
จอดป้าย "ปชป.": พับโครงการเมล์ฉาว
แรงขึ้นเรื่อยๆ กับเกมบีบของพรรคภูมิใจไทย เพื่อวัดใจพรรคประชาธิปัตย์ ในโครงการเช่ารถเมล์ 4 พันคัน ของมุ้งเพื่อนเนวิน
แม้ว่าภูมิใจไทยจะถูกเบรกโครงการรถเมล์ฉาวแทบหัวทิ่ม หลังจากที่ ครม.ซื้อเวลาด้วยการส่งเผือกร้อนให้บอร์ดสภาพัฒน์ 15 อรหันต์ กลับไปศึกษาความคุ้มค่าระหว่าง "เช่า" กับ "ซื้อ"
แต่ก็ไม่อาจที่จะทำให้ภูมิใจไทยนิ่งนอนใจกับกระแสต่อต้านจากสังคม เพราะมั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ปั่นขึ้นมา เพื่อสร้างราคาทางการเมือง
นั่นเป็นเพราะไม่อยากตกเป็นจำเลยของสังคมแต่เพียงผู้เดียว
โสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม จึงออกมาเล่นเกมบดขยี้พรรคประชาธิปัตย์ เพื่อให้ประทับตราความชอบธรรม ด้วยการขึ้นคัทเอาท์ขนาดใหญ่ สี่มุมเมือง เพื่อชี้แจงความคุ้มค่าของการเช่าและประโยชน์ที่ตกอยู่กับประชาชนคนกรุงเทพฯ
พร้อมทั้งรุกพื้นที่สื่อหนังสือพิมพ์ แถมเตรียมคลอดโปรเจกท์โฆษณาชวนเชื่อผ่านทางทีวี ออกสมุดปกขาวชี้แจงข้อเท็จจริง 1 ล้านเล่มอีกต่างหาก
เล่นเกมโหมกระแสทุกรูปแบบ เพื่อให้สอดรับกับแผนการจัดสัมมนาระดมปัญหาเพื่อหาทางรอดให้ ขสมก.ที่กระทรวงคมนาคมเตรียมจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนนี้ หลังจากพิจารณาร่างพ.ร.ก.เงินกู้ และร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2553 เสร็จสิ้น
นั่นเพราะเกมนี้ภูมิใจไทยหวังอัดกลับพรรคประชาธิปัตย์ ที่ทำตัวเป็นฝ่ายค้านในพรรคร่วมรัฐบาล และทำให้สังคมเห็นว่ากลุ่มเพื่อนเนวินเป็นผู้ร้าย
แต่ที่น่าคิดไม่ใช่น้อยก็คือ การออกมาโหมโรง ชูประเด็นความคุ้มค่าของการเช่า ก่อนที่บอร์ดสภาพัฒน์จะได้ข้อสรุป ภายในระยะเวลา 1 เดือน เท่ากับว่าเป็นแผนการ "ชี้นำ" และกดดันการทำงานของบอร์ดสภาพัฒน์กลายๆ
เหมือนกับเป็นการจงใจส่งสัญญาณ "โยนบาป" ให้บอร์ดสภาพัฒน์ เพราะ "โสภณ" ออกมาตอกลิ่มว่าแนวคิดการเช่า เริ่มต้นมาจากสภาพัฒน์นั่นเอง
และประเด็นที่ห้ามมองข้ามเป็นอันขาดคือความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่าง เนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มมุ้งเนวิน กับ อำพน กิตติอำพน เลขาธิการสภาพัฒน์ และเลขานุการบอร์ดสภาพัฒน์ ที่อาจจะเป็นปัจจัยชี้ขาดสำคัญในโครงการนี้
ที่สำคัญกระทรวงคมนาคมเตรียมชงข้อมูลทั้งหมