
เติมเต็มศักยภาพเด็กไทย
ไลฟ์สไตล์ : เติมเต็มศักยภาพเด็กไทย
แม้ประเทศไทยจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่ความไม่เท่าเทียมกันยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเด็กยากจน เด็กกลุ่มชาติพันธุ์ เด็กอพยพ เด็กผู้ลี้ภัย และเด็กพิการ เด็กเหล่านี้ยังคงขาดสิทธิพื้นฐานต่างๆ ที่พึงมีในการอยู่รอด การได้รับความคุ้มครอง และการพัฒนา ทำให้มีหลายองค์กรเห็นความสำคัญและยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเด็กเหล่านี้ ยูนิเซฟ หรือ องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ ได้เริ่มให้ความช่วยเหลือเด็กในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2491 ปัจจุบันยูนิเซฟกำลังปฏิบัติงานในกว่า 190 ประเทศและเขตปกครองต่างๆ ทั่วโลก เพื่อให้ความช่วยเหลือเด็กในด้านต่างๆ โดยเงินทุนทั้งหมดของยูนิเซฟได้มาจากการบริจาคจากบุคคลทั่วไป รวมทั้งจากภาคธุรกิจ องค์กรต่างๆ รัฐบาล และประชาชนทั่วไป
อานันท์ ปันยารชุน ในฐานะทูตองค์การยูนิเซฟประจำประเทศไทย กล่าวว่า ในอดีตองค์การยูนิเซฟมีงบประมาณค่อนข้างมาก จากการได้รับการบริจาคจากสมาชิกประเทศต่างๆ ในโลก โดยเฉพาะในประเทศที่ร่ำรวย ไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย กลุ่มอียู หรือแม้แต่ประเทศญี่ปุ่น แต่เมื่อประชากรเพิ่มมากขึ้น เด็กที่ต้องการการช่วยเหลือดูแลก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นตามไปด้วย ในขณะเดียวกันประเทศต่างๆ ก็พยายามจะดูแลเด็กของตัวเอง ทำให้รายได้ขององค์การยูนิเซฟมีจำกัด ดังนั้นเงินที่ได้รับจากการบริจาคจำเป็นต้องแบ่งปันไปยังประเทศที่มีความจำเป็นมากกว่า
"ประเทศไทยโชคดีที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจสูงติดต่อกันมานับสิบปี ทำให้ได้รับการดูแลหรือช่วยเหลือจากยูนิเซฟน้อยลง แต่เด็กที่ต้องการความช่วยเหลือยังคงมีอยู่ และเพิ่มจำนวนมากขึ้นตามเศรษฐกิจที่สูงขึ้น ยูนิเซฟประเทศไทยจึงมีความคิดว่า ควรจะหาเงินทุนภายในประเทศด้วยตัวเอง โดยตลอดเวลา 15-16 ปี ที่ผมเข้ามารับตำแหน่งนี้ จำนวนเงินที่ได้รับการอุดหนุนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในเมืองไทย ปีแรกประมาณ 28 ล้านบาทต่อปี ปีล่าสุดเกิน 400 ล้านบาทแล้ว ซึ่งเป็นเงินจำนวนมากที่เราสามารถจะทำงานร่วมมือกับหน่วยราชการ หรือองค์การภาคเอกชนต่างๆ ที่ช่วยดำเนินกิจกรรมที่เขาทำอยู่และต้องการเงินทุน เป็นที่น่าภาคภูมิใจว่า คนไทยมีจิตสำนึกในการช่วยเหลือมนุษย์ ช่วยเหลือเด็กไทยมากกว่าในอดีต แทนที่จะใช้สุรุ่ยสุร่ายก็ไปใช้อะไรที่เป็นประโยชน์แทน ปัจจุบันมีคนให้เงินบริจาคแก่ยูนิเซฟประเทศไทยเป็นประจำประมาณ 2-3 หมื่นคน ในขณะเดียวกันเราก็ชักชวนบริษัทห้างร้านต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงบริษัทต่างชาติ คนต่างชาติที่มีจิตใจช่วยเหลือ ยูนิเซฟเองก็ชักชวนให้กลุ่มธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเด็กในเมืองไทยมากขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นเราไม่ได้ต้องการให้เขาให้เงินเราเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องการปลุกจิตอาสาคนในบริษัทนั้นๆ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมร่วมกับเราด้วย" ทูตยูนิเซฟ แจง
ด้าน อลิสเตอร์ เทย์เลอร์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด เปิดเผยว่า ในฐานะค้าปลีกของคนไทยภายใต้การบริหารของกลุ่มเซ็นทรัล บริษัทมีนโยบายในการช่วยเหลือสังคมอย่างจริงจัง ด้วยปรัชญาในการสร้างความเท่าเทียมของบุคคล เราจึงร่วมกับองค์การยูนิเซฟประเทศไทยจัดกิจกรรมระดมทุนต่างๆ อาทิ การตั้งกล่องรับบริจาคภายในร้านเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์, ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์ และท็อปส์ เดลี่ ทั่วประเทศ เป็นเวลามากว่า 16 ปีแล้ว รวมเป็นเงินที่สมทบให้องค์การยูนิเซฟมากถึง 24 ล้านบาท โดยเงินบริจาคทั้งหมดได้มาจากลูกค้าทั้งคนไทยและคนต่างประเทศที่มาใช้บริการภายในร้าน และบางส่วนจากเงินสมทบจากบริษัทด้วย เพื่อให้ยูนิเซฟได้นำไปช่วยเหลือเด็กไทยผู้ด้อยโอกาส นอกเหนือจากการสมทบเงินบริจาคแล้ว การสื่อสารกับลูกค้า เพื่อสร้างความเข้าใจ สร้างการรับรู้ต่อกิจกรรมช่วยเหลือเด็กผู้ด้อยโอกาสของ ยูนิเซฟ ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่บริษัทจะให้ความช่วยเหลือ
ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนต้องให้ความสำคัญกับอนาคตของชาติ ลงทุนกับเด็กที่ขาดโอกาสเพื่อสร้างความเท่าเทียมและสิทธิ เพราะเด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการพัฒนา และเป็นหน้าที่ของเราในฐานะพ่อแม่ ผู้ใหญ่ และในฐานะสมาชิกของสังคมนี้ ที่จะต้องช่วยให้พวกเขาได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพของตน



