
12สถานี'จับแผ่นดินไหว'ตามรอยเลื่อน
12สถานี'จับแผ่นดินไหว' ตามรอยเลื่อนไทย..ขยายตัว : ทีมข่าวรายงานพิเศษ
"...เวลา 00.20 น. วันที่ 18 ก.ค. 56 : 1.5 ริกเตอร์ ต.สันมะค่า อ.ป่าแดด จ.เชียงราย
เวลา 06.41 น. วันที่ 17 ก.ค. 56 : 5.3 ริกเตอร์ ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
เวลา 14.07 น. วันที่ 12 ก.ค. 56 : 3.0 ริกเตอร์ ประเทศพม่า
เวลา 23.31 น. วันที่ 8 ก.ค. 56 : 3.9 ริกเตอร์ ประเทศพม่า
เวลา 14.37 น. วันที่ 2 ก.ค. 56 : 6.0 ริกเตอร์ ตอนเหนือของเกาะสุมาตรา ประเทศอินโดนีเซีย
เวลา 05.00 น. วันที่ 2 ก.ค. 56 : 1.0 ริกเตอร์ ต.แม่วิน อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่
เวลา 14.16 น. วันที่ 1 ก.ค. 56 : 1.9 ริกเตอร์ อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่
เวลา 09.24 น. วันที่ 1 ก.ค. 56 : 3.0 ริกเตอร์ ประเทศพม่า ..."
ขณะที่ "โลก" หมุนรอบตัวเอง...เกิดการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของสรรพสิ่ง รวมถึง "โลกสีน้ำเงิน" ใบนี้ ในวันหนึ่งๆ นักธรณีวิทยาประมาณกันว่า ทั่วโลกจะเกิดแผ่นดินไหวประมาณ 1,000 ครั้งต่อวัน แต่ส่วนใหญ่เป็นเพียงการสั่นสะเทือนเพียงเบาๆ จนมนุษย์ไม่รู้สึก !!
อย่างเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งสำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา บันทึกเหตุแผ่นดินไหวในรอบเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ถ้าขนาดความรุนแรงของแผ่นดินไหวแตะขึ้นระดับ 5 ริกเตอร์ขึ้นไป และอยู่ใกล้แหล่งชุมชนจะกลายเป็นหายนะของมวลมนุษย์โลกทันที
"แผ่นดินไหว" มหันตภัยที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้า ทำได้เพียงเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติเท่านั้น ล่าสุด กรมทรัพยากรธรณี เตรียมติดตั้งเครื่องตรวจวัดแผ่นดินไหวที่มีความทันสมัยระดับโลก นำเข้ามาจากประเทศออสเตรเลีย นั่นคือ "สถานีวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน" ระบบบรอดแบนด์ ชนิดออนไลน์ เพิ่มอีก 12 สถานี
จากเดิมสถานีวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดินของกรมทรัพยากรธรณี ทั้ง 21 แห่งทั่วประเทศ จะเป็นแบบชอร์ต-พีเรียด ชนิดออฟไลน์ ซึ่งมีการติดตั้งสถานีคร่อม 3 ตัวต่อหนึ่งรอยเลื่อน โดยใช้ตัว "เซ็นเซอร์" ตรวจจับการสั่นสะเทือนจากภาคพื้นดินในระยะ 1-2 เมตร เพื่อคำนวณว่าแผ่นดินไหวนั้นมาจากทิศไหน และในแนวดิ่งเป็นอย่างไร ก่อนจะถูกเก็บไว้ที่อุปกรณ์ที่เรียกว่า "ดาต้าเซ็นเตอร์" อย่างไรก็ตาม ข้อเสียของ ระบบออฟไลน์ ต้องถ่ายไฟล์ข้อมูลไป-มา ทำให้ได้ข้อมูลไม่ทันท่วงที จึงปรับมาใช้สถานีวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน แบบชอร์ต-พีเรียด ชนิดออนไลน์ 3 แห่ง ซึ่งสามารถดึงข้อมูลเข้าใช้ได้ทันที
ส่วน สถานีวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน ระบบบรอดแบนด์ ชนิดออนไลน์ ที่จะติดตั้งเพิ่มในพื้นที่ จ. แม่ฮ่องสอน จ.เชียงราย จ.ตาก จ.ลำปาง จ.เชียงใหม่ และ จ.กำแพงเพชร จะมีหลักการทำงานคล้ายกับแบบชอร์ต-พีเรียด ชนิดออนไลน์ แต่ที่เพิ่มขึ้นมาคือ บรรจุข้อมูลได้มากขึ้น ส่งข้อมูลได้รวดเร็ว มีความถี่มากกว่าเดิม เหมือนเครื่องรับวิทยุที่สามารถรับสัญญาณความถี่ที่กว้างกว่าเดิม มีระบบกันฟ้าผ่า ระบบตัดไฟ และสถานีไหนไม่มีระบบสื่อสารโทรศัพท์ ก็จะใช้สัญญาณจากดาวเทียม
"สุวิทย์ โคสุวรรณ" ผอ.ส่วนวิจัยรอยเลื่อนมีพลัง สำนักธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อมและธรณีพิบัติภัย กรมทรัพยากรธรณี อธิบายว่า ถ้าเกิดแผ่นดินไหวเครื่องตรวจวัดที่สถานีแบบใหม่นี้ พอจับสัญญาณแผ่นดินไหวได้แล้ว จะส่งสัญญาณมาให้เครื่องที่ส่วนกลางประมวลผลพื้นที่เกิดแผ่นดินไหว วันเวลา ขนาดกี่ริกเตอร์ ความลึกเท่าไหร่ ฯลฯ ส่งมายังส่วนกลางจะเป็นหน้าจอแผ่นดินไหวที่ออนไลน์ และตอนนี้ ไทยเป็นพันธมิตรกับ 47 ประเทศ จะมีการแชร์ข้อมูลระหว่างกัน เวลามีแผ่นดินไหวก็จะมีการแจ้งเตือนเป็นเสียง พร้อมระบบเอสเอ็มเอสไปยังมือถือตลอด 24 ชั่วโมง
"ข้อมูลแผ่นดินไหวในไทยและรอบๆ ประเทศเพื่อนบ้าน จะถูกนำมาวิเคราะห์ว่า มีผลอะไรกับประเทศไทย หรือเป็นการกระตุ้นรอยเลื่อนหรือไม่ เช่น จากปกติเกิด 1-2 ริกเตอร์ เดือนละ 10 ครั้ง พอมีเหตุการณ์แผ่นดินไหวใหญ่ในประเทศเพื่อนบ้าน ต้องมาดูสถิติว่าจาก 10 ครั้งที่เกิดขึ้นมันเพิ่มขึ้นหรือไม่ อย่างเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จ.ลำปาง เกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.3 ริกเตอร์ อาจถูกกระตุ้นจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่พม่าขนาด 6.8 ริกเตอร์ และแผ่นดินไหวในลาว ซึ่งอยู่ห่างจากประเทศไทยเพียง 30-50 กม.ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ต้องมีการเก็บข้อมูลแผ่นดินไหวขนาดเล็กๆ แล้วนำมาวิจัย วิเคราะห์เหมือนตลาดหุ้นที่วิเคราะห์ตามปัจจัยเสี่ยง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะมีแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ตามมาอีกหรือไม่ ตอนนี้คาดการณ์ได้เพียงว่า คนไทยจะรู้สึกได้ถึงแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในภาคเหนือมากขึ้น"
"ไทย" มีแนวรอยเลื่อนมีพลัง 14 รอยเลื่อน ประกอบด้วย รอยเลื่อนเมย รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่อิง รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ รอยเลื่อนปัว รอยเลื่อนระนอง รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย และรอยเลื่อนเพชรบูรณ์ โดยรอยเลื่อนดังกล่าวพาดผ่านพื้นที่ 22 จังหวัดนั้น "สุวิทย์" ให้ความสำคัญกับการวิจัยศึกษา "รอยเลื่อนแม่จัน" มากเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ใกล้กับรอยเลื่อนมีพลังที่อยู่ในพม่าและลาว จึงต้องคอยเฝ้าดูพฤติกรรม รูปแบบของรอยเลื่อน ถ้าพบความผิดปกติจะแจ้งให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบ หรือหากพบว่าเป็นพื้นที่เสี่ยงต้องแจ้งเตือนกรณีพิบัติภัยแก่ชาวบ้าน
ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จ.เชียงใหม่ เกิดแผ่นดินไหวมากที่สุด 50 ครั้ง จ.แม่ฮ่องสอน 30 ครั้ง จ.เชียงราย 30 ครั้ง และ จ.ลำปาง 16 ครั้ง และยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากมี "สถานีวัดคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน" มาตรฐานระดับโลก มาติดตั้งเพิ่มอีก 12 จุด สถานีละ 3 ล้าน รวมมูลค่า 36 ล้านบาท อาจจะช่วยลดความหวาดหวั่นให้แก่พี่น้องภาคเหนือ ที่อยู่ใกล้พื้นที่เสี่ยงภัยแผ่นดินไหวได้บ้าง !!
"ลาว-พม่า"ไหว..."แม่จัน"สะเทือน
"สุคนธ์เมธ จิตรมหันตกุล" นักธรณีวิทยาประจำเว็บไซต์วิชาการธรณีไทย ให้ข้อมูลว่า หลังเกิดแผ่นดินไหวในพม่า เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2554 เกิดจากการขยับตัวของรอยเลื่อนตามแนวระดับ กลุ่มรอยเลื่อนในประเทศพม่า ลาว และทางตอนเหนือของประเทศไทย ซึ่ง "รอยเลื่อนแม่จัน" เป็นกลุ่มรอยเลื่อนมีพลังทางภาคเหนือของประเทศไทย อยู่ใกล้กับรอยเลื่อนมีพลังขนาดใหญ่ในประเทศพม่า เช่น รอยเลื่อนน้ำมา และรอยเลื่อนมีพลังที่วางตัวแนวเดียวกันในประเทศลาว รอยเลื่อนทั้งสองเคยทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ มาแล้วในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
"รอยเลื่อนแม่จัน" เป็นรอยเลื่อนตามแนวระดับขนาดใหญ่พาดผ่านตั้งแต่ อ.ฝาง อ.แม่จัน อ.เชียงแสน เข้าสู่ประเทศลาว ซึ่งการเลื่อนไปทางซ้ายของรอยเลื่อนแม่จัน อาจเริ่มเกิดขึ้นภายหลังจากมีการชนกันของแผ่นเปลือกโลกอินเดียกับแผ่นเปลือกโลกเอเชียเมื่อประมาณ 40 ล้านปีก่อน
การขยับตัวของรอยเลื่อนตามแนวระดับในประเทศพม่าและประเทศลาวที่ผ่านมา มีตำแหน่งศูนย์กลางแผ่นดินไหวใกล้กับแนวรอยเลื่อนแม่จัน กำลังเป็นที่น่าสนใจว่าจะส่งผลกระทบต่อการขยับตัวของรอยเลื่อนแม่จันในอนาคตอันใกล้นี้หรือไม่ เนื่องจาก รอยเลื่อนแม่จัน อาจจะยังมีการสะสมพลังงานอยู่เรื่อยๆ การเตรียมความพร้อมต่อแผ่นดินไหวที่อาจจะเกิดขึ้นของผู้ที่อาศัยอยู่ตามแนวรอยเลื่อนแม่จันจึงเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงการตรวจสอบสิ่งก่อสร้างใกล้กับพื้นที่ลาดชันที่เสี่ยงภัยดินถล่มด้วย... ไม่มีใครบอกได้ว่ารอยเลื่อนแม่จันจะขยับตัวเมื่อไหร่ อยู่ที่เราเตรียมพร้อมกันแล้วหรือยัง ?
"วัดแผ่นดินไหว"เครื่องแรกของโลก
หลังจาก "จางเหิง" ชาวจีนคิดประดิษฐ์เครื่องวัดแผ่นดินไหวขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 621 สามารถวัดได้ทั้งความรุนแรง ทิศทาง และต้นกำเนิดของแผ่นดินไหว ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้คล้ายไหเหล้า ทำด้วยทองสัมฤทธิ์ รอบๆ ไหมีมังกรเล็กๆ 8 ตัวแต่ละตัวหันหน้าไปคนละทิศทั้ง 8 ทิศ ปากมังกรนั้นขยับได้และในปากมังกรทุกตัวคาบลูกแก้วเอาไว้ ส่วนที่ด้านล่างจะมีกบทองแดงอ้าปากกว้างตั้งวางอยู่ 8 ตัวตามตำแหน่งเดียวกับหัวมังกร เมื่อเกิดแผ่นดินไหวขึ้นทางทิศไหน แท่งข้างในก็จะสั่นสะเทือนแล้วทำให้ปากมังกรที่อยู่ในทิศทางแผ่นดินไหวขยับและเปิดออกโดยอัตโนมัติ ลูกแก้วที่อยู่ในปากมังกรก็จะตกลงมาในปากกบพอดี
ต่อมามีการพัฒนาเครื่องมือวัดแผ่นดินไหว ด้วยระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ที่นิยมมีอยู่ 2 แบบ คือ 1.เครื่องวัดอัตราเร่งขนาดความรุนแรง เพื่อหาอัตราเร่งของพื้นดิน โดยนำค่าที่ได้ไปออกแบบการก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ เช่น ตึกสูง เขื่อนขนาดใหญ่ 2.เครื่องไซโมกราฟ ชนิดวัดการสั่นสะเทือนได้ทุกขนาด มีทั้งการวัดขนาดความลึก การคำนวณหาจุดศูนย์กลางแผ่นดินไหว
.........
(หมายเหตุ : 12สถานี'จับแผ่นดินไหว' ตามรอยเลื่อนไทย..ขยายตัว : ทีมข่าวรายงานพิเศษ)



