
อุตุฯระนองเตือน4อำเภอเสี่ยงดินเลื่อนไหล
อุตุฯระนองเตือนพื้นที่เสี่ยง 4 อำเภอ ระวังดินเลื่อนไหล หลังปริมาณฝนสะสมสูง ขณะที่ตำรวจน้ำออกโรงเตือนเรือเล็ก เหตุทะเลแปรปรวน-คลื่นสูง
17 ก.ค.56 นายไพบูลย์ เอี่ยมสุวรรณ ผู้อำนวยการสถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดระนอง เปิดเผยว่า จากการที่ จ.ระนองยังคงได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องหลายพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมสูง ส่งผลให้ดินมีการอุ้มน้ำสูงเสี่ยงที่จะเกิดดินเลื่อนไหลได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะที่เชิงเขาในพื้นที่ 4 อำเภอประกอบด้วย อ.กะเปอร์ ,อ.ละอุ่น ,อ.เมือง และอ.กระบุรี ส่วนน้ำป่าไหลหลากก็ต้องระวังด้วยเช่นกัน
จึงประสานหน่วยงานเกี่ยวข้องแจ้งเตือนชาวบ้านที่อาศัยในที่ราบเชิงเขาให้ระวังดินเลื่อนไหล รวมทั้งหินภูเขาถล่ม ซึ่ง จ.ระนอง เคยมีปรากฏการณ์หินภูเขาถล่มมาแล้วหลายครั้งในพื้นที่ อ.ละอุ่นเนื่องจากภูเขาที่มีลักษณะเป็นหินปูนเมื่อเกิดฝนตกหนักจะทำให้เกิดการเปราะบางและเคลื่อนตัวแตกและตงลงมาด้านล่างสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน อาคารบ้านเรือนได้ จึงต้องเฝ้าระวังและสังเกตุความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้น โดยหินภูเขาถล่มส่วนใหญ่จะมีสัญญาณเตือนอาทิมีดินหรือก้อนหินขนาดเล็กๆหล่นลงมาก่อนที่หินก้อนใหญ่จะร่วงหล่นลงมา
ด้านพ.ต.ท.นิรัตน์ ช่วยจิตต์ หัวหน้าสถานีตำรวจน้ำระนอง กล่าวว่า จากสภาวะอากาศที่แปรปรวนในระยะนี้ ส่งผลให้คลื่นลมในทะเลสูง 2-3 ม. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำระนองจึงได้ออกประกาศแจ้งเตือนเรือขนส่งสินค้า เรือโดยสารข้ามฟาก เรือประมงขนาดเล็ก และเรือโดยสารท่องเที่ยว ให้ระมัดระวังอันตรายจากทะเลแปรปรวน และคลื่นสูง และเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น อีกทั้งสามารถช่วยผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำระนองได้เตรียมพร้อมเรือตรวจการณ์ชายฝั่งตลอด 24 ชม. เพื่อคอยให้ความช่วยเหลือหากเกิดกรณีไม่คาดฝันเกิดขึ้น
ขณะที่นายชวลิต นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดระนอง กล่าวว่า ได้แจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน 5 อำเภอ ให้เตรียมพร้อมเพื่อเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัย วาตภัย ดินโคลนถล่ม และคลื่นลมแรงในทะเล อันอาจจะสร้างความเสียหายให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณพื้นที่เสี่ยงภัย
น้ำป่าไหลหลากในจ.จันทบุรี เข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
เหตุน้ำป่าจากเทือกเขาสระบาปที่ไหลลงจากน้ำตกพลิ้ว น้ำตกคลองนารายณ์ และน้ำตกตรอกนอง เข้าบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่โดยรอบ เขาสระบาป อาทิ ตำบลคลองนารายณ์ ตำบลคมบางอำเภอเมือง บ้านคลองยายดำ ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ ตำบลตรอกนอง ตำบลวังสรรพรสอำเภอขลุง จำนวนรวม 5ตำบล โดยเหตุการ์ครั้งนี้ไม่มีประชาชนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต และสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว คงเหลือเพียงถนนสุขาภิบาลสาย 2 พลิ้ว เพียงแห่งเดียวที่ระดับน้ำยังคงระบายได้ช้าและเอ่อท่วมขังบ้านเรือนประชาชนกว่าร้อยหลังคาเรือน ซึ่งชาวบ้านบอกระบายน้ำได้ช้าเนื่องจากมีอะไรอุดตันที่ท่อระบายน้ำ และยังตืนกลัวกลัวกับข่าวลือว่าน้ำที่น้ำตกพลิ้วจะทะลักมาอีกระลอก
ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสำรวจจำนวนน้ำที่ชาวบ้านตื่นตกใจจากกระแสข่าวสือพบว่าระดับน้ำต้นน้ำยังที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้ว ลดระดับกลับสู่ปกติ ส่วนความเสียหายพบที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วถูกน้ำป่าพัดพาซากสวะทำให้สะพานเชื่อมต่อเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติขาดเสียหาย รวมทั้งสะพานเชื่อมต่ออ่างใหญ่ของอุทยานก็เสียหายเช่นกัน ทางอุทยานแห่งชาติน้ำตกพลิ้วจำเป็นต้องประกาศหยุดเพื่อซ่อมแซม และเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าเป็นการชั่วคราว โดยได้ทำการปิดอุทยานเป็นเวลา 2วันเพื่อดูสภาพอากาศและปรับภูมิทัศน์จากเศษกิ่งไม้และกองหินที่ไหลถูกแรงน้ำแทกแตกเป็นก้อนเล็กก้อนน้อย เพราะหากปล่อยนักท่องเที่ยวเข้าไปแล้วไม่สามารถเล่นน้ำได้ในช่วงนี้ก็จะเสียความรู้สึก
ด้าน ปภ.จังหวัดได้สำรวจความเสียหายเบื้องต้นของสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก พบพื้นที่เสียหายกระจายโดยรอบเขตอุทยานแห่งชาติเขาสระบาป อำเภอเมือง และได้มีการประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยรอบเขาสระบาปเฝ้าระวังสถานการณ์ดินโคลนถล่ม และน้ำป่าไหลหลากจากสภาวะฝนตกหนักในช่วงนี้ โดยเฉพาะพื้นที่ตำบลวังสรรพรสอำเภอขลุงที่มีปริมาณน้ำฝนมากถึง 205 มิลลิเมตร ส่วนน้ำป่าไหลหลากที่ตำบลเขาวงกต อำเภอแก่งหางแมวก็กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้วเช่นกัน
อย่างไรก็ตามน้ำป่าที่ไหลหลากจากเขาสระบาป ได้ไหลลงทะเลที่บริเวณปากแม่น้ำแหลมสิงห์ ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำในแม่น้ำจันทบุรีแต่อย่างใด เส้นทางการคมนาคมทุกเส้นทางในจังหวัดจันทบุรีไม่มีผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลาก



