
'ทบ.'ยังไม่วางใจช่วง'รอมฎอน'
'ทบ.' แถลงยังไม่วางใจช่วง 'รอมฎอน' ชี้ผู้ก่อเหตุพยายามบิดเบือนป้ายความผิดให้จนท.ทหาร ยันไม่ประมาท วอนปชช.ใช้วิจารณญาณบริโภคข่าว
18 ก.ค.56 พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงยังก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในช่วงเดือนรอมฎอนว่า สถานการณ์ทั่วไปยังคงมีการก่อเหตุอยู่ แต่ทางกองทัพบกขอให้ประชาชนอดทน เพราะขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย พยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และยืนยันทางเจ้าหน้าที่จะไม่ประมาท เพราะยังไม่มีข้อพิสูจน์ชัดเจนว่าปฏิกิริยาการก่อเหตุจะมีมากขึ้น หรือน้อยลงอย่างไร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเตรียมพร้อมไปอีกกว่า 30 วัน เนื่องจากขณะนี้เรายังไม่สามารถวางใจได้การดำเนินการของฝ่ายตรงข้ามได้ โดยเฉพาะการมีกระแสข่าวว่า บางกลุ่มผู้ก่อเหตุพยายามจะใส่ร้ายบิดเบือนป้ายความผิดให้เจ้าหน้าที่ ด้วยการทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดว่า เจ้าหน้าที่เป็นผู้ทำให้เกิดความรุนแรงขึ้น ซึ่งการกระทำในลักษณะดังกล่าวดังกล่าวเคยใช้เกือบได้ผลในอดีต แต่ปัจจุบันเป็นไปได้ยากเพราะ เจ้าหน้าที่และประชาชนส่วนใหญ่รู้เท่าทันผู้ก่อเหตุ
อีกทั้งยังมีขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ ขอให้พี่น้องประชาชนได้ใช้วิจารณญาน หลักเหตุและผลในการบริโภคข่าวสารที่ยังคงมีความละเอียดอ่อน โดยเฉพาะฝ่ายตรงข้ามพยายามจะใช้รูปแบบการดำเนินการงานมวลชนเพื่อให้บังเกิดผลในด้านจิตวิทยา สื่อสารแฝงผ่านกลุ่มมวลชนหรือบางองค์กรที่ยังมีทัศนคติเชิงลบต่อเจ้าหน้าที่รัฐ นอกเหนือจากการต่อสู้ด้วยการใช้กองกำลัง
'นอภ.โคกโพธิ์' ตรวจจุดเกิดเหตุคนร้ายลอบยิงมัสยิดปัตตานี
นายสนั่น พงษ์อักษร นายอำเภอโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี พร้อมด้วยคณะ ได้เดินทางมาตรวจสอบ และปลอบขัวญประชาชน ที่มัสยิดดารุลอามาน ตั้งอยู่ริมถนนทางหลวงที่ 409 ระหว่าง ต.นาเกตุ-อ.เมืองยะลา ม.3 บ้านเกาะตา ต.ทุ่งพลา อ.โคกโพธิ์ จากกรณีที่มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้รถยนต์กะบะ 4 ประตู ยี่ห้ออีซูซุ ไฮไลน์เนอร์ สีบรอนด์ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน และมีรถจักรยานยนต์1 คัน คนร้ายนุ่งกางเกงขาสั้นผมยาว จำนวน 2 คน ขับตามประกบอยู่ มาจอดด้านหน้ามัสยิด จากนั้นคนร้ายที่อยูในรถกะบะ ด้านข้างคนขับ ได้ใช้อาวุธปืนสั้น 9 มม. ยิงใส่ตัวอาคารมัสยิด ขณะที่ชาวบ้าน 3 คน นั่งกินอินทผาลัมในเต็นส์หน้ามัสยิด ส่วนอีกประมาณ 7 คน กำลังก่อสร้างห้องน้ำอยู่ด้านหลังมัสยิดต้องวิ่งหนีกระสุน กันอลหม่าน หลังก่อเหตุคนร้ายใช้พาหนะดังกล่าวหลบหนีไป แต่ไม่มีใครได้รับอันตรายจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยเกิดเหตุเมื่อเที่ยงคืนที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบพบว่า ที่บริเวณบันไดทางขึ้นด้านข้างมัสยิด และผาหนังตัวอาคาร และรั้วด้านหน้า มีรอยกระสุนปืนเป็นรู จำนวน 3 แห่ง และบนถนนพบปลอกและหัวกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอก 2 หัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน และนำไปตรวจสอบเทียบเคียง กับพื้นที่ก่อเหตุที่อื่นๆว่า เป็นลักษณะเดียวกันหรือไม่
นอกจากนี้นายอำเภอโคกโพธิ์ ยังได้เดินทางพบปะ และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับชาวบ้านในพื้นที่ถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมปลอบขัวญให้กำลังใจ และพูดคุยทำความเข้าใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้คาดว่าเป็นฝีมือพวกก่อกวนสร้างสถานการณ์ โดยคนร้ายหวังฉวยโอกาสที่บรรยากาศในช่วงนี้กำลังดำเนินไปด้วยดี ซึ่งต้องการก่อกวนให้เกิดความไม่เข้าใจกัน โดยเลือกสถานที่ ที่ก่อเหตุเข้าใจผิดง่าย ให้เกิดเลวร้าย หวาดระแวง สร้างความแตกแยกมากขึ้น โดยจากนี้ไปนอกจากจะเพิ่มความเข้มข้นในมาตรการรักษาความปลอดภัยแล้วยังฝากให้ทุกฝ่ายช่วยกันดูแล ร่วมกันเพื่อให้เดือนรอมดอนเกิดความสันติสุขอย่างแท้จริง
ทางด้านนายหยีมะแอ มะอิ ผู้ดูแลมัสยิด เปิดเผยว่า ช่วงเดือนถือศีลอด ภาคกลางคืนชาวบ้านได้ออกมาช่วยกันสร้างห้องน้ำมัสยิด และทำซุ่มประตู รวมทั้งนั้งกินอาหาร ที่หน้ามัสยิด คนใช้รถยนต์ รถจยย. ยิง 5 นัด โดยคนร้ายลงกระจกและยิงออกจากในรถ ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนี้ ชาวบ้านรู้สึกเสียใจ ที่มาก่อเหตุยิงมัสยิด แต่เข้าใจสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
'กองทัพภาคที่ 3' จัดพิธีมอบเงินพระราชทานทายาทผู้เสียชีวิต
พล.ท.ปรีชา จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่ 3 ผู้บัญชาการศูนย์ปฎิบัติการกองทัพภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีมอบเงินพระราชทานแก่ทายาท จำนวน 8 รายๆละ 50,000 บาท ซึ่งกำลังพลที่เสียชีวิต เกิดเหตุเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2556 ที่ผ่านมา
สำหรับกำลังพลที่เสียชีวิต เป็นกำลังของกองร้อยอาวุธเบาที่ 1 (กองร้อยทหารราบที่ 4021) หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 13 ขณะเดินทางไปปฎิบัติหน้าที่ได้ถูกผู้ก่อความไม่สงบลอบวางระเบิดบนเส้นทาง สะลาแด-แบหอ บริเวณบ้านตือปา ตำบลห้วยกระทิง อำเภอกรงปินัง จังหวัดยะลา ทำให้กำลังพลเสียชีวิตจำนวน 8 นาย เลื่อนยศจ่าสิบเอก เป็น พลตรี ,สิบโท เป็น ร้อยเอก และพลทหาร เป็น สิบเอก



