ข่าว

'ท่าพระ'หวังดึงแรงงานกลับคืนบ้านเกิด

'ท่าพระ'หวังดึงแรงงานกลับคืนบ้านเกิด

22 ก.ค. 2556

ท่าพระหนุนสร้างนิคมสีเขียว หวังดึงแรงงานกลับคืนบ้านเกิด : ปัญญาพร สายทอง ... รายงาน

 

                                ขอนแก่นเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานที่มีลักษณะภูมิประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นจังหวัดที่มีนักลงทุนเข้ามาสนใจพื้นที่ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการค้า การลงทุน ส่งผลให้มีการเริ่มต้นโครงการหรือผลักดันให้เกิดนิคมอุตสาหกรรมขึ้นภายใน จ.ขอนแก่น เมื่อประมาณเกือบ 4 ปีที่แล้ว เพื่อเป็นการจัดระเบียบอุตสาหกรรมใน จ.ขอนแก่นให้ ไม่อยู่กระจัดกระจายและเป็นอุตสาหกรรมสีเขียวที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพราะจะส่งผลให้การเจริบเติบโตของจังหวัดที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดดมีการเจริญเติบโตอย่างขาดความเป็นระเบียบ จึงได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาที่มีชื่อว่าคณะทำงานจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวจังหวัดขอนแก่น เมื่อปี 2554 โดยผู้เกี่ยวข้องทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนประมาณ 10 คน มีผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นเป็นประธาน เป็นคณะทำงานที่จะดำเนินการให้พื้นที่ จ.ขอนแก่น มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวให้ได้

                                เมื่อบริษัท เอดีเอส มานำเสนอพื้นที่ 4,100 ไร่ ที่ตำบลท่าพระและตำบลดอนหัน อำเภอเมืองขอนแก่น เมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งคณะทำงานจึงได้พิจารณาถึงความเหมาะสมแล้วโดยมีมติเห็นชอบ จึงได้เชิญนายกองค์การบริหารส่วนตำบลทั้ง 2 พื้นที่เข้ามารับฟังและแสดงความเห็นเกี่ยวกับการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งทั้ง 2 องค์การบริหารส่วนตำบล ต่างเห็นชอบด้วยจึงเดินหน้าให้ความรู้แก่ผู้นำท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อนำความรู้ในการตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวถึงผลดีและผลเสียให้ชาวบ้านในพื้นที่เพื่อจะดำเนินการทำประชาพิจารณ์ในระดับมวลชนในพื้นที่ต่อไป

                                นายพงศ์ทัศน์ เลิศรุ้งพร นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระ อ.เมือง จ.ขอนแก่น หนึ่งในสองพื้นที่ที่จะมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว กล่าวว่า พื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระมีทั้งหมดประมาณ 5.5 ตารางกิโลเมตร หรือมีพื้นที่ทั้งหมด 20,812.5 ไร่ มีทั้งหมด 17 หมู่บ้านที่รับผิดชอบและมีจำนวนประชากร10,174 คน โดยการที่จะจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวในพื้นที่ทั้งในส่วนขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าพระและองค์การบริหารส่วนตำบลดอนหันนั้น เชื่อว่าการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เศรษฐกิจในพื้นที่ของทั้ง 2 องค์การบริหารส่วนตำบลดีขึ้นแน่นอน

                                เนื่องจากเห็นว่าจะมีการจ้างงานรวมถึงแรงงานไม่ต้องย้ายถิ่นฐานไปทำงานที่อื่น ซึ่งเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและครอบครัวให้ดีขึ้น เนื่องจากปัญหาที่พบในปัจจุบันคือในเรื่องของแรงงานที่เดินทางเข้าไปทำงานต่างพื้นที่ ทำให้ครอบครัวไม่ได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ดังนั้นการเกิดนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวขึ้นในพื้นที่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้ชักจูงให้แรงงานที่เดินทางไปทำงานจังหวัดอื่นๆ กลับมาทำงานในพื้นที่ คุณภาพชีวิตและครอบครัวก็จะได้กลับมาเหมือนเดิมที่มีพื้นฐานของความสุข แต่ทั้งนี้ชาวบ้านในพื้นที่เองก็ยังคงมีความกังวลในเรื่องของการจัดการกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมว่าจะเป็นไปอย่างที่วางเป้าหมายไว้หรือไม่ เพราะอย่างไรก็ตามชาวบ้านเองก็ต้องอาศัยอยู่ร่วมกับนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวในอนาคต

                                นายก อบต.ท่าพระ กล่าวอีกว่า ในความคิดเห็นส่วนตัวมองว่าการเกิดอุตสาหกรรมสีเขียวขึ้นนับเป็นเรื่องที่ดี เพราะปัจจุบันขอนแก่นเองมีโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หากมีการจัดระบบระเบียบให้ชัดเจนโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลักก็จะสามารถช่วยแก้ไขปัญหามลพิษที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตได้ แต่อย่างไรก็ตามมาตรฐานในการนำเสนอของอุตสาหกรรมสีเขียวนั้น คืออุตสาหกรรมเบาที่เน้นในเรื่องของสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ ต้องมีการควบคุมได้อย่างแท้จริงก็นับว่าเป็นสิ่งที่ดี โดยในชุมชนที่ตนเองรับผิดชอบก็ได้ลองสอบถามความคิดเห็น ต่างก็มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวไปในทางที่ดี 

                                ส่วนนายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ตอนนี้นิคมอุตสาหกรรมสีเขียวที่ จ.ขอนแก่น มีความชัดเจนกว่า90 เปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนี้ได้พื้นที่ที่จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมที่บริเวณตำบลดอนหันและตำบลท่าพระ อ.เมืองขอนแก่น ออกจากตัวเมืองขอนแก่นไปประมาณ 15-16 กิโลเมตร พื้นที่จัดตั้งเป็นนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว เบื้องต้น 4,100 ไร่ โดยมีผู้ลงทุนเป็นเอกชนทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็เหลือแค่ว่าประชาชนในพื้นที่มีความคิดเห็นเป็นเช่นไร เพราะตอนนี้ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้วเหลือเพียงเรื่องนี้เท่านั้น อย่างไรก็ตาม คณะทำงานได้มีการสอบถามไปยังพื้นที่ในบางส่วนทำให้ทราบกระแสตอบรับว่าคนส่วนใหญ่ในพื้นที่เห็นด้วยและยังไม่มีการออกมาคัดค้านแต่อย่างใด ทั้งนี้ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ในบริเวณพื้นที่เหล่านี้ได้มีโรงงานหลายโรงงานเข้าไปก่อตั้ง ซึ่งตรงนี้อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เข้าใจได้ในระดับหนึ่ง ตอนนี้คณะทำงานดำเนินงานไปเรื่อยๆ ไม่เร็วนักแต่เน้นในเรื่องของความแน่นอนเป็นสิ่งสำคัญ 

                                ทั้งนี้ เชื่อว่าหากมีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวขึ้นในพื้นที่ขอนแก่นจะเป็นการช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจ เนื่องจากช่วยสามารถจัดระเบียบอุตสาหกรรมใน จ.ขอนแก่นได้ เพราะเมื่อมีอุตสาหกรรมใหม่เข้ามาก็จะเข้ามาทำในนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวเพราะสะดวกในการจัดตั้งโรงงาน นั่นคือผู้ประกอบการรายใหม่ก็จะเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น รวมไปถึงผู้ประกอบการขนาดกลางเดิมที่อยู่กระจัดกระจายในพื้นที่ก็จะเข้ามาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว เพราะสถานประกอบการปัจจุบันไม่สามารถขยายพื้นที่กิจการเพิ่มได้ รวมถึงถ้าขายพื้น ที่ดังกล่าวที่มีราคาสูงก็ทำให้เหลือเงินเป็นทุนที่เพิ่มขึ้น

                                ซึ่งเป็นการดึงอุตสาหกรรมในจังหวัดส่วนหนึ่งเข้าไปอยู่ในพื้นที่เดียวกันทั้งหมด ความเป็นระเบียบก็จะดีขึ้นสุดท้ายก็จะเป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้คนในพื้นที่ อุตสาหกรรมสีเขียวคงเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นตัวผลักดันให้ จ.ขอนแก่น เดินหน้าอย่างมีระบบระเบียบที่แน่นอน เพราะปัจจุบันคงห้ามอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่ไม่ได้ แต่สามารถควบคุมและจัดระเบียบได้

                                แต่ทั้งนี้สิ่งที่ยังมีข้อกังวลคือในเรื่องของการควบคุมมาตรฐานของมลพิษและสิ่งแวดล้อมว่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ได้จริงหรือไม่ เพราะอย่างไรก็ตามประชาชนเองก็ต้องอยู่ในพื้นที่จึงต้องการความมั่นใจว่าอุตสาหกรรมที่จะเข้ามาจะไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแล้วล้อมและสังคมในอนาคต

 

 

-----------------------

(ท่าพระหนุนสร้างนิคมสีเขียว หวังดึงแรงงานกลับคืนบ้านเกิด : ปัญญาพร สายทอง ... รายงาน)