ข่าว

คุม'ป็อด'มือร่วมเผาเสี่ยโรงเกลือฝากขัง

คุม'ป็อด'มือร่วมเผาเสี่ยโรงเกลือฝากขัง

18 ก.ค. 2556

คุม"ป็อด"มือร่วมเผา"เสี่ยอ้วน โรงเกลือ" ฝากขังเรือนจำสระแก้ว ส่วน"สมหมาย"ผู้ต้องหาร่วมเผายังไร้แววมอบตัว ตร.ควานหาตัว"ยะ"หวั่นถูกฆ่าปิดปาก เร่งสืบหาผู้บงการ


 
          วันที่ 18 ก.ค.56 เวลา 12.30 น.  พ.ต.อ.สมชาย อยู่สวัสดิ์ ผกก.สภ.คลองลึก จ.สระแก้ว และ พ.ต.ท.ไพศิลป์ แก้วสีขาว พนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เจ้าของคดีอุ้มนายชัยชนะ หมายงาน  หรือ "เสี่ยอ้วน โรงเกลือ" เสี่ยใหญ่เจ้าของธุรกิจการค้าหลายอย่างในตลาดโรงเกลือ เจ้าของฉายา "เทพเจ้าสองแผ่นดิน" ได้เบิกตัวนายนิคม มนต์ศิริ หรือไอ้ป็อด อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 333 ม.12 ต.สระขวัญ อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ผู้ต้องหาคนที่ 4 ที่ร่วมกันอุ้มฆ่านายชัยชนะ หมายงาน ร่วมกับนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีตนายตำรวจยศ พ.ต.ท.สังกัดตำรวจภูธร จ.ปราจีนบุรี หัวหน้าทีมซึ่งถูกจับได้แล้วก่อนหน้านี้ 

          ซึ่งนายป็อดเป็นมือร่วมเผานายชัยชนะและยอมรับสารภาพจนกระทั่งนำไปสู่การนำ เจ้าหน้าที่ไปค้นหาจุดเผานั่งยางศพนายชัยชนะ หมายงาน ที่สวนป่ายูคาลิปตัส ม.8 บ้านคลองมะเดื่อ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี ออกจากห้องคุมขังบน สภ.คลองลึก เพื่อนำไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสระแก้วและส่งเข้าคุมขังในเรือนจำสระแก้ว ท่ามกลางการคุ้มกันอย่างแน่นหนาจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพิเศษ สภ.คลองลึก อาวุธครบมือ ตลอดเส้นทางกว่า 60 กม.
 
          จากการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย เจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนอย่างเข้มงวดจนทำให้คดีนี้เริ่มกระจ่างขึ้นหลังจากนายชัยชนะ หมายงาน หรือ "เสี่ยอ้วน โรงเกลือ " ถูกอุ้มหายตัวไปไร้ร่องรอย พร้อมรถยนต์กระบะ 4 ประตู ยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีขาว ทะเบียน กค-717 สระแก้ว เมื่อวันที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา โดย เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คลองลึก ได้ร่วมกับชุดสืบสวน ตร.ภ.จว.สระแก้ว แกะรอยจากกล้องวงจรปิดในตลาดโรงเกลือ ซึ่งสามารถจับภาพรถยนต์กระบะของเสี่ยอ้วนวิ่งออกมาจากตลาดโรงเกลือ โดยมีรถยนต์เอนกประสงค์ ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาวทะเบียนป้ายแดง หมายเลข ค-1829 กทม.และรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บจ-4036 สระแก้ว ขับตามประกบออกมาด้วย และเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาวป้ายแดงคันดังกล่าว ได้ที่บ้านหลังหนึ่งใน จ.ชลบุรี ซึ่งมีชื่อนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ หรืออดีต พ.ต.ท.พันศักดิ์ มงคลศิลป์ อดีต สว.สส.สภ.เมืองปราจีนบุรี ผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่า 2 แม่ลูกตระกูลศรีธนะขันธุ์ เป็นเจ้าของ จึงเป็นที่มาของการออกหมายจับนายพันศักดิ์

          ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมนายพันศักดิ์ได้ขณะขับรถยนต์กระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บจ-4036 สระแก้ว เข้ามาในตลาด อ.เมืองสระแก้ว แต่นายพันศักดิ์ยังคงปากแข็งไม่ปริปากใดๆ จากนั้นทีมชุดสืบสวนตำรวจภูธร ภาค2 ได้ร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธร จ.สระแก้ว และชุดสืบสวน สภ.คลองลึก ก็สามารถจับกุมนายกฤษณะ ขัดศิริ หรือไอ้ปอ อายุ 34 ปีผู้ต้องหาคนที่ 2 ได้ที่บ้านภรรยาใน อ.หนองแค จ.สระบุรี ซึ่งไอ้ปอรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายพันศักดิ์ ดักอุ้มนายชัยชนะ จริง จนสามารถนำไปสู่การจับกุมนายน้อย ขยันดี อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9 ม.2 ต.ไพศาล อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ และมีตำแหน่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 2 ต.ไพศาล อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายที่ 3 และจากความร่วมมือของผู้ใหญ่น้อยทำให้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนายนิคม มนต์ศิริ หรือ ไอ้ป็อด อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 333 ม.12 ต.สระขวัญ อ.เมือง จ.สระแก้ว ผู้ต้องหารายที่ 4 ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นผู้ที่นำยางรถยนต์มาให้กับทีมของนายพันศักดิ์ ทำการเผานั่งยางศพนายชัยชนะ  ซึ่งเสียชีวิตมาจากบ้านพักนายพันศักดิ์ ที่ ต.เขาสามสิบ อ.เขาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว และนำไปสู่การชี้จุดเผานั่งยางนายชัยชนะ ที่สวนป่ายูคาฯบ้านคลองมะเดื่อ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรีฯทำให้คดีมีความคืบหน้าไปมากจนกระทั่งรู้ว่าที่จริงแล้วทีมอุ้มฆ่าเผานั่งยางนายชัยชนะ  ของนายพันศักดิ์ มีรวมทั้งหมด 9 คน เป็นทีมอุ้มฆ่า 7 คน และทีมเผานั่งยางอีก 2 คน ซึ่งขณะนี้จับกุมได้แล้ว 4 คนเหลืออีก 5 คน เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดสระแก้วออกหมายจับทั้งหมดแล้ว สามารถรู้ชื่อจริงแล้ว 2 คน คือ นายสมหมาย พุดเทศ และนายชม ไชยณรงค์
 
          พ.ต.ท.จตุรภัทร สิงหัศฐิต สวป.สภ.คลองลึก เผยว่าจากกระแสข่าวที่ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี อ้างว่านายสมหมาย เป็นชาวบ้านใน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรีและผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวจะนำนายสมหมาย มามอบตัวกับ พงส.สภ.คลองลึก ในวันที่ 18 ก.ค.56 นั้น พ.ต.ท.จตุรภัทร เผยว่าขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังคงรอการติดต่อมอบตัวของนายสมหมาย หนึ่งในผู้ต้องหาร่วมเผานั่งยางนายชัยชนะ ซึ่งขณะนี้ยังไร้วี่แววและ ผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวก็ยังไม่มีการติดต่อมาใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ยังคงติดตามล่าตัวต่อไป

          ส่วนการติดตามจับกุม "ไอ้ยะ"หรือนายสุริยะ สินปรุ อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 81 ม.2 ต.ตาพระยา อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมอุ้มเสี่ยอ้วนโรงเกลือคนสนิทนายพันศักดิ์ มงคลศิลป์ เจ้าหน้าที่ยังคงติดตามไล่ล่าอย่างไม่ลดละและประสานกับ เจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชาตลอดเวลา โดยได้มีการประสานไปยังญาติๆ ของนายสุริยะให้ติดต่อนายสุริยะ มามอบตัวโดยเร็วหวั่นผู้บงการหรือผู้จ้างวานจะสั่งฆ่าปิดปาก เนื่องจากไอ้ยะนับว่าเป็นคนสนิทของนายพันศักดิ์ คาดอาจรู้ถึงผู้บงการหรือผู้จ้างวานด้วย ส่วนการสืบหาตัวผู้บงการหรือผู้จ้างวานนั้น พ.ต.ท.จตุรภัทร เผยว่าขณะนี้ตำรวจทุกส่วนที่เกี่ยวข้องได้ระดมสรรพกำลังลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสและความเชื่อมโยงต่างๆ เพื่อจะนำไปให้ถึงตัวผู้บงการหรือผู้จ้างวาน ซึ่งคาดว่าอีกไม่นานคดีนี้จะสามารถคลี่คลายได้ทุกปม

.....................................
(หมายเหตุ ภาพจากแฟ้มข่าว)