
'ประชา'ปัดเคลียร์ใจ'บิ๊กอ๊อด-บิ๊กตู่'
'ประชา' ปัดเคลียร์ใจ 'ยุทธศักดิ์ - ประยุทธ์' ปมคลิปฉาว ระบุเป็นเรื่องส่วนตัว ชี้ ผู้ก่อความไม่สงบ 'กลุ่มย่อย' วางบึ้ม 'บันนังสตา' ทหารพราน เจ็บ 1
17 ก.ค. 56 เมื่อเวลา 09.30 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์กรณีเข้าหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ไม่มีการพูดถึงเรื่องคลิปเสียงสนทนาของชาย 2 คน เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว แต่เป็นการหารือกันเรื่องงาน โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ว่าจะแก้ปัญหาให้เกิดความสงบได้อย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่ได้มีการเคลียร์ใจกันระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ กับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ไม่ต้องเคลียร์ เพราะระหว่าง 2 คน ไม่ได้มีปัญหากัน มีการพูดคุยกันปกติ
ชี้ผู้ก่อความไม่สงบ 'กลุ่มย่อย' วางบึ้ม 'บันนังสตา' ทหารพราน เจ็บ 1
พล.ต.อ.ประชา ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเหตุระเบิดริมถนนสามแยกตือระ ม.1 บ้านสนามบิน ต.เขื่อนบางลาง อ.บันนังสตา จ.ยะลา มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า ได้รับรายงานจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่เบื้องต้นในพื้นที่ว่า เป็นกลุ่มย่อยที่อยู่ในเขตอำเภอบันนังสตา ซึ่งกลุ่มย่อยเหล่านี้ยังไม่มีความชัดเจนในบางเรื่อง ของการตกลงที่จะลดเหตุรุนแรงในพื้นที่ในช่วงเดือนรอมฎอน จึงถือโอกาสก่อเหตุนี้ขึ้น
"ลักษณะของการก่อเหตุเป็นการระเบิดข้างทางของกลุ่มเล็กๆ โดยทหารพรานบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย 1 คน ทั้งนี้เป็นการก่อเหตุเช่นเดียวกับการก่อเหตุวางระเบิดจนเป็นเหตุให้ทหารเจ็บ 8 นาย ซึ่งจะต้องพยายามทำความเข้าใจกับกลุ่มย่อยเหล่านี้ต่อไป"
ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นการก่อกวนหรือความขัดแย้งส่วนตัว พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เป็นการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการที่เป็นกลุ่มย่อย และจำนวนไม่มาก ส่วนจะเป็นกลุ่มไหนบ้างไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะไม่อยากให้เครดิต อย่างไรก็ตามสามารถประสานกับมาเลเซีย เพื่อทำความเข้าใจกับกลุ่มย่อยเหล่านี้ได้
เมื่อถามว่าจะกระทบกับการพูดคุยเรื่องความร่วมมือลดเหตุการณ์รุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า คงไม่กระทบถึงตรงนั้น เพราะเป็นกลุ่มที่ก่อเหตุเป็นกลุ่มย่อยๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งไม่ใช่กลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะกลุ่มบีอาร์เอ็นมีความเข้าใจในข้อตกลงแล้ว
พล.ต.อ.ประชา กล่าวด้วยว่า ตนจะลงพื้นที่ในวันที่ 21 กรกฎาคม โดยลงไปเยี่ยมหน่วยปฏิบัติที่อยู่ในพื้นที่ อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจชายแดนภาคใต้ (ศชต.)
เมื่อถามว่าเมื่อวาน (17ก.ค.) พล.ต.อ.ประชา ไปกองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ได้หารืออะไรเกี่ยวกับปัญหาชายแดนภาคใต้บ้าง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ไปเยี่ยมเยียนพล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะที่เป็นรองผู้อำนวยการ กอ.รมน. ซึ่งดูแลในส่วนงานของ กอ.รมน.อยู่ โดยเป็นการทำความเข้าใจในแผนงาน ว่าในสิ่งที่ทำไปแล้วเป็นอย่างไร โดยมาพูดคุยเพื่อประเมินร่วมกัน และจะต้องมีการปรับปรุงอย่างไรต่อไป
เมื่อถามว่าพล.อ.ประยุทธ์ ได้เสนอแนะอะไรบ้าง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ได้พูดคุยกันหลายเรื่อง โดยเน้นในส่วนเรื่องการพัฒนา เพราะขณะที่กำลังทหารได้ทำงานในพื้นที่ อาทิ ช่วงนี้เป็นช่วงเดือนรอมฎอน เรื่องจุดตรวจ จุดสกัด ของเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ผสมกำลังกันทำงานอยู่ ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนบ้าง ให้เป็นชุดช่วยเหลือ และบริการประชาชน เป็นต้น ทั้งนี้สาระสำคัญที่ได้พูดคุยกับพ.อ.ประยุทธ์ คือ การเพิ่มบทบาทที่จะลงไปช่วยเหลือดูแลประชาชนเพิ่มเติมขึ้นได้อย่างไร เช่น การช่วยพัฒนาในพื้นที่
เมื่อถามว่าอะไรที่ทำให้มั่นใจว่าการก่อเหตุไม่ใช่กลุ่มบีอาร์เอ็น พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า เพราะกลุ่มบีอาร์เอ็นได้มีการคุยกันแล้ว ทำความเข้าใจกันแล้ว ซึ่งการทำความเข้าใจบางครั้งอาจจะไม่สามารถทำความเข้าใจได้ทุกกลุ่ม เพราะยังมีกลุ่มย่อยๆ ที่ยังไม่เข้าใจ ยังไม่ชัดเจนในข้อตกลงที่ได้ทำกัน จึงทำให้มีการก่อกวนเกิดขึ้นบ้าง ซึ่งก็จะต้องทำความเข้าใจกันต่อไป ว่าได้มีการตกลงกันแล้วว่าช่วงเดือนรอมฎอนจะไม่ทำบาปกัน
เมื่อถามว่าจะปรับยุทธศาตร์และยุทธวิธีบ้างหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า คงต้องมีการพิจารณาทบทวนกัน และเปลี่ยนทำความเข้าใจกันระหว่างหน่วยปฏิบัติด้วยกัน เช่น กอ.รมน. ศอ.บต. สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) จะมีการหารือกัน อย่างน้อยๆ สัปดาห์ละครั้ง ในฐานะที่อยู่ในส่วนเดียวกันคือ ศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์แก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) ส่วนฝ่ายการเมืองก็มีการสื่อสารโดยระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์อยู่ตลอดเวลา
เมื่อถามว่าการพูดคุยครั้งต่อไปจะมีกลุ่มย่อยมาร่วมหารือด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า ยังครับ ทั้งนี้ขอประเมินสถานการณ์ไปวันต่อวัน ซึ่งตนก็เอาใจช่วยไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง เพราะสิ่งที่ได้มีการพูดคุยกันก็อยากให้ประสบความสำเร็จ
เมื่อถามว่าเมื่อเข้ามารับตำแหน่งใหม่ๆ หนักใจเรื่องปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ประเด็นใดบ้าง พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า เรื่องของความรู้สึก โดยความรู้สึกของตนกับสื่อมวลชนไม่ได้แตกต่างกัน เพราะต้องคำนึงว่าสถานการณ์ทางใต้เป็นสถานการณ์พิเศษ และเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างรุนแรงอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นก็ต่างมีความกังวลใจ ว่า จะทำอย่างไรให้ดีที่สุด
มท.พร้อมอำนวยความสะดวกขรก.มุสลิมเดือนรอมฎอน
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ รมช.มหาดไทย (มท.3) กล่าวภายหลังเดินทางเข้าพบ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี ว่า จุฬาราชมนตรีมีข้อกังวลอยู่ 3 เรื่อง คือ ในเรื่องแรกขอให้มีการจัดตั้งสำนักงานจุฬาราชมนตรีที่จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยสถานที่ที่จะใช้นั้นเป็นเรือนจำเก่าที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว นอกจากนี้ ยังมีความเป็นห่วงเรื่องของกลุ่มผู้อพยพโรฮิงญา ซึ่งรัฐบาลได้ดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งในเรื่องสุขอนามัย และอำนวยความสะดวกในช่วงเดือนรอมฎอนนี้ โดยได้แยกให้เด็กและผู้หญิงไปอยู่ในที่ที่สะดวกสบาย พร้อมกำชับให้ดูและเรื่องสุขภาพอนามัยเป็นพิเศษ นอกจากนี้ จุฬาราชมนตรียังได้แสดงความเป็นห่วงใยเรื่องที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ลดจำนวนผู้ที่จะเดินทางไปร่วมประกอบพิธีฮัจญ์ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยเท่านั้น รวมถึงประเทศอื่นๆ ทั่วโลกจำนวนถึงร้อยละ 10 เนื่องจากขณะนี้นครเมกกะ อยู่ระหว่างการปรับปรุง ซึ่งเรื่องนี้ได้แจ้งไปว่าในนามของรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย พร้อมประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมกันนี้จะรายงานถึงปัญหาที่เกิดขึ้นให้นายกรัฐมนตรีได้รับทราบต่อไป
สำหรับในช่วงเดือนรอมฏอน ในส่วนกระทรวงมหาดไทยได้มีการสั่งการชัดเจนว่าจะต้องอำนวยความสะดวกในทุกด้านแก่ข้าราชการที่เป็นมุสลิม เกี่ยวกับการปฏิบัติศาสนพิธี ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ฝากอวยพรจุฬาราชมนตรีให้มีสุขภาพที่แข็งแรงในเดือนรอมฎอนนี้ด้วย ทั้งนี้ สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ จุฬาราชมนตรียังคงมีความกังวลอยู่ แต่ทั้งนี้ได้ให้กำลังใจกับนายกรัฐมนตรี โดยระบุด้วยว่า รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหามาถูกทางแล้ว คาดว่าปัญหาน่าจะเริ่มคลี่คลายไปในทางที่ถูกที่ดี
รมช.มหาดไทย กล่าวอีกว่า ตนได้มีโครงการที่จะให้ผู้นำตั้งแต่ระดับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจังหวัดเชียงราย และจังหวัดพะเยา มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกัน หลังจากพิธีรอมฎอนเสร็จสิ้นแล้ว คาดว่า จะทำให้การประสานงานกันอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น



