ข่าว

ยกฟ้อง!'อลงกรณ์'หมิ่นฯ'เนวิน-ชัย'รุกที่

ยกฟ้อง!'อลงกรณ์'หมิ่นฯ'เนวิน-ชัย'รุกที่

19 ก.ค. 2556

ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนยกฟ้อง 'อลงกรณ์' ไม่ผิดหมิ่นฯ 'เนวิน-ชัย ชิดชอบ' แถลงข่าวปี 50 ตั้งประเด็นตรวจสอบการบุกรุกที่ รฟท.บุรีรัมย์ ชี้เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม

 

                              19 ก.ค. 56  ที่ห้องพิจารณา 906 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีหมายเลขดำ อ.522/2550 ที่ นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน อดีตรัฐมนตรี และ อดีตส.ส.บุรีรัมย์หลายสมัย และนายชัย ชิดชอบ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร์ มอบหมายให้นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคภูมิใจไทย เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา และละเมิด เรียกค่าเสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 และ เรียกค่าสินไหมทดแทน จากการละเมิด เป็นเงินจำนวน 100 ล้านบาท

                              คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 28-29 ม.ค. 50 นายอลงกรณ์ แถลงข่าวและแจกจ่ายเอกสารต่อสื่อมวลชน ณ ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวทำนองว่า นายเนวิน และนายชัย เป็นนักการเมืองผู้มีอิทธิพลในจังหวัดบุรีรัมย์ บุกรุกที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่ต.เขากระโดง อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รวม 2 แปลง จำนวนกว่า 44 ไร่ โดยใช้อิทธิพลความเป็นนักการเมืองให้ออกโฉนดที่ดินโดยมิชอบด้วยกฎหมาย แล้วนำที่ดินไปจำนอง กับสหธนาคาร และธนาคารกรุงไทย วงเงินกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงเกินจริง ทำให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง

                              ศาลชั้นต้น พิพากษาเมื่อวันที่ 10 ก.ค. 55 ให้ยกฟ้อง เนื่องจากเห็นว่า การแถลงข่าวดังกล่าว เป็นการติชมด้วยความเป็นธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 329 (1) และ (3) ซึ่งโจทก์ทั้งสองเป็นนักการเมืองเคยดำรงตำแหน่งสำคัญทางการเมือง รวมทั้งเสนอตัวต่อประชาชนให้เลือกเป็น ส.ส. หรือ ส.ว. ก็แสดงว่าตนเองเป็นคนดีมีความซื่อสัตย์สุจริตไว้วางใจให้เข้าไปบริหารกิจการแทนประชาชน จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะต้องถูกตรวจสอบความถูกต้องของการปฏิบัติงานเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ซึ่งหลังจากการแถลงข่าว จำเลยมีหนังสือถึง พล.ร.อ.บรรณวิทย์ เก่งเรียน ประธาน กมธ.คมนาคม สภานิติบัญญัติแห่งชาติในขณะนั้น เพื่อให้ตรวจสอบการครอบครองที่ดิน จึงเห็นได้ว่าก่อนการแถลงข่าวจำเลยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นลำดับขั้นตอน สามารถชี้แจงที่มาที่ไปของเอกสารหลักฐาน แสดงให้เห็นว่าจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่ามีมูลความจริงตามที่จำเลยแถลงข่าวโดยไม่มีเจตนาใส่ความโจทก์ทั้งสอง

                              ต่อมาโจทก์ ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมาย

                              ศาลอุทธรณ์ประชุมตรวจสำนวนแล้วเห็นว่า จำเลยเป็นคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ และประธานคณะกรรมการตรวจสอบการทุจริตของพรรคประชาธิปัตย์ ขณะแถลงข่าวจำเลยได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากเอกสารของรฟท.และกรมที่ดิน รวมทั้งเอกสารการตรวจสอบของกมธ.พิจารณาสอบสวนและศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตของวุฒิสภาแล้ว ซึ่งมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นลำดับขั้นตอน จึงเชื่อว่าเป็นการแถลงข่าวโดยสุจริต การที่จำเลยแถลงข่าวดังกล่าวจึงมีความชอบธรรมที่จะเปิดเผยให้ประชาชนได้รับทราบ และเป็นการติชมด้วยความเป็นธรรมไม่เป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้น ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยพิพากษายืน