
เปิดเส้นทาง'แมวไทย'สู่เมนูเด็ดเวียดนาม
เปิดเส้นทาง'แมวไทย'สู่เวียดนาม เมนู'เสือน้อย'นักนิยมเปิบของแปลก : ทวี อภิสกุลชาติรายงาน
สังคมต่างจับจ้องเฝ้าระวังการค้า "สุนัข" เพื่อการบริโภค ด้วยความรู้สึกของคนไทยยังรับไม่ได้ที่สัตว์เลี้ยงผู้ซื่อสัตย์ ต้องถูกฆ่าเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์ แต่ในอีกมุมหนึ่ง "แมว" ก็ตกเป็นเหยื่ออันโอชะของกลุ่มผู้บริโภคในประเทศเวียดนามด้วยเช่นกัน
ที่ผ่านมามีเพียงข่าวคราวการจับกุมขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติ แต่เพิ่งปรากฏข่าวคราวครั้งแรกในการจับกุมผู้ลักลอบลำเลียงแมวมุ่งหน้าไปที่ลำน้ำโขง บริเวณพื้นที่ อ.บ้านแพง จ.นครพนม พบของกลางแมวกว่า 90 ตัว ได้รับการช่วยชีวิตไว้ได้
ทว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการส่ง "แมว" ไปขายที่ประเทศเวียดนามอย่างแน่นอน ผู้คนในแถบนี้ยืนยันตรงกันว่าเคยเห็นรถยนต์ลักษณะนี้ ขับวนเวียนอยู่ในพื้นที่นานนับปีแล้ว ดังนั้นขบวนการนี้น่าจะเคยส่งแมวไปสู่จุดหมายปลายทางอย่างนับครั้งไม่ถ้วน
มีข้อมูลว่า ที่ผ่านมาพ่อค้าชาวเวียดนามจะตระเวนซื้อแมวในประเทศลาว ต่อมาปริมาณแมวในลาวเริ่มลดลงอย่างรวดเร็วจนหายากขึ้น พ่อค้ากลุ่มนี้จึงสั่งซื้อข้ามมายังฝั่งไทย โดยผ่านเครือข่ายขบวนการค้าสุนัข ที่มีการนำเอากะละมังและถังน้ำพลาสติก ไปตระเวนแลกตามหมู่บ้าน โดยระยะหลังพบว่ามีการรับแลกทั้งหมาและแมว
เครือข่ายใหญ่ในไทยเป็นนายทุนชาวเวียดนาม มีฐานอยู่ที่เขตรอยต่อระหว่าง อ.โกสุมพิสัย กับ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม ก่อนหน้านี้เป็นคอกใหญ่ที่สุด ซึ่งแยกตัวออกจากคอกที่ ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร เนื่องจากเป็นที่เพ่งเล็งและจับตามองของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง
นอกจากนี้ กลุ่มเครือข่ายผู้รักสุนัข ยังเคลื่อนไหวต่อต้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขบวนการค้าสุนัขและแมวทำงานลำบากยิ่งขึ้น
ต่างกับฐานการค้าแห่งใหม่ ที่มีผู้นำท้องถิ่นระดับ "ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน" บางคน คอยออกหน้าแทนนายทุนชาวเวียดนาม คอยอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ และเคลียร์เจ้าหน้าที่บ้านเมืองหากจำเป็น
ขบวนการนี้จะส่งรถยนต์ออกตระเวนแลกสุนัขและแมวตามหมู่บ้านต่างๆ แล้วทยอยส่งมารวบรวมที่คอกแห่งนี้ และต้องจัดส่งให้ลูกค้าเร็วที่สุด เพื่อไม่ต้องสิ้นเปลืองค่าอาหาร อีกทั้งน้ำหนักตัวของสัตว์เหล่านี้ยังไม่ลดลง
ส่วนการเคลื่อนย้ายจะใช้เส้นทางผ่าน อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ ขึ้นภูพานเข้าพื้นที่ จ.สกลนคร แล้วเลือกที่จะใช้เส้นทางสายรองระหว่างอำเภอเพื่อหลีกเลี่ยงการตั้งด่านของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
โดยขบวนรถจะทยอยนำสัตว์ออกจากคอกประมาณ 23.00 น.เป็นต้นไป ใช้เวลาวิ่งประมาณ 3 ชั่วโมง ก็ถึงเป้าหมายปลายทางที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ก่อนย่ำรุ่ง ซึ่งคนส่วนใหญ่กำลังนอนหลับพักผ่อน แมวสามารถขนส่งได้ง่ายกว่าสุนัข เพราะมีขนาดเล็กและไม่ส่งเสียงร้องจนเป็นที่น่าสงสัย ทั้งหมดถูกลำเลียงลงเรือข้ามไปยังฝั่งลาว หลังจากผ่านพิธีการเสียภาษีอย่างถูกต้องแล้วจะถูกส่งต่อไปยังเวียดนามผ่านเส้นทางหมายเลข 8 เข้าเมืองหลักซาว ที่อยู่ห่างจากฝั่งแม่น้ำโขง ประมาณ 150 กิโลเมตร จากนั้นเข้าสู่ด่านกาวแจวของเวียดนามและกระจายไปเดินทางสู่ครัวของภัตตาคารหรู ตามเมืองใหญ่ต่างๆ ของเวียดนาม
ในประเทศเวียดนามการบริโภคแมวไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร "ร้านเนื้อแมว" หรือที่นิยมเรียกให้หรูในหมู่นักบริโภคคือ "ร้านเนื้อเสือน้อยเลิศรส" มีอยู่ดาษดื่น พบเห็นได้โดยทั่วไปโดยเฉพาะจังหวัดในแถบทางภาคเหนือของเวียดนาม การกินแมวของคนเวียดนามนิยมกินกันสดๆ โดยลูกค้าจะมาเลือกแมวตัวเป็นๆ ที่ถูกขังอยู่ในกรง
ทั้งหมดจะถูกกว้านซื้อมาจากที่ต่างๆ ตามบ้านเรือนของชาวบ้าน แล้วถูกส่งโดยรถจักรยานยนต์ที่มีกรงอยู่ด้านหลังมาที่ร้านเนื้อเสือน้อย สนนราคาแมวตัวเป็นๆ ตกกิโลกรัมละ 3.5 แสนดอง หรือประมาณ 600-700 บาท
ส่วนวิธีการนำแมวมาบริโภคของชาวเวียดนาม หลังจากคัดขนาดแมวได้แล้วก็นำแมวไปกดลงไปในถังน้ำจนแมวขาดอากาศหายใจตาย สาเหตุที่ต้องทำเช่นนี้เพื่อต้องการให้มีการขับถ่ายเอาของเสียต่างๆ ในลำไส้ของแมวออกมาก่อนที่จะสิ้นใจ หลังจากนั้นจะนำไปลวกน้ำร้อนเพื่อถอนขนแมวออกเสียก่อน แล้วนำไปอบฟาง เพื่อให้ผิวเหลืองและให้ความร้อนเผาเศษขนแมวที่ยังคงหลงเหลือหลังจากแช่น้ำร้อนให้เกลี้ยงหมดจด เสร็จแล้วจึงนำมาผ่าท้องเอาเครื่องในออกแล้วหั่นเป็นชิ้นเตรียมนำเอาเนื้อไปประกอบเมนูเปิบพิสดารต่อไป
เมนูเด็ดที่นิยมกันมาก คือ แมวตุ๋นเครื่องยาจีน และ แมวคั่วกลิ้งใส่เครื่องเทศรสจัด ขนาดของแมวที่นิยมกินมักจะมีน้ำหนักอยู่ที่ตัวละ 2-3 กิโลกรัม สนนราคาเมื่อปรุงตกเบ็ดเสร็จตัวละ 1,500-2,000 บาท เป็นที่นิยมบริโภคในหมู่คนชั้นสูงที่พอมีฐานะเท่านั้น โดยมีความเชื่อว่าแมวมีลักษณะคล้ายเสือ จึงมีความเชื่อว่าหากได้กินเนื้อแมวก็เหมือนได้กินเนื้อเสือน้อย ทำให้มีกำลังวังชาแข็งแกร่งเหมือนเสือ เป็นอาหารชูกำลัง
เมนูหลักที่นิยมสั่งกันในหมู่นักเปิบคือ คั่วกลิ้งเสือน้อย และเสือน้อยตุ๋นเครื่องยา โดยเครื่องปรุงหลักๆ ที่นำมาปรุงจะเป็นการนำเอาข่า ตะไคร้ มาบดละเอียดเอาแต่น้ำ ทำเป็นเครื่องปรุงหลักใช้คั่วและผัด ส่วนน้ำซุปจะเป็นการนำเอาใบบัวบกมาบดผสมกับน้ำมะพร้าวอ่อนเท่านั้น แล้วนำส่วนผสมต่างๆ มาต้มเข้าด้วยกัน
