
บางระกำโมเดล...พิมพ์เขียวแก้น้ำท่วม
บางระกำโมเดล...พิมพ์เขียวแก้น้ำท่วม ด้านหนึ่งของผู้รับผลกระทบโครงการรัฐ : มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี ... รายงาน
นิยามของคำว่า "บางระกำโมเดล" เป็นที่รับรู้ในปี 2554 หลังจากหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือต้องประสบภัยน้ำท่วม และพิษณุโลกก็เป็นหนึ่งในหลายพื้นที่ ซึ่งเผชิญปัญหา โดยเฉพาะ อ.บางระกำ
การเดินทางมาตรวจราชการที่ จ.พิษณุโลก ในเดือนสิงหาคมปีเดียวกันของ "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ปรีชา เรืองจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้รายงานสถานการณ์น้ำท่วมและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุกทกภัยในพื้นที่ ควบคู่กับการเสนอแนวทางการบริหารจัดการน้ำ ด้วยระบบทางด่วนน้ำ (water way) สอดคล้องกับแนวทางของนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการให้เกิดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมเชิงบูรณาการ คำว่า "บางระกำโมเดล" จึงถูกบัญญัติขึ้นมาในการประชุมศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัยและดินโคลนถล่ม ครั้งที่ 2/2554 เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2554 ณ กระทรวงมหาดไทย ในการประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้หยิบยก "บางระกำโมเดล" มากล่าวถึง และให้นำ "บางระกำโมเดล" ที่ จ.พิษณุโลก ไปใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในเชิงบูรณาการกับจังหวัดอื่นๆ หัวใจสำคัญที่ถูกอ้างถึงก็คือ "2 P 2 R" เริ่มจาก 1.การเตรียมการว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร 2.เมื่อเกิดปัญหาให้รีบช่วยเหลือขั้นต้น 3.รีบฟื้นฟูเยียวยา และ 4.แก้ปัญหาในระยะยาว แนวทางก็คือ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเข้ามาดูแล ต้องเข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนประชาชน อย่างรวดเร็ว ทันที ทันเหตุการณ์ และถูกจุด ลดความรู้สึกของประชาชนที่ประสบภัยว่า ถูกทอดทิ้งหรือไม่ได้รับการเหลียวแลจากราชการ ส่วนการแก้ไขปัญหาเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากภาวะน้ำท่วม มีการจัดทำเครื่องมือบริหารจัดการน้ำท่วม อาทิ การขุดลอกแม่น้ำยมสายเก่า การขุดลอกคลองบางแก้ว การขุดลอกคลองเกตุ คลองกล่ำ การขยายประตูระบายน้ำคลองบางแก้ว การทำแก้มลิงในเขต อ.บางระกำ โครงการเหล่านี้ จึงเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการบริหารจัดการน้ำท่วมและภัยแล้งแบบยั่งยืน
"ชาวบ้าน 30 ราย ต้องพบกับปัญหาไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัย เนื่องจากรัฐนำที่ดินไปขุดบึง เพื่อทำโครงการบางระกำโมเดล แก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมซ้ำซาก แต่ไม่มีการเยียวยาให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโครงการลงทุนของรัฐ" นางรัก ธานี อายุ 50 ปี ภูมิลำเนา ต.ปลักแรด อ.บางระกำ จ. พิษณุโลก ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการรัฐ กล่าว
"ไม่รู้จะพึ่งใคร เพราะผู้นำท้องถิ่นก็เมินเฉย อยากให้นายกรัฐมนตรีรับรู้ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ไม่มีที่ดินทำกิน ไม่มีที่อยู่อาศัยที่ต้องได้รับความเดือดร้อนจากการเสียสละที่ดินทำแก้มลิง" นายสังวาลย์ รอดเผือก อายุ 75 ปี กล่าว
ทั้งนี้ การขุดลอกบึงระมาณ ในโครงการ "บางระกำโมเดล" ชลประทานจังหวัดพิษณุโลกจะทำการขุดลอกบึงใน ต.ปลักแรด อ.บางระกำ เนื้อที่รวม 1,800 ไร่ ตามแผน 3 ปี 2555-2557 งบประมาณ 339 ล้านบาท มีเป้าหมายเพื่อกักเก็บน้ำ 17 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เป้าหมาย อ้างว่าทำกินมานาน มีเอกสารสิทธิ ส.ค.1 และ น.ส.3 ซึ่งเป็นที่ทำนา อย่างไรก็ตาม เอกสารสิทธิของดังกล่าวไปทับซ้อนกับหนังสือสำคัญที่หลวง (นสล.) บึงระมาณจำนวน 3,000 ไร่ และในปี 2555 ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนกลุ่มนี้ ได้มาร้องเรียนต่อจังหวัดพิษณุโลก ให้ชะลอการขุดลอกในที่ทำกิน แต่ไม่เป็นผล ถัดจากนั้นวันที่ 14 มีนาคม 2555 ผู้เดือดร้อน 26 คน ฟ้องศาลขอให้ระงับการขุดลอกแก้มลิงบึงระมาณ แต่ศาลจังหวัดพิษณุโลกได้พิพากษาชั้นต้น ยกคำร้อง ทำให้การดำเนินงานในโครงการนี้ของหน่วยงานรัฐยังดำเนินการต่อไปได้ตามปกติ
คือภาพอีกด้านในโครงการลงทุนของภาครัฐ "บางระกำโมเดล" และเป็นมุมที่กระทบต่อคนกลุ่มหนึ่ง
-----------------------
(บางระกำโมเดล...พิมพ์เขียวแก้น้ำท่วม ด้านหนึ่งของผู้รับผลกระทบโครงการรัฐ : มงคลเชาวราช ทั่งมั่งมี ... รายงาน)



