
ม็อบชาวนาฮือ!ปิดถนนร้อง'ปู'แก้หนี้
ม็อบชาวนาฮือ!ปิดถนนร้องรัฐแก้หนี้ ด้าน'นายกฯ'เดินทางไปตักบาตร-สักการะหลวงพ่อโต ที่วัดพนัญเชิง ก่อนเป็นประธานประชุม ครม.สัญจร
เมื่อเวลา 07.00 น.กลุ่มเกษตรกรเครือข่าวหนี้สินชาวนาแห่งประเทศไทย จำนวน 300 คน เดินทางโดยรถยนต์ปิกอัพและรถบรรทุกจำนวน 50 คน มาตามถนนสายเอเชีย มุ่งหน้ามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นสถานที่ประชุมครม.สัญจร เพื่อที่จะพบ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรเกี่ยวกับ ธกส. โดยได้ทำการปิดถนนสายเอเชียขาขึ้น นครสวรรค์ หน้าศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ช่วง กม.ที่ 18 ม. 3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา
โดยมี พล.ต.อ.วงพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รอง ผบช.ภ. 1 และพล.ต.ต.กรเอก เพชรไชยเวส ผบก.ภ.พระนครศรีอยุธยา นำกำลังตำรวจและชุดควบคุมฝูงชนจำนวน 400 นาย มาตั้งจุดปิดกั้น เพื่อไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนตัวไปยังสถานที่ประชุมครม. โดยมีการนำรถตู้ของตำรวจและรถหกล้อมาปิดถนนไว้ จากนั้นได้ปัดรถที่จะวิ่งผ่านเส้นทางดังกล่าวให้ใช้ทางเบี่ยงเข้าตัวเมืองแทน เป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด ซึ่งระหว่างการปิดกั้นก็มีการผลักดันระหว่างตำรวจและผู้ชมนุมเป็นระยะ และมีการกล่าวปราศรัยโจมตีแต่ไม่มีเหตุรุนแรง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามเจรจาแต่ไม่สำเร็จ จนกระทั่งนายสุพรณ์ อรรถาวงษ์ รองเลขานุการนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาพบกับกลุ่มผู้ชุมนุม และรับปากที่จะนำแกนนำจำนวน 10 คนเข้าไปยังมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิศูนย์วาสุกรี เพื่อให้ ครม.รับทราบ และดำเนินการตรมข้อเสนอของเกษตรกร โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้ปักหลักรออยู่บริเวณถนนสายเอเซียหน้าศูนย์ราชการฯจนกว่าจะทราบผล า
"นายกฯ"กราบสักการะหลวงพ่อโต วัดพนัญเชิง พร้อมตรวจโครงการป้องกันน้ำท่วม
ผู้สื่อข่าวรายงานภารกิจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่(ครม.สัญจร) ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ระหว่างวันที่ 18 - 19 กรกฎาคม เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 19 กรกฎาคม หลังนายกรัฐมนตรีพักค้างคืนที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะซึ่งสวมเสื้อลายผ้าขาวม้าของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาทิ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รัฐมนตรีว่ากระทรวงมหาดไทย นายวรเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯและรัฐมนตรีช่วยว่ากระทรวงเกษตรฯ นางปวีณา หงสกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นายพีระพันธุ์ พาลุสุข รัฐมนตรีว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ รัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม ได้เดินทางมายังวัดพนัญเชิงฯโดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 200 คนมารอต้อนรับ
จากนั้นนายกฯ ได้ร่วมกับรับมนตรีตักบาตรพระสงฆ์ 9 รูป และกราบสักการะหลวงพ่อโต (ซาปอกง) โดยนายกรัฐมนตรีได้ถวายเครื่องไทยธรรม พระพุทธรูปปางเลไลย พระประจำวันเกิด พร้อมผ้าไตร เทียนจำนำพรรษา แด่พระเทพรัตนากร(แวว กตสาโร) เจ้าอาวาสเจ้าวัดพนังเชิงฯและคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งได้ถวายผ้าห่มหลวงพ่อโต ซึ่งเจ้าคณะจังหวัดและพระสงฆ์ได้สวดชยันโตให้พรแก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยเจ้าคณะจังหวัดให้พรว่า ขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่สร้างเขื่อนหรือพนังกั้นน้ำให้กับทางวัด ต่อจากนี้ทั้งพระสงฆ์และสามเณรก็คงไม่ต้องแบกกระสอบเหมือนทุกปีอีกแล้ว และขอบารมีหลวงพ่อโตคุ้มครองนายกฯและคณะให้นำนาวารอดพ้นอุปสรรคอยู่ครบ 4 ปี แล้วอยู่ต่อไปอีก 4 ปี 4 ปี 4 ปี และขอให้บรรลุและสมปรารถนาทุกประการ ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงกับยิ้มปลื้ม รับพร
โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวกับเจ้าอาวาส ว่า วัดพนังเชิงฯเป็นวัดเดียวที่น้ำไม่ท่วม และเป็นวัดที่ปกป้องคนในเมืองด้วย จากนั้นพระเทพรัตนากรได้มอบพระพุทธรูปหลวงพ่อโตจำลองขนาดหน้าตัก 5 นิ้ว พร้อม"เข็มอุนาโลม"ให้กับนายกฯเพื่อเป็นศิริมงคล
จากนั้นนายกฯ พร้อมคณะได้ขึ้นรถสองแถว ทะเบียน 10-2168 พระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจเยี่ยมเยี่ยมบริเวณโครงการก่อสร้างเขื่อนริมน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นโครงการฟื้นฟูและปรับปรุงระบบป้องกันน้ำท่วม ที่มีการสร้างเป็นแนวเขื่อนป้องกันน้ำท่วมชนิดพับเก็บได้ ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปลานกลาง 7.30 เมตร โดยนายกรัฐมนตรีได้สอบถามถึงวิธีป้องกันน้ำท่วมของเขื่อน และสั่งการผู้ว่าฯให้เร่งจัดปรับปรุงภูมิทัศน์ริมเขื่อนให้เกิดความสวยงาม และเร่งกำจัดวัชพืชในแม่น้ำเพื่อไม่ให้เกิดการกีดขวาง ทั้งนี้ นายกฯ ได้กล่าวยืนยันว่าบริเวณนี้เป็นจุดที่สามารถป้องกันน้ำท่วมได้อย่างแน่นอน
ต่อมานายกฯ และคณะ ได้เดินทางมายัง ตลาดโก้งโค้ง บ้านแสงโสม โดยระหว่างทางน.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม ได้แวะตรวจเยี่ยมชมโครงการปกป้องพื้นที่ปลายน้ำเขตเศรษฐกิจ ถนนสาย 3477 บางประอิน-วัดพนังเชิง ซึ่งนายชัชชาติ ได้ชี้แจงนายกฯ ว่า แนวถนนดังกล่าวมีการยกระดับขึ้นจากเดิม 50 ซม. และมีแนวแบริเออร์ สูงอีก 1 เมตร ระยะทาง 17 กิโลเมตร จากทั้งหมดระยะทางกว่า 676 กิโลเมตร เพื่อใช้ซึ่งเป็นแนวป้องกันน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าพื้นที่ชั้นในที่มีนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งตั้งอยู่ และการดำเนินการดังกล่าวได้มีการชี้แจงประชาชนในพื้นที่ พร้อมกับที่มีการเปิดช่องทางจราจรให้ประชาชนสามารถสัญจรได้
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดนี้ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพูดคุยทำความเข้าใจกับชาวบ้านถึงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล และให้ดูว่าพื้นที่ไหนเป็นพื้นที่ที่น้ำมาก จะได้หาพื้นที่แก้มลิงรองรับและดูแลประชาชนในด้านการเกษตรด้วย ซึ่งต้องดำเนินการทั้งด้านในและด้านนอกแนวกั้นน้ำ ส่วนสถานการณ์น้ำในปีนี้ ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานมายังไม่มีสถานการที่น่าเป็นห่วง แต่คงต้องดูในเรื่องของมรสุมและพายุที่จะมีเข้ามาแต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบว่ามีรายงานเข้ามาแต่อย่างใด และแนวป้องกันที่มีคาดว่าจะสามารถป้องกันได้ เว้นแต่จะเป็นบางพื้นที่ที่มีปริมาณฝนตกมากก็อาจมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังบ้าง
เมื่อถามว่า จากการดูเขื่อนกั้นน้ำที่วัดพนันเชิงทำให้สบายใจขึ้นหรือไม่ เนื่องจากการดำเนินการมีความคืบหน้าไปกว่าร้อยละ 60 นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ใช้งบกลางจำนวน 1.2 แสนล้านบาท ที่บางส่วนใช้ในการเยียวยา และใช้ในการป้องกันเร่งด่วนแต่ไม่ใช้เป็นการเชื่อมโยงตั้งแต่ต้นน้ำ แต่เป็นการป้องกันในพื้นที่ปลายน้ำเพื่อไม่ให้สร้างผลกระทบกับพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น กทม. แต่โครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท จะเป็นการเชื่อมโยงลุ่มน้ำตั้งแต่ต้นน้ำ เพื่อพยายามให้มีการใช้ประโยชน์จากน้ำตั้งแต่ต้นน้ำเพื่อการเกษตร เพื่อป้องกันภัยแล้งที่อาจเกิดขึ้น และถือเป็นการใช้ประโยชน์จากน้ำมากกว่าจะปล่อยให้ไหลมาในปริมาณที่มากจนกระทบกับพื้นที่เศรษฐกิจ
ต่อมา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเดินทางมายังตลาดโก้งโค้ง บ้านแสงโสม อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมชมตลาดและวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยนายกรัฐมนตรีได้ชิมขนมไทยต่างๆและป้อนขนมให้กับเด็กที่มารอต้อนรับ ก่อนที่จะบันทึกเทปรายการรัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน ซึ่งจะออกอากาศในวันเสาร์ที่ 20 ก.ค.
จากนั้น เวลา 10.00 น.นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ครม.ที่อาคารเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ
กำชับผู้ผลิตรข้าวถุงเน้นมาตรฐานดึงความเชื่อมั่นกลับมา
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยบูรณาการกัน เพื่อที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่น และทำให้ข้าวไทยมีคุณภาพมาตรฐานดีขึ้น โดยให้ดูตั้งแต่กระบวนการผลิตขั้นตอนแรก ไปจนถึงกระบวนที่โรงสี
ส่วนที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้คือข้าวถุงเป็นหลัก ซึ่งนายกฯก็ได้บอกว่า ให้ผู้ผลิตข้าวถุงทำตามมาตรฐาน อาทิ เรื่องความชื้น เรื่องของสารเคมีต่าง ๆ ที่ตกค้าง ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการค้าข้าวเสื่อมคุณภาพขึ้น โดยมีหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรข้าวถุงเป็นกรรมการ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข มี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงเกษตร มีกรมการค้าข้าว กระทวงพาณิชย์ อาทิ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ ทั้งนี้ยังมีสถาบันวิจัยต่างๆเข้ามาช่วยอีกด้วย อย่างไรก็ตามศูนย์ดังกล่าวจะทำทั้งในเชิงป้องกันและปราบปราม เพื่อยกระดับมาตราฐานคุณภาพข้าวไทย
นายยรรยง กล่าวต่อว่า ถึงแม้ว่าข้าวไทยจะได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกในขณะนี้ แต่ถ้ามีกระแสความวิตกกังวลของผู้บริโภค ที่ผู้บริโภคไม่มีความเชื่อถือ เราก็จะเดือดร้อน ทั้งนี้การส่งออกไม่ได้มีผลกระทบ เพียงแต่บางรายอาจให้เรามีเอกสารรับรองเพิ่มว่าปลอดสาร ซึ่งก็จะทำให้ขั้นตอนชะลอไปนิดหน่อย แต่ในเชิงปริมาณไม่ได้กระทบอะไรมาก ส่วนการส่งออกภายในประเทศที่มีการกระแสเยอะก็มีการชะลอ ๆ บ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ตามในการค้าต่างประเทศยังไม่ปรากฏผลชัดเจน
ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)เสนอมาตรการป้องกันให้รัฐบาลทบทวนการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรที่เน่าเสีย นายยรรยง กล่าวว่า ปปช.เสนอมานานแล้ว รัฐบาลพยายามกำจัดจุดอ่อนตลอด เพราะมีคณะทำงานตรวจสอบเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในขณะนี้ที่มีกระแสเพิ่มขึ้นก็เป็นโอกาสของฝ่ายปฎิบัติ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ไปมุ่งให้เกิดความรัดกุม ซึ่งกรณีที่มีปรับราคาขึ้นจาก 12,000 บาท เป็น 15,000 บาท ทางหน่วยกำกับก็ได้กำชับเรื่องของการตรวจรับข้าว และการดูแลเรื่องคุณภาพต่างๆแล้ว ทั้งนี้ตนยังไม่เห็นข้อเสนอเพิ่มเติมของปปช.
นายยรรยง กล่าวต่ออีกว่า การทำนโยบายเรื่องข้าวต้องรับฟังทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งเขาก็มีข้อเสนอที่ดีขึ้น คือมีความยืดหยุ่นจากเดิมที่จะเอาแต่ 15,000 บาท ซึ่งขณะนี้เรากำลังทำการศึกษาอยู่ว่าราคาที่เหมาะสมอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรรัฐบาลก็ต้องหาวิธีช่วยลดต้นทุน ทั้งยังมีอีกหลายอย่างที่ชาวนามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งนี้มาตรการช่วยลดต้นทุนของชาวนาจะออกได้เมื่อไหร่ ทุก ๆ ฝ่ายต้องช่วยกันดู เพราะมีปัจจัยเยอะ เช่นในแต่ละช่วงเวลา อาทิ ข้าวนาปีต่อไปเราก็ต้องทำให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคม โดยเราจะต้องมีข้อเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้
มอบ "เฉลิม" ดูแลการบังคับใช้กฎหมายป้องกันค้ามนุษย์
นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ฝากให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไปดูเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย หลังจากมีการเผยแพร่รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ที่จะต้องติดตามความคืบหน้าการใช้แรงงานเด็ก รวมถึงรายงานความคืบหน้าในการดำเนินคดีว่ามีความคืบหน้าแค่ไหน อย่างไร
ชม "กำแพงเพชร" ทำยุทธศาสตร์จังหวัดชัดเจนที่สุด
นายธีรัตถ์ แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ว่า เป็นการประชุมครม.ครั้งที่ 28/2556 ซึ่งจะเป็นการประชุมครม.ที่นำวาระการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไปมาพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ด้วย โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้กล่าวเปิดการประชุมว่าการประชุมครม.ครั้งนี้ เป็นการประชุมในพื้นที่ภาคกลางตอนบน 1 ซึ่งประกอบไปด้วยจังหวัดสระบุรี พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี โดยนายกรัฐมนตรียังได้กล่าวถึงผลการลงพื้นที่ในการประชุมยุทธศาสตร์จังหวัด เช่น ยโสธร มุกดาหาร นครนายก บุรีรัมย์ มหาสารคาม ว่า ในขณะนี้จังหวัดที่มีความชัดเจนมากที่สุดในการจัดทำยุทธศาสตร์จังหวัด เพื่อหาจุดเด่นของจังหวัดตัวเองอย่างไร และการเกษตรโซนนิ่งให้สอดคล้องกับความต้องการสินค้า และอุตสาหกรรมเป็นอย่างไร ซึ่งจังหวัดที่มีความพร้อมมากที่สุดคือ จังหวัดกำแพงเพชร ที่มีการพูดถึงการปลูกมันสำปะหลัง อ้อย และมีโรงานอุสาหกรรมเพื่อรองรับการปลูกพืชดังกล่าวด้วย โดยหลังจากนี้จะมอบให้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือสภาพัฒน์เข้ามาดำเนินการเพื่อจัดทำแผนยุทธศาตร์เพื่อเป็นต้นแบบ ตัวอย่างในการดำเนินการของจังหวัดอื่นๆ ต่อไป
นายธีรัตถ์ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกว่า มีความโดดเด่นด้านเป็นฐานโลจิสติกส์ การขนส่งทางน้ำ ทางบก ทางรถไฟ และมีนิคมอุตสาหกรรมอยู่ ที่สามารถเชื่อมโยงการขนส่งทางบก ทางราง ทางน้ำ ซึ่งจากการประชุมกรอ.จะเห็นว่าต้องการพัฒนาให้เป็นฮับทางโลจิสติกส์ เพราะเห็นว่าเป็นกลุ่มจังหวัดที่ต่อยอดและรองรับการเจริญเติบโตของกรุงเทพมหานคร ดังนั้นถ้ามีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองรอบนอกเหล่านี้จะเป็นการช่วยรองรับให้เศรษฐกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง ส่วนประเด็นการหารือร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน หรือ กรอ.นั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาความแออัดของสนามบินภูเก็ต โดยเฉพาะในช่วงไฮซีซั่น ปลายปีนี้ ซึ่งสั่งการให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างมาก ถึง 9 ล้านคน แต่สนามบินสามารถรองรับได้เพียง 6 ล้านคน อีกทั้งป้ายบอกทางก็ไม่ชัดเจน ดังนั้นจึงสั่งการเร่งด่วนให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ดำเนินแบบที่สนามบินสุวรรณภูมิ จัดทำเป็นคณะทำงานเฉพาะกิจ โดยการร่วมมือกันระหว่างสนามบิน ตำรวจ ผู้ประกอบการ ในการลดความแออัดของสนามบินภูเก็ตอย่างเร่งด่วน



