ข่าว

'อภิสิทธิ์'ชม'วสันต์'รักษาคำพูด

'อภิสิทธิ์'ชม'วสันต์'รักษาคำพูด

17 ก.ค. 2556

'อภิสิทธิ์' ชม 'วสันต์' รักษาคำพูด หลังไขก๊อกพ้นปธ.ศาลรธน. ไม่หวั่นกระทบคดี จี้รัฐกำหนดมาตรการดูแลคุณภาพข้าวถุง หลังพบสารปนเปื้อนเกินมาตรฐานหลายยี่ห้อ

 

                      17 ก.ค.56 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ลาออกจากตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่า ตนเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่นายวสันต์เคยตกลงเอาไว้ และทำตามสิ่งที่ได้ลั่นวาจาไว้ ส่วนจะมีแรงกดดันทางการเมืองหรือไม่ตนไม่ทราบ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ก็มีข่าวและเข้าใจกันมาระยะหนึ่งในเรื่องข้อตกลง ซึ่งนายวสันต์พูดชัดว่าความจริงต้องออกก่อนหน้านี้ แต่ที่ไม่ออกเพราะไม่ต้องการให้เห็นว่าเป็นเรื่องของการถูกกดดัน ซึ่งตนก็หวังว่าแรงกดดันจากกลุ่มคนเสื้อแดงต่อศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีผลต่อการทำงานของตุลาการ จึงขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ยอมจำนนกับวิธีการแบบนี้

                      “การพ้นตำแหน่งของนายวสันต์ จะไม่กระทบต่อความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพราะอยู่ที่ตัวองค์กร คนที่ทำหน้าที่ก็ต้องพิสูจน์ต่อไป ส่วนกรณีของนายวสันต์ก็ถือว่ารักษาคำพูด ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี“ นายอภิสิทธิ์ กล่าว

                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า สำหรับคดีที่มีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าตนขาดคุณสมบัติความเป็น ส.ส.เนื่องจากถูกคำสั่งปลดออกจากทหารนั้น ตนไม่มีความกังวลแม้ว่านายวสันต์จะลาออกจากตำแหน่งตุลาการ เพราะจะมีตุลาการใหม่เข้าไปทำหน้าที่พิจารณา โดยทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการปกติ แต่บังเอิญเรื่องของตนอาจจะยุ่งหน่อยเพราะอยู่ในการพิจารณาของ 4 ศาล คือ ศาลปกครอง ศาลอาญา ศาลแพ่ง และศาลรัฐธรรมนูญ

                      เมื่อถามว่า กรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์แล้วระบุว่าจะทำถนนไร้ฝุ่นให้แต่ต้องรอเงินกู้ 2 ล้านล้านผ่านก่อนว่า ตนไม่ทราบว่าโครงการที่นายกรัฐมนตรีพูดอยู่ในแผนที่เสนอต่อสภาหรือไม่ แต่ในวันที่ตนแปรญัตติทางกรรมาธิการฯยืนยันกับตนว่าจะไม่มีโครงการในลักษณะที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีเดินทางไปไหนแล้วมาใส่เพิ่มในเงินกู้ก้อนนี้ ดังนั้นถ้านายกฯพูดถึงโครงการที่ไม่อยู่ในแผนก็ทำไม่ได้ประชาชนต้องเข้าใจตามนี้ เพราะกรณีถนนไร้ฝุ่นที่เป็นถนนเล็กไม่อยู่ในแผนเงินกู้สองล้านล้านของรัฐบาลที่เสนอต่อสภา อย่างไรก็ตามตนได้เสนอคำแปรญัตติให้กำหนดให้ชัดเจนว่าไม่สามารถนำเงินกู้สองล้านล้านไปใช้ในโครงการอื่นที่ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสารประกอบร่าง พ.ร.บ.เงินกู้สองล้านล้านได้แต่กรรมาธิการฯเสียงข้างมากก็ไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ตนยังยืนยันว่าหากจะกู้เงินกันแบบนี้ก็ไม่ควรจะเปิดโอกาสให้มีความยืดหยุ่นว่าจะนำเงินไปทำโครงการอะไรก็ได้

