ข่าว

ศิษย์'สมีคำ'เผาจยย.ประท้วงดีเอสไอ

ศิษย์'สมีคำ'เผาจยย.ประท้วงดีเอสไอ

18 ก.ค. 2556

ลูกศิษย์ 'เณรคำ' คลั่งเผาจยย.ประท้วงดีเอสไอ ด้าน'ธาริต' เดินหน้าล่าตัว ประสาน เร่งประสานอินเตอร์โปลไล่ล่าทั่วโลก

              เหตุการณ์ระทึก หนุ่มคลั่งคำสอนอดีตพระวิรพล หรือหลวงปู่เณรคำ ประธานที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ จุดไฟเผารถจักรยานยนต์เรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่อดีตพระชื่อดัง เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 18 กรกฎาคม ร.ต.อ.วิทยา คงทอง พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุคนจุดไฟเผารถจักรยานยนต์ ที่บริเวณทางเข้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน และสายตรวจ สน.ทุ่งสองห้อง


ศิษย์"สมีคำ"เผาจยย.ประท้วง

              ที่เกิดเหตุพบเพลิงกำลังโหมลุกไหม้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีขาว-ดำ ทะเบียน คกท 481 อุบลราชธานี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำดีเอสไอช่วยกันใช้ถังดับเพลิงฉีดจนเพลิงสงบ แต่รถถูกไหม้เหลือแต่ซาก ใกล้กันพบชายหนุ่มแต่งกายคล้ายนักศึกษา สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็กสีดำ ยืนชูป้ายกระดาษขนาดประมาณเอ 4 หลายแผ่น มีข้อความเขียนด้วยปากกาเมจิกสีแดงว่า “ขอความเป็นธรรมให้หลวงปู่เณรคำ”, “หลวงปู่เณรคำถูกใส่ร้าย”, “เรียกร้องความยุติธรรมให้กับหลวงปู่เณรคำ” และ “ผู้ศรัทธาหลวงปู่เณรคำ” เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้การจราจรบนถนนแจ้งวัฒนะบริเวณหน้าดีเอสไอติดขัดอย่างหนัก
    
              จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายดังกล่าวไปสอบสวน ทราบชื่อคือ นายสุพรรณ ก้อนหิน อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 209 หมู่ 16 ต.กลาง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี นายสุพรรณให้การอ้างว่า เป็นลูกศิษย์ที่มีความศรัทธาในคำสอนของอดีตพระวิรพล เนื่องจากเคยฟังเทศน์เมื่อ 2 ปีก่อน ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้าพยายามขอเข้ายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่อดีตพระวิรพล ที่ชั้น 3 อาคารดีเอสไอ เจ้าหน้าที่เพียงรับหนังสือร้องเรียนไว้ แล้วบอกให้กลับไป


แค้นเมินขอความเป็นธรรม-คาดป่วยจิต
    
              นายสุพรรณ ให้การอีกว่า รู้สึกไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ให้กลับไปก่อน จึงเดินออกไปที่ถนนหน้าดีเอสไอ พร้อมกับชูป้ายประท้วง ก่อนเปิดถังน้ำมันรถจักรยานยนต์ของตัวเอง แล้วตะแคงรถกับพื้นให้น้ำมันไหลออกมาและจุดไฟเผา พร้อมกับโยนกระเป๋าเป้ของตัวเองเผารวมไปด้วย เพื่อระบายความคับแค้นใจที่ดีเอสไอไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องที่มาร้องขอความเป็นธรรมให้แก่อดีตพระวิรพล การก่อเหตุครั้งนี้ไม่ได้ประชด ไม่ได้เตรียมการหรือตั้งใจจะมาเผารถมาก่อน
    
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติของนายสุพรรณ พบว่าปัจจุบันยังไม่มีงานทำ พักอยู่กับพี่สาวที่ย่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา นอกจากนี้ยังพบว่ามีอาการป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรง รับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลมนารมย์ บางนา อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด และติดต่อให้พี่สาวของนายสุพรรณนำหลักฐานการรักษาตัวมาแสดง หากแพทย์ยืนยันว่าเป็นผู้มีอาการป่วยทางจิตจะไม่ถูกดำเนินคดีข้อหาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ


ดีเอสไอขอตปท.ร่วมไล่ล่า
    

              นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงการก่อเหตุของนายสุพรรณว่า จากการสอบถามทราบว่า นายสุพรรณมีความเลื่อมใสในตัวอดีตพระวิรพล จึงต้องการเข้ามาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เบื้องต้นได้ส่งตัวไปดำเนินคดีที่ สน.ทุ่งสองห้อง ทั้งนี้ผู้ที่จะเคลื่อนไหวขอให้ให้เคลื่อนไหวด้วยพยานหลักฐานและเหตุผล ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับอดีตพระวิรพลนั้น ได้ทำหนังสือถึงกรมการกงสุล แจ้งให้พิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทาง พร้อมกับแนบหมายจับ และแจ้งต่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เพื่อให้มีการเพิกถอนหนังสือเดินทาง แต่ พศ.แจ้งว่าทำเองไม่ได้ แต่จะแจ้งไปที่กรมการกงสุลดำเนินการ นอกจากนี้ยังประสานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ทำงานคู่ขนานไปอย่างต่อเนื่อง
    
              ด้าน พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผู้บัญชาการสำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ดีเอสไอ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของอดีตพระวิรพล ล่าสุดได้แปลหมายจับและประสานกับหน่วยงานต่างประเทศเพื่อนำไปประกอบการพิจารณาประสานการเพิกถอน ทั้งนี้ได้ประสานหารือกับหน่วยสืบสวนสอบสวนด้านคนเข้าเมืองและศุลกากรของสหรัฐ พร้อมประสานไปยังสมาชิกกลุ่มชุมชนต่อต้านยาเสพติดและอาชญากรรม ต่อต้านอาชญากรรมระหว่างประเทศ ที่มีประเทศสมาชิกอยู่ 26 ประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการไปขอวีซ่าประเทศอื่น ล่าสุดข้อมูลการข่าวสืบทราบว่า อดีตพระวิรพลมีเฉพาะวีซ่าสหรัฐ และวีซ่าจะหมดอายุในวันที่ 19 ธันวาคมนี้
รถโผล่อีก 20 คัน ค่ากว่า 29 ล้าน
    
              "นอกจากนี้ได้จัดชุดติดตามอดีตพระวิรพลเพื่อเตรียมความพร้อมในการรับตัวกลับ สำหรับอินเตอร์โปล (ตำรวจสากล) ได้ประสานเงื่อนไขในการขึ้นบัญชีหมายจับกับอินเตอร์โปล ซึ่งต้องสั่งฟ้องต่ออัยการแล้วจึงจะเริ่มต้นทำงานได้" พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว
    
              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้าการติดตามรถยนต์ของอดีตพระวิรพล จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักปฏิบัติการคดีพิเศษ พบเพิ่มเติมอีก 20 คัน ได้แก่ รถโตโยต้า คัมรี 16 คัน รถกระบะ 2 คัน และรถตู้ 2 คัน ในจำนวนนี้มีทั้งชื่อของอดีตพระวิรพล ชื่อน้องชาย ชื่อบุคคลอื่น และรถที่ยังไม่โอนอีกจำนวนหนึ่ง รวมมูลค่ากว่า 29 ล้านบาท


ลุยอุบลฯแกะรอยทองคำ
    

              วันเดียวกัน เวลา 10.30 น. นายอังศุเกติ์ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ หัวหน้างานข้อมูลและการวิเคราะห์ สำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ พร้อมด้วยพนักงานสอบสวน เดินทางไปที่ร้านทองทรงเจริญ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกรณีมีข้อมูลเชื่อมโยงระบุว่า ร้านทองดังกล่าวเคยรับซื้อทองรูปพรรณของอดีตพระวิรพล ประกอบกับเจ้าของร้านทองเป็นคนเดียวกับเจ้าของหมู่บ้านเพชรไพลิน ตั้งอยู่ที่ถนนชยางกูร หมู่ 23 ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งดีเอสไอมีข้อมูลว่า อดีตพระวิรพลได้ซื้อบ้านจัดสรรขนาด 50 ตารางวา จำนวน 3 หลัง ราคาหลังละ 2.5-2.8 ล้านบาท โดยซื้อให้พี่ชายและน้องชายเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้หากพบหลักฐานการนำเงินบริจาคไปซื้อบ้าน ดีเอสไอจะสั่งอายัดต่อไป
    
              ด้าน นางเกศินี โอบอ้อมกุล เจ้าของร้านทองทรงเจริญ และเจ้าของโครงการหมู่บ้านเพชรไพลิน กล่าวว่า เมื่อปี 2553 อดีตพระวิรพลให้ตำรวจทางหลวงคนสนิทมาติดต่อขอเช่าและซื้อบ้าน 3 หลัง หลังแรกมีพ่อแม่และญาติของอดีตพระวิรพลเข้ามาพักอาศัย ส่วนอีก 2 หลัง แจ้งว่าจะขอซื้อในราคา 2.5 ล้าน และ 2.8 ล้านบาท แต่เมื่อเข้ามาอยู่ได้ 6-7 เดือน ก็ย้ายออกไปทั้งสองหลัง ไม่มีการติดต่อชำระเงินหรือโอนบ้านแต่อย่างใด จึงแจ้งให้ขนย้ายข้าวของออกจากบ้านและคิดค่าเสียหาย 2 แสนบาท เรื่องทองคำมีเพียงลูกศิษย์ที่นำเศษทองคำมาขายเท่านั้น ส่วนการรับซื้อทองรูปพรรณมีไม่มาก ยืนยันว่าไม่มีการนำทองมาขายเพื่อซื้อบ้านแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ตนถือเป็นผู้เสียหายรายหนึ่งเช่นกัน
    
              ต่อมาเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเดินทางไปตรวจสอบร้านรับซื้อขายแลกเปลี่ยนรถยนต์มือสอง ที่ หจก.ภรณ์เจริญมอเตอร์ ของนายธนิต ศรีธัญญรัตน์ ตั้งอยู่ที่ถนนเลี่ยงเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.อุบลราชธานี และหจก.มงคล คาร์เซ็นเตอร์ ตั้งอยู่ที่ถนนชยางกูร ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ของนายมงคล จุลทัศน์ เพื่อสอบถามข้อมูลว่าเป็นผู้รับจัดไฟแนนซ์รถยนต์ของอดีตพระวิรพลหรือไม่ โดยทั้งสองร้านให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการซื้อขายรถหรู และการจัดไฟแนนซ์
    
              นายอังศุเกติ์ กล่าวว่า มาตรวจสอบที่ร้านทองทรงเจริญใน 2 ประเด็น จากแนวทางการสืบสวนที่ได้คือว่าเป็นร้านทองที่มีการซื้อขายทองคำและทำธุรกรรมเรื่องทองคำให้แก่นายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล เบื้องต้นได้รับทราบข้อมูลส่วนหนึ่งว่ามีการซื้อขายกันบางส่วน แต่ไม่มากนัก และไม่ได้รับฝากทองคำของอดีตพระวิรพล ซึ่งดีเอสไอจะสอบสวนเชิงลึกอีกครั้ง รวมทั้งขยายผลไปยังร้านทองอื่นๆ ด้วย


"หลวงปู่พุทธะอิสระ"ร้องเอาผิดเจ้าคณะปค.
    

              ส่วนที่วัดบวรนิเวศวิหาร พระสุวิทย์ ธีรธัมโม หรือหลวงปู่พุทธะอิสระ แห่งวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เดินทางมายื่นหนังสือต่อสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษต่อเจ้าคณะปกครองในฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการและการปกปิดอาบัติให้แก่อดีตพระวิรพล แต่ไม่มีผู้ใดออกมารับหนังสือร้องเรียน จากนั้นหลวงปู่พุทธะอิสระจึงเดินทางไปยังสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ก็ไม่มีใครจะสามารถรับหนังสือดังกล่าว เนื่องจากพระสงฆ์ติดกิจนิมนต์ สุดท้ายได้ไปยื่นหนังสือที่สำนักงานวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีพระสุทธิสารเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นผู้รับหนังสือไว้
    
              พระสุทธิสารเมธี กล่าวว่า ไม่ได้รับคำสั่งจากพระเถระให้เป็นผู้รับหนังสือดังกล่าว อาจจะทำให้ถูกตำหนิถึงความไม่เหมาะสมได้ จึงอยากให้หลวงปู่พุทธะอิสระเข้าใจด้วย อย่างไรก็ตาม จะรับหนังสือนี้ไว้ แล้วจะส่งต่อไปตามลำดับขั้นตอนต่อไป


จี้พศ.สอบคลิปภาพดอกไม้พระราชทาน
    

              ขณะที่นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองประธานคนที่สาม คณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา กล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการศาสนาฯ พบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความประพฤติของอดีตพระวิรพลอีกเรื่อง ที่อยากให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ดำเนินการตรวจสอบ หรือสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยหลักฐานดังกล่าวคือ คลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ที่อ้างว่าเป็นดอกไม้พระราชทานมาถวายอดีตพระวิรพล ในสมัยที่ยังไม่ถูกปรับอาบัติปาราชิก มีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังนำมาถวายที่วัดป่าขันติบารมี สาขา 101 บ้านหัวเขา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2555 โดยคลิปวิดีโอนี้มีการโพสต์ลงในยูทูบ เฟซบุ๊ก รวมทั้งมีการโพสต์รูปงานนี้ในเว็บของวัดป่าขันติธรรมด้วย
    
              โดยในคลิปวิดีโอดังกล่าวมีข้อน่าสงสัยหลายจุด เช่น โดยปกติการเชิญดอกไม้พระราชทานข้าราชการจะต้องแต่งชุดปกติขาว แต่ในคลิปวิดีโอข้าราชการกลับแต่งชุดสีกากี อีกจุดหนึ่งที่น่าสงสัยคือ ผู้ที่เชิญดอกไม้พระราชทาน ปกติจะต้องเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นๆ แต่บุคคลในคลิปวิดีโอที่เชิญดอกไม้พระราชทานเท่าที่ตรวจสอบยังไม่ทราบว่าเป็นใคร เบื้องต้นได้สอบถามเป็นการภายในไปยังสำนักราชเลขาธิการ พร้อมนำคลิปวิดีโอดังกล่าวให้ดูด้วย ได้รับคำตอบว่าอาจจะมีการแอบอ้าง ดังนั้นจึงมอบคลิปวิดีโอดังกล่าวให้สำนักงานพระพุทธศาสนาฯ นำไปตรวจสอบว่าเป็นการแอบอ้างให้คนหลงเชื่อหรือไม่



นัดถกหาผู้ดูแลที่พักสงฆ์19ก.ค.
    


              ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่พักสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ มีพระธุดงค์ที่เคยเดินทางมาจำพรรษาทุกปีมาลงทะเบียนขอจำพรรษาอีกครั้ง มีทั้งพระชาวไทย และต่างประเทศ รวมกว่า 20 รูป ภายหลังลงทะเบียนต่อมัคนายกวัดแล้ว คณะกรรมการวัดได้นำไปอยู่ยังกุฏิที่สามารถรองรับพระจำพรรษาได้มากกว่า 100 รูป โดยพระธุดงค์รูปหนึ่งกล่าวว่า ธุดงค์มาจาก จ.บุรีรัมย์ เพื่อจะมาขอจำพรรษาที่วัดป่าขันติธรรม เพราะเคยมาทุกปี
    
              พระครูวัชระสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต กล่าวว่า พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธ) ได้มีหนังสือคำสั่ง เชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง ทั้งผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ, ผกก.สภ.กันทรารมย์, นายอำเภอกันทรารมย์, นายก อบต.ยาง, กำนันตำบลยาง, มัคนายก และญาติโยม ที่คาดว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาที่พักสงฆ์ ซึ่งนับว่าเป็นสมบัติของพุทธศาสนิกชนทุกคน ได้มาประชุมหารือพร้อมกันในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ เวลา 14.30 น. ที่ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม