่งตัดสินใจย้ายมาอยู่ในถิ่นอาร์เตมิโอ ฟรังคี อาจจะทำให้เส้นทางค้าแข้งดูด้อยไปหน่อย เนื่องจากโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก ของ กัลโช ซีรีส์ เอ มีเพียงแค่ 3 ทีม ทำให้โกเมส ต้องลดระดับไปเล่นในยูโรปาลีก
แต่การมาอยู่กับฟิออเรนตินา ยังไงก็ยังได้ลุ้นไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลถัดไป การร่วมงานกับ วินเชนโซ มอนเตลลา ยังไงก็ดูดีมีอนาคต
ก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่ หลายๆ คนมั่นใจว่าโควตาแชมเปี้ยนส์ลีก ของฤดูกาลหน้ามีจองแล้ว 2 ทีมคือ "ม้าลาย" ยูเวนตุส และ "ปีศาจแดงดำ" เอซี มิลาน ส่วนอีก 1 โควตาคงต้องแย่งกันหลายทีม และฟิออเรนตินา น่าจะถูกจับตามองขึ้นมาบ้างเมื่อมีหัวหอกรายนี้มารับประกันจำนวนประตูให้ทีม
จาก 41 ประตูเมื่อ 1 ปีก่อน เป็นเรื่องเหลือเชื่อเหมือนกัน ที่โกเมสตกมาอยู่ในมือฟิออเรนตินา ได้ ก่อนหน้านี้ในอังกฤษก็มีทั้ง "ไก่เดือยทอง" สเปอร์ส และ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ที่ให้ความสนใจ รวมทั้งอีกหลายทีมในยุโรปและในบุนเดสลีกาเอง ซึ่งค่าตัวเพียงแค่ 16 ล้านยูโร มีหลายทีมในยุโรปที่จ่ายได้แบบสบายๆ
เรื่องค่าตัวก็ไม่ได้แพงขนาด 63 ล้านยูโร อย่าง เอดิสัน คาวานี หัวหอกอุรุกวัยของนาโปลี แต่จำนวนประตู น่าจะรับประกันได้ว่ายิงระดับ 20 ประตูได้เหมือนกัน หากไม่มีอาการบาดเจ็บเข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว
ดาวิด บีญา อดีตกองหน้าของ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา เป็นดาวยิงชั้นดีอีกรายที่ย้ายทีมในช่วงเดียวกับโกเมส และก็เป็นเรื่องน่าแปลกใจอีกเช่นกัน ที่หลายต่อหลายทีมในยุโรปปล่อยให้บีญา ไปร่วมทีมกับ "ตราหมี" แอต.มาดริด ด้วยค่าตัวเพียง 5.1 ล้านยูโร เท่านั้น เป็นค่าตัวที่ทุกทีมในพรีเมียร์ลีก หรือว่าบางทีมในแชมเปี้ยนชิพจ่ายได้แบบสบายๆ ด้วยซ้ำไป
ผลงานของบีญา พิสูจน์ให้เห็นมาตั้งแต่อยู่ในถิ่นเมสตายา ของ "ไอ้ค้างคาว" บาเลนเซีย มาจนถึงที่คัมป์ นู กับ บาร์ซา อยู่กันมา 3 ปี หัวหอกรายนี้ประสบความสำเร็จกับ 8 ถ้วยแชมป์ และยิงไปทั้งหมด 48 ประตู ทั้งๆ ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว อาการบาดเจ็บทำให้ไม่ค่อยมีโอกาสลงสนามมากนักก็ตาม
บีญา ย้ายจากบาเลนเซีย มาอยู่กับบาร์ซา แบบใหญ่โตด้วยค่าตัวถึง 40 ล้านยูโรเมื่อปี 2010 และนับตั้งแต่นั้นมากลายเป็นกองหน้าระดับโลกอย่างเต็มตัว ในฤดูกาลแรกยิงไป 23 ประตูจาก 51 นัด และมี 2 ประตูในเกม "เอล กลาซิโก" ที่ถล่ม รีล มาดริด 5-0 และประตูในนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เหนือ "ปีศาจแดง" แมนฯ ยูไนเต็ด
โชคร้ายที่กองหน้าที่ชาติสเปนเจ็บหนักถึงขั้นขาหักในระหว่างศึกสโมสรโลก แต่ในการกลับมา บีญา ก็ยังกลับมาทำประตูได้ตั้งแต่นัดแรกของการคัมแบ็กกับ รีล โซเซียดัด
ถึง บีญา จะเป็นกองหน้าชั้นดี แต่หลังจากที่หายเจ็บกลับมา ถูกมองว่าได้สูญเสียความสม่ำเสมอของกองหน้าชั้นดีไปแล้ว และถูกมองว่าไม่ใช่ผู้เล่นคนเดิม ซึ่งอาจจะมาจากการที่บาร์ซา และติโต บิลาโนบา ไม่ได้ให้โอกาสลงสนามมากนัก และเหลือเชื่อที่ยอมขายขาดทุนถึง 35 ล้านยูโรด้วยกัน
กับแฟนบอลที่คัมป์ นู เป็นเรื่องที่แตกต่างกันไป แฟนบอลบาร์ซา ยังคงให้การสนับสนุนเสมอมา อย่าลืมว่า บีญา คนนี้แหละที่ยิงประตูตัดสินเด็ดขาด ให้บาร์เซโลนาพลิกสถานการณ์กลับมาชนะ เอซี มิลาน ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมทั้งยังทำทางให้ เปโดร โรดริเกซ ยิงประตูตัดสินชนะ "เปแอสเช" ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ช่วงที่ ลิโอเนล เมสซี เจ็บไป บีญา กลับมามีบทบาทมากขึ้น และพิสูจน์ให้เห็นว่าด้วยวัย 31 ปียังมีดีอยู่ เพียงแต่อนาคตที่คาตาลันแทบจะหมดไปหลังการมาของ เนย์มาร์ กองหน้าค่าตัว 57 ล้านยูโร ไหนจะ อเลกซิส ซานเชซ กับ เชส ฟาเบรกาส อีก
การย้ายไป แอต.มาดริด น่าจะเป็นจังหวะที่ดีอีกจังหวะของชีวิต การไปแทนที่ ราดาเมล ฟัลกัล ที่บิเซนเต กัลเดรอน จะทำให้บีญาได้แสดงให้เห็นว่ามีดีอย่างไร และเต็มที่ในปีก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายที่บราซิล เพราะทีมตราหมีเป็นทีมปั้นกองหน้าอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็น เฟอร์นันโด ตอร์เรส, เซร์คิโอ อาเกโร และ ฟัลกัล อีกทั้งยังมีโอกาสได้โลดแล่นในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีกเหมือนเดิม
ทั้ง มาริโอ โกเมส และดาวิด บีญา เหมือนเป็น 2 กองหน้าที่ทีมชั้นนำของยุโรปมองข้ามไป ทั้งที่หากซื้อมาเล่นคู่กันก็ลงทุนได้เพียงแค่ราวๆ 20 ล้านยูโรเท่านั้น
-----------------------------
(สปอร์ต คม วีกเอนด์ : หัวหอกดีๆ ที่ถูกลืม)