                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ ได้ปฏิเสธที่จะวิจารณ์ความขัดแย้งระหว่างพรรคชาติไทยพัฒนากับนายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ที่นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา ออกมาตอบโต้นายปลอดประสพเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ โดยเห็นว่าเป็นเรื่องภายในของรัฐบาล

 

'มาร์ค'จี้รัฐกำหนดมาตรการข้าวถุง หลังสารปนเปื้อนเกินมาตรฐาน

 

                      หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงปัญหาคุณภาพข้าวถุงที่พบสารปนเปื้อนว่า รัฐบาลต้องมีมาตรการดูแลปัญหาสารตกค้างและสะสม ให้เป็นมาตรฐานสากล โดยเฉพาะข้าวที่ส่งออกไปยังประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะประเทศจีน ถ้าข้าวไทยมีสารตกค้างเกินมาตรฐานที่จีนกำหนดก็จะเป็นปัญหา ทั้งนี้ตนขอชื่นชมมูลนิธิเพื่อผู้บริโภคและมูลนิธิชีววิถีที่ตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งตนเคยเรียกร้องมานานแล้วว่า รัฐบาลควรดำเนินการเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการตรวจสอบ มีกระบวนการทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อแก้ปัญหา

                      เพราะในขณะนี้หน่วยงานรัฐก็มีการตรวจสอบแต่อ้างว่ายี่ห้อที่พบปัญหาในขณะนี้ยังไม่ได้ตรวจ จึงเป็นปัญหาว่าทำไมไม่ทำทุกอย่างให้โปร่งใสว่าตรวจใคร ตรวจอย่างไร และผลคืออะไร แต่การพยายามพูดรวมๆ เพราะกลัวแรงกดดันทางการเมืองจากรัฐบาลเพื่อไปรับรองให้แต่ต่อมาเมื่อมีปัญหาก็จะได้รับผลกระทบด้านความน่าเชื่อถือ จึงต้องตั้งหลักในเรื่องความโปร่งใสว่ากันตามความเป็นจริง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งทำความจริงให้กระจ่างทั้งที่รัฐบาลควรจะเร่งรัดให้มีองค์กรตามรัฐธรรมนูญออกมาตรวจสอบเพื่อคุ้มครองประชาชน ซึ่งในสมัยที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรีก็ดำเนินการอยู่จนเข้าสู่การพิจารณาของสภา แต่เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็ไม่มีการยืนยันจนทำให้กฎหมายตกไป

 

'อภิสิทธิ์' แนะรัฐประเมินสถานการณ์ช่วงรอมฏอน

 

                      นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวกรณีที่ยังมีเหตุระเบิดที่ยะลาในช่วงรอมฎอนที่มีข้อตกลงว่าจะลดความรุนแรงในพื้นที่ว่า ทุกเหตุการณ์ต้องมีการตรวจสอบ ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นการกระทำต่อชุดคุ้มครอง จึงเป็นไปได้ที่เป็นเหตุการณ์ไม่สงบไม่ใช่เรื่องส่วนตัว ดังนั้นต้องดูว่า จะเกิดขึ้นมากน้อยแค่ไหน โดยต้องประเมินอย่างตรงไปตรงมาจะดีที่สุด ซึ่งจะต้องว่าตามข้อเท็จจริง เช่น อาจมีคำอธิบายว่าไม่สามารถที่จะควบคุมบางกลุ่มได้ ซึ่งเราจะได้สามารถเดินนโยบายเรื่องการพูดคุยให้เหมาะสม ตนจึงติงว่าอย่าพูดเร็วเกินไป และทุกเหตุการณ์ต้องประเมินตรงไปตรงมา อย่ารีบปัดว่าเป็นเรื่องส่วนตัวหรือไม่เกี่ยวกับเหตุความไม่สงบเพราะจะทำให้ไม่ได้ข้อเท็จจริง ทั้งนี้การจะตัดสินใจว่าควรจะเจรจาต่อไปหรือไม่คงต้องรอให้ครบเดือนตามกำหนดก่อน

                      นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ในขณะนี้เป็นการประกาศมาตรการของแต่ละฝ่าย ซึ่งความจริงฝ่ายบีอาร์เอ็นก็ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ในนามของเขา โดยตนอยากให้ดำเนินการเหมือนที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม เคยพูดไว้ก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งรอบ 2 ว่าน่าจะทำเป็นชุดเล็ก กำหนดแนวทางปฎิบัติ การประเมินร่วมกันว่าจะทำอย่างไร แต่ในขณะนี้ปัญหาคือผู้รับผิดชอบสูงสุดคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีพยายามที่จะลอยตัวออกจากปัญหา ทำให้ได้คำตอบที่กระจัดกระจายไม่เป็นเอกภาพ เช่น เมื่อวานนี้ (16 ก.ค.) คำอธิบายของนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ออกมาระบุว่ามีการท้วงติงคำแถลงการณ์ที่รวมอำเภอสะเดาเข้าไปแล้ว แต่ทำไมจึงไม่มีการแก้ไขคำแถลงการณ์ ตนจึงบอกว่านายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดต้องแสดงจุดยืนออกมา เพราะทหารก็บอกแล้วว่าไม่เห็นด้วยที่จะรวมสะเดาเข้าไป ซึ่งตนเดินทางไปที่จังหวัดสงขลาประชาชนก็ไม่สบายใจที่มีการระบุอำเภอสะเดาเข้าไปในพื้นที่ไม่สงบ

                      “ผมว่ารัฐบาลต้องเอาใจใส่กับเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมากกว่านี้ อย่าไปกังวลในเรื่องภาพ ต้องเอาความจริงจึงจะแก้ปัญหาได้ การท้วงติงต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษรและแถลงแก้อย่างเป็นทางการว่าพื้นที่สะเดาไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพื้นที่ที่มีความไม่สงบ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ทำผมเกรงว่าบีอาร์เอ็นจะอ้างโดยปริยายว่าเรายอมรับว่าสะเดาเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีปัญหาซึ่งอยู่ในกรอบที่จะต้องเจรจากันในอนาคต ซึ่งไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

 

'ปชป.' ห่วงคุณภาพข้าวไทย หลังพบข้าวถุงมีสารเกินมาตรฐาน

 

                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขณะนี้คิดว่า รัฐบาลต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยงานพิสูจน์คุณภาพข้าว ซึ่งมีความน่าเป็นห่วง เพราะรัฐบาลพยายามปฏิเสธการมีอยู่จริงของปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพข้าว ตัวเลขการขาดทุน การทุจริต เช่น พยายามปฎิเสธทุกประการที่ส่งผลลบในเรื่องของข้าว ตั้งแต่ตัวเลขการขาดทุน การโกงข้าว วันนี้ปัญหาคุณภาพเน่าเริ่มส่งผง โดยพบว่า ข้าวเน่ามีสารเคมีเกินขีดจำกัด ซึ่งในวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา มูลนิธิคุ้มครองผู้บริโภค ได้ตรวจพบสารตกค้างในข้าวถุงยี่ห้อหนึ่ง แม้ว่า จะมีเพียงยี่ห้อเดียวที่มีค่าสารตกค้างเกินมาตราฐาน แต่ก็น่าเป็นห่วง เพราะรัฐบาลไม่พยายามแก้ปัญหาให้ลุล่วงไป ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯต้องเลิกแก้ปัญหาโดยชี้นิ้วโทษไปทางคนอื่น และเลิกข่มขู่ประชาชนที่ออกมาแฉจะถูกดำเนินคดี เพราะไม่มีใครกลัวนายกฯไปกว่ารักสุขภาพตัวเอง

                      นายชวนนท์ กล่าวว่า ส่วน น.พ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ระบุว่า มีการตรวจคุณภาพข่าวมาหลายรอบแล้วแต่ไม่เคยเจอสารพิษ แต่มาเจอรอบนี้ คำถาม คือ เหตุใดรอบนี้จึงเจอสารตกค้าง ซึ่งเป็นไปได้หรือไม่ว่าการเก็บข้าวจากโครงการรับจำนำข้าวในสต๊อกเป็นเวลา 2 ปี นั้น เป็นต้นเหตุให้พบสารในข้าวหรือไม่ เพราะเมื่อเก็บข้าวเป็นระยะเวลานาน ต้องใช้สารรมข้าวสะสมมากขึ้น จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลต้องให้ความสนใจและให้ความร่วมมือกับการตรวจสอบคุณภาพข้าว และไม่ควรปฏิเสธปัญหาที่เกี่ยวข้องกับข้าว และขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรีดำเนินการอย่างจริงจัง ใช้โอกาสนี้สังคยานาคุณภาพข้าวไทย ให้เป็นไปตามมาตรฐานเทียบเท่าสากล แทนแก้ปัญหาโดยชี้นิ้วโทษไปทางคนอื่น หรือการข่มขู่ที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนที่ออกมาพูดในคุณภาพข้าว

 

'ปชป.' หนุนพรบ.ปรองดองฉบับ 'แม่น้องเกด'

 

                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงร่างพรบ.นิรโทษกรรมที่เสนอโดยภาคประชาชนนำโดยนางพะเยาห์ ฮักฮาด แม่น้องเกด ว่า ในหลักการมีความสอดคล้องกับพรรคประชาธิปัตย์หลายประการ คือ มีการแบ่งแยกผู้กระทำความผิดที่ชัดเจน แต่ที่ผู้ที่ทำผิดมุ่งประทุษร้ายต่อผู้อื่นโดยการใช้อาวุธ ให้บุคคลเหล่านี้มีความผิดตามกฎหมายเช่นเดิม อาทิ บุคคลที่วางเพลิงเผาทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ทำลายทรัพย์สิน มุ่งหมายต่อการกระทำผิดต่อทรัพย์ เกิดภัยอันตรายต่อประชาชนให้บุคคลนั้นยังคงมีความผิดตามกฎหมาย การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐระดับปฏิบัติที่มิได้ฝ่าฝืนคำสั่งการบังคับบัญชา หรือมิได้กระทำเกินกว่าเหตุ ให้พ้นผิด และผู้ที่สั่งการ หรือปฏิบัติการ หากการกระทำนั้นไม่สมควรแก่เหตุ และเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้บุคคลนั้นยังมีความผิดตามกฎหมาย

                      ซึ่งทั้งหมดนี้ถือว่าเห็นตรงกัน คือ แบ่งแยกความผิดที่ชัดเจน โดยหากเป็นเรื่องละหุโทษ สามารถจะนิรโทษกรรมได้ หากเป็นเรื่องการฝ่าฝืนพรก.ที่ไม่เกี่ยวข้องกับคดีอาญา ส่วนคนที่มีพฤติกรรมหรือมีเหตุอันเชื่อได้ว่า มีการมุ่งหมายต่อชีวิตในการใช้อาวุธนั้น ไม่ได้รับสิทธิ์ในการนิรโทษกรรม เรื่องของการวางเพลิง การเผา การทำลายทรัพย์สิน จะไม่ได้รับการนิรโทษกรรม

                      ดังนั้นหากรัฐบาลยอมที่จะถอนร่างพรบ.ปรองดองทั้งหมดที่อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ แล้วเดินหน้าร่างพรบ.นิรโทษกรรมของประชาชน ตนเชื่อว่ามีทางออก ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะหารือ แต่อาจจะมีประเด็นปลีกย่อยเล็กน้อยที่มานั่งคุยกันได้ ซึ่งเชื่อว่าพรบ.นิรโทษกรรมฉบับนี้เดินหน้าได้ เพราะไม่นิรโทษกรรมให้คนที่ทำผิดอาญา แต่นิรโทษกรรมให้เฉพาะคนทำผิดละหุโทษ ดังนั้นวันนี้พรรคประชาธิปัตย์จะยืนอยู่ข้างประชาชนที่เสนอพ.ร.บ.ฉบับนี้ แต่ต้องไปบอกรัฐบาลให้ถอนร่างที่เหลือให้หมด เพื่อพาประเทศไทยเดินหน้าไปสู่ความปรองดองและสันติ

 

'ปชป.' ซัด 'รบ.' ขึ้นราคาแก๊ซ สวนทางหาเสียง

 

                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงการปรับราคาค่าพลังงาน ว่า ตนยังจำติดหู ที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ประกาศในสนามราชมังคลากีฬาสถานว่า จะกระชากค่าครองชีพ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ให้ประชาชน แต่หลังจากรับตำแหน่งเป็นวันแรก กลับดำเนินการยกเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเป็นเวลา 3 เดือน จนถึงสิ้นปี 2554 และ หลังจากนั้น นายกฯปล่อยก็ราคาพลังงานวิ่งขึ้น ทำร้ายประชาชนมาตั้งแต่ต้นปี 2555 ถึงกลางปี 2556 คือ ก.ค.เดือนนี้ผ่านมาแค่ครึ่งเดือน ขึ้นราคาน้ำมัน 4 ครั้งรวมเป็น 2.20 บาท น้ำมันเบนซินโดยเฉพาะแก๊สโซฮอล์ ทะลุ 40 บาท อยากถามว่า มีความจำเป็นอะไร ที่ต้องสร้างภาระให้ประชาชนขนาดนี้

                      ซึ่งจากการตรวจสอบจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ก็ไม่แตกต่างจากสมัยรัฐบาลของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ มากนัก และหากเปรียบเทียบโดยเอาราคาน้ำมันปัจจุบัน ไปเปรียบเทียบกับวันสุดท้ายในการดำรงตำแหน่งนายกฯของนายอภิสิทธิ์ ราคาแก๊สโซฮอล์ 95 ของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ แพงกว่า 8.59 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 แพงกว่า 7.64 บาท ดีเซลแพงกว่า 80 สตางค์ อี 20 อี 85 แพงกว่า ประมาณ 5 บาท ซึ่งผลเปรียบเทียบทั้งหมดนี้ ตรงกันข้ามกับที่นายกฯประกาศไว้กับประชาชน ว่าจะกระชากค่าครองชีพ

                      “นายกฯนั่งเป็นประธานในการระชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ อนุมัติให้ปรับราคาแก๊สหุงต้มกิโลกรัมละ 50 สตางค์ เป็นเวลา 12 เดือนต่อจากนี้ สรุปคือ ในปีหน้าเราจะใช้แก๊สหุงต้ม กิโลกรัมละ 24.82 บาท จากเดิมที่ ราคาเพียงกิโลกรัมละ 18 บาท อยากถามนายกฯว่า คนที่นั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติคือคนเดียวกับที่สัญญากับประชาชน ที่สนามราชมังคลาฯ หรือไม่ ซึ่งประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่า หากเรากลับมาเป็นรัฐบาลเมื่อไหร่เราสัญญาจะดึงราคาแก๊สให้กลับมาอยู่ที่เดิมทันที” นายชวนนท์ กล่าว

 

'ปชป.' จี้ 'นิวัฒน์ธง' จัดการ 'เต้น' ทำคลิปเพลงโช่ห่วยลอกลิขสิทธิ์

 

                      นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า หลังจากที่นายนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รมว.พาณิชย์ ได้แบ่งงานกับนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ แล้ว ซึ่งนายณัฐวุฒิได้รับมอบหมายให้ดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญา ดังนั้นงานแรกที่ต้องจัดการคือกรณีคลิปโชห่วย โชว์สวย ที่มีนายณัฐวุฒิ และคนในกระทรวงพาณิชย์ร่วมร้องและแสดง ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีทำนองดัดแปลงมาจากเพลง Black Superman ของ Muhammad Ali ซึ่งนายณัฐวุฒิต้องจัดการตัวเอง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ต่างประเทศจับตาดูอยู่ เพราะรัฐมนตรีที่ดูแลเรื่องลิขสิทธิ์กลับเป็นคนที่ไปละเมิดลิขสิทธิ์เสียเอง ซึ่งไม่มีประเทศไหนในโลกที่จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้นอกจากนั้นรมว.พาณิชย์ก็ควรตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งตนเห็นว่าอย่างน้อยต้องไม่ให้นายณัฐวุฒิดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพระจะไม่ได้รับความเชื่อมั่นจากต่างประเทศแน่นอน

                      ด้าน น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวยังไม่มีการรายละเอียดจากตำรวจเศรษฐกิจ และกระทรวงพาณิชย์ ทั้งที่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ชัดเจน ตนจึงอยากเรียกร้องให้นายนิวัฒน์ธำรงใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดในการเอาผิดนายณัฐวุฒิ เพราะเป็นรัฐมนตรีดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญาแต่กลับละเมิดลิขสิทธิ์เสียเอง และอยากเรียกร้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์กระตือรือร้นในการกำกับกฎหมายในกรณีนี้ด้วย ไม่ใช่ไปไล่จับประชาชนที่ละเมิดลิขสิทธิ์เพียงอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นจะเป็นการกระทำสองมาตรฐาน