นอกจากนี้กลุ่มผู้นิยมเปิบแมวยังเชื่อว่า "กระดูกแมว" มีประโยชน์ นำไปเคี่ยวติดต่อกัน 7 วัน จนละลายจะกลายเป็น "กาวกระดูกแมว" มีสรรพคุณใช้รักษาอาการเกี่ยวกับการเจ็บตามข้อและกระดูก โดยเชื่อว่าสรรพคุณไม่เป็นรองจากกระดูกเสือ เช่นเดียวกันกับการค้าซากเสือในปัจจุบันที่มักจะพบมีการหั่นเสือทั้งตัวออกเป็นท่อนๆ หมกใส่น้ำแข็งแล้วส่งขายไปเวียดนาม โดยไม่สนใจเนื้อและหนังเสือเลย แต่จะเน้นที่กระดูกของเสือเท่านั้น
เหล่านี้คือการสร้างความเชื่อแบบผิดๆ ว่า "เนื้อแมว" มีสรรพคุณทางยาช่วยให้มีกำลังวังชา จนมองข้ามว่าพวกมันเป็นสัตว์เลี้ยงแสนน่ารัก
ทางหลวงจับแก๊งค้าสุนัขเครือข่ายท่าแร่
เส้นทางการค้าสุนัขในแถบภาคอีสานยังมีอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อเวลา 04.30 น. วันที่ 16 กรกฎาคม พ.ต.อ.โสภณ สารพัฒน์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (ผกก.4 บก.ทล.) นำกำลังเข้าตรวจสอบการเข้าจับกุมขบวนการค้าสุนัขข้ามชาติ พร้อมของกลางสุนัขกว่า 80 ตัว ทั้งหมดอยู่ในสภาพอิดโรย อยู่ที่ท้ายรถกระบะยี่ห้อนิสสัน สีเทา ทะเบียน บธ 2118 สกลนคร โดยมีผู้ต้องหา 2 คน คือ นายวิทยา ดาลุนพันธ์ คนขับรถ อายุ 47 ปี และนายแสวง ดาลุนพัน อายุ 45 ปี ทั้งสองเป็นชาว ต.ท่าแร่ อ.เมือง จ.สกลนคร และจับกุมได้บนทางหลวงหมายเลข 223 ระหว่างกิโลเมตรที่ 4-5 บ้านกกกอก ต.งิ้วด่อน อ.เมือง จ.สกลนคร
พ.ต.อ.โสภณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตำรวจทางหลวงสกลนครชุดจับกุมได้รับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้กวดขันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้าสุนัข กระทั่งพบรถกระบะต้องสงสัยซึ่งดัดแปลงติดกรงเหล็ก เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณขอตรวจค้นพบสุนัขเต็มคัน จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า กำลังจะขนย้ายสุนัขไปยัง ต.ท่าแร่ โดยไปตระเวนรับซื้อสุนัขตามหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อจะส่งขายไปทำเป็นอาหาร
จากการตรวจสอบปรากฏว่าผู้ต้องหาไม่ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนย้ายสุนัขจากนายทะเบียน และสุนัขนั้นยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวทั้งสองพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสกลนคร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ส่วนสุนัขทั้งกว่า 80 ตัว ที่ตรวจยึดมานั้น ตำรวจทางหลวงต้องช่วยกันดูแลให้อาหารและน้ำพร้อมเปิดพัดลมให้คลายร้อน ส่วนใหญ่อยู่อยู่ในสภาพอิดโรย บางส่วนได้รับบาดเจ็บ และตายไปแล้วจำนวนหนึ่ง ตำรวจได้เร่งประสานลำเลียงขนส่งสุนัขไปฟื้นฟูที่ด่านกักกันสัตว์นครพนม เพื่อไม่ให้สุนัขของกลางที่ได้รับบาดเจ็บและตายเพิ่มขึ้น
.........................................
(หมายเหตุ : เปิดเส้นทาง'แมวไทย'สู่เวียดนาม เมนู'เสือน้อย'นักนิยมเปิบของแปลก : ทวี อภิสกุลชาติรายงาน)



