
'ปู'วอนสื่อหยุดถามเรื่องข้าว!
'นายกฯ' เตรียมตรวจรง.ข้าวถุง-ถกผู้ประกอบการ โวยมูลนิธิเพื่อบริโภคทำสังคมสับสน วอนสื่อหยุดถามเรื่องข้าว มอบนโยบายให้ทุกกระทรวง-จังหวัด ตั้งหน่วยต้านคอร์รัปชั่น
17 ก.ค. 56 เมื่อเวลา 10.00 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ตรวจสอบพบข้าวถุงหลายยี่ห้อมีสารพิษปนเปื้อน ไม่ได้มาตรฐาน ว่า รัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นสำหรับการที่สมาคมจะช่วยตรวจสอบ แต่ในส่วนของรัฐบาลก็มีมาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว จึงอยากขอความกรุณาให้ประสานงานกัน เราไม่อยากให้ต่างคนต่างออกไป จนทำให้เกิดความกังวลกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลพร้อมลงไปในพื้นที่ทันทีเพื่อตรวจสอบให้เกิดความกระจ่าง เนื่องจากวันนี้มีข้อมูลออกมาหลากหลาย หลายสมาคมออกมาวางมาตรฐานแล้วแต่จะตรวจสอบกัน ก็ทำให้ลำบากและเกิดความสับสนได้ ตนจึงพร้อมให้กระทรวงสาธารณสุข ไปพูดคุยกับทางสมาคม ขณะเดียวกันก็ได้ย้ำกับกระทรวงสาธารณสุขไปว่า ขอให้ชี้แจงประชาชนในเรื่องขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้เกิดความชัดเจน
ส่วนที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เกรงว่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกไปจีนนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตนถึงต้องขอความกรุณาว่าอย่าพูดเป็นภาพรวมเลย เพราะถ้าพูดเป็นภาพรวม ก็จะทำให้เสียหายทั้งระบบ เพราะคนจะมองว่าเป็นข้าวทั้งหมด ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงกระทบความเชื่อมั่นในเรื่องข้าวที่มีคุณภาพดีอยู่แล้วเท่านั้น แต่กระทบทั้งเรื่องรายได้ของชาวนา และการค้าขายข้าวด้วย ดังนั้นต้องขอความร่วมมือว่าถ้าติดใจตรงไหน ขอให้บอก เราพร้อมเข้าไปชี้แจงและตรวจสอบ ขอให้มีการตรวจสอบกันก่อน แล้วค่อยออกมาพูด และชี้แจงกับประชาชนเพื่อให้เกิดความชัดเจนดีกว่า ไม่เช่นนั้นจะทำให้ทุกคนตกใจ เพราะเรารับประทานข้าวเป็นอาหารหลักอยู่แล้ว
เมื่อถามว่าตอนนี้ผู้บริโภคเริ่มสงสัยในเรื่องมาตรการการตรวจสอบ เพราะข้าวที่มูลนิธิฯนำมาตรวจสอบเป็นข้าวที่ขายอยู่ในท้องตลาด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “เรายินดีให้ตรวจสอบ เอาข้าวมาซิคะ แล้วมาเปิดตรวจสอบพร้อมกันได้เลยต่อหน้าสาธารณชน ถ้าตรวจสอบแล้วเจอ ก็ต้องไล่ไปดูที่กระบวนการว่าข้าวนั้นๆ อยู่พื้นที่ตรงไหน แต่ไม่ใช่ว่าถ้าตรวจสอบแล้วเจอความผิดปกติ จะหมายความว่าข้าวทั้งประเทศไทยใช้ไม่ได้”
เมื่อถามว่าวันนี้จะทำอย่างไรไม่ให้ประชาชนตกใจไปมากกว่านี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ต้องขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ถ้ายังถามคำถามนี้อยู่ตลอดเวลา มันก็ไม่ไปไหน ต้องขอความเห็นใจจริงๆ เถอะคะ วันนี้แทนที่เราจะเดินไปข้างหน้า เราก็มาคุยกันแต่ประเด็นตรงนี้ ต้องขอความกรุณาจริงๆ”
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถามว่าสรุปแล้วเกณฑ์มาตรฐานในการตรวจสอบสารปนเปื้อนในข้าวถือว่าตรงกันหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ตรงกันตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้ประสานงานอยู่แล้ว แต่สำหรับของสมาคมก็คงต้องให้กระทรวงไปดูในรายละเอียดต่อไป ส่วนการลงพื้นที่ประชุม ครม.นอกสถานที่ ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 18-19 ก.ค.นี้ ซึ่งจะมีการเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงงานข้าวถุงด้วยนั้น เนื่องจากอยากไปสำรวจด้วยตา เพื่อให้เห็นในหลายมิติ และอยากไปรับฟังจากผู้ประกอบการด้วยในทุกมุมมอง วันนี้เราอาจจะฟังจากจุดที่ตรวจปลายทาง และไปมองว่าเป็นปัญหาทั้งกระบวนการ เราอยากให้โอกาสกับทุกๆ คนได้พูด และให้ข้อมูลอย่างเต็มที่
มอบนโยบายให้ทุกกระทรวง - จังหวัด ตั้งหน่วยต้านคอร์รัปชั่น
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้เป็นประธานพิธีเปิดการสัมมนาและมอบนโยบายในการขับเคลื่อน ธรรมาภิบาลและเพิ่มศักยภาพในการดำเนินงานของคณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัด (ก.ธ.จ.) ที่ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายว่า ก.ธ.จ. ประกอบด้วยผู้ตรวจสำนักนายก ผู้แทนประชาสังคม ผู้แทนสภาท้องถิ่น และผู้แทนภาคเอกชนมาร่วมเป็น ก.ธ.จ.ด้วย มาทำหน้าที่เพื่อสอดส่องดูแลแนะนำดูแลภารกิจของรัฐและเจ้าหน้าที่ในแต่ละจังหวัดให้ทำงานอย่างมีธรรมาภิบาล เพาะนโยบายต่อต้านคอร์รัปชั่นเป็นสิ่งที่รัฐบาลแถลงต่อรัฐสภาในการบริหารบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า ซึ่งนโยบายการต่อต้านกาารทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นในภาพรวมนั้นตั้งแต่เริ่มต้นรัฐบาลได้ประกาศเจตนารมณ์ในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ทำร่วมกับกระทรวงในการเสนอแนวคิดทุกกรมทุกกระทรวงที่ปัญหาเกิดจากภายใน ซึ่งขั้นตอนนี้กำลังมีการปรับปรุง
นายกฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จะมีการเน้นให้เข้มข้นให้แต่ละกระทรวงที่มีผู้ตรวจราชการตั้งสำนักงานต่อต้านการทุจริตในหน่วยงานเพื่อดำเนินงานตรวจงานต่างๆ เพื่อให้งานเป็นไปอย่างโปร่งใส และในส่วนของ ก.ธ.จ.จะร่วมกับผู้ตรวจฯของสำนักนายกฯ และภาคเอกชนและภาคประชาชนในการสอดส่องระดับจังหวัดเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพื่อให้สอดคล้องเป็นไปตามนโยบายและเป็นไปตามกฎหมายและทิศทางของระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง
"ภาพลักษณ์คอร์รัปชั่นเป็นสิ่งจำเป้นที่ตองทำให้เชื่อมั่น โดยยึดหลักมาตรฐานสากลในการก้าไปสู่การปราศจากคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่อยากเห็น แต่ไม่สำเร็จถ้าไม่ได้รับคามร่วมมือ ช่วยกันสอดส่องดูแลและเสนอแนะปรับปรุงแก้ไข"
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องความโปร่งใสนอกจากจะเป็นประโยชน์กับภาครัฐที่จะเดินไปอย่างโปร่งใสแให้ความเป็นธรรมแล้ว ยังจะเสริมในเรื่องของความมั่นใจให้กับภาคเอกชนด้วย เพราะเรื่องภาพลักาณ์ของการคอร์รัปชั่นต่างๆ เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้ขั้นตอนทุกอย่างโปร่งใส เป็นที่เชื่อมั่น และเรายึดหลักในมาตรฐานสากลที่จะนำมาเป็นต้นแบบในการพัฒนาเพื่อก้าวไปสู่การปราศจากการคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลอยากเห็น แต่แน่นอนการทำงานนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากกลไกต่างๆ"
นายกฯ กล่าวต่อไปว่าในส่วนของงานของ ก.ธจ.นั้นอยากให้ดูในเรื่องของความเสี่ยงในการที่จะเกิดการทุจริตฯ และความเสี่ยงที่มีแนวโน้มว่าจะไม่เป็นไปตามที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อรัฐสภา ถ้าเราร่วมกันตรวจสอบและชี้ทางแนะชี้นำในส่วนของส่วนราชการกระทรวงและ จังหวัดจะเป็นการเพิ่มความเข้มแข็งในการมีภูมิคุ้มกันในการต่อต้านคอร์รัปชั่นได้
นอกจากนี้ นายกฯยังกล่าวต่อไปว่า ในภาพรวมมีหลายโครงการที่เป็นโครงการใหญ่ โดยเฉพาะเรื่องพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการที่สื่ือมวลชนและภาคประชาชนให้ความสนใจ ซึ่งรัฐบาลได้แถลงเจตนารมณ์ในการบริหารประเทศในเรื่องความโปร่งใสเมื่อ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ในการพร้อมให้ทุกภาคส่วนเข้ามาตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล รวมทั้งมีกลไกในการตรวจสอบกันเองของกระทรวง และจังหวัด และตรวจสอบตัวเองร่วมกับภาคเอกชนในโครงการใหญ่ๆ เพื่อให้มีความเปิดเผย โปร่งใส มีระบบ ขั้นตอนในการทำงานต่างๆ ในการทำงานร่วมกับรัฐบาลให้งานต่างๆ เดินหน้าไปได้
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวอีกว่า รัฐบาลมีความเข้มข้นในการต่อต้านการคอรรัปชั่นตั้งแต่ 1. การมีมติครม.ในการให้หน่วยงานภาครัฐเปิดเผยข้อมูล กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างทุขั้นตอนตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งพบว่าแต่ละกระทรวงมีการจัดทำเรื่องพวกนี้แล้วเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้เสนอราคา 2. มีมาตรการให้ภาคส่วนต่างๆ ในสังคมที่ผ่านการคัดเลือก ฝึกอบรมทักษะเข้ามามีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยจะมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ ในการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการที่ใช้งบประมาณสูงที่สาธารณะชนให้ความสนใจ 3. มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเสริมสร้างขับเคลื่อนเสริมสร้างความโปร่งใส ทำหน้าที่วางหลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้สังเกตการณ์เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล ซึ่งจะมีการทำงานในโครงการใหญ่ๆ
"การแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นนั้นเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญด้วยการแสดงเจตนารมณ์แน่วแน่ จึงขอความร่วมมือคณะกรรมการก.ธ.จ.ทุกท่าน ที่เสียสละมาร่วมทำงานกับรัฐบาล ซึ่งเรายินดีที่จะเปิดรับฟังแนวทางต่างๆในการแก้ไข เพราะถ้าเราร่วมกันแก้ไข ปรับปรุงไปในทางที่ดีก็จะทำให้ประเทศเดินหน้าไปได้"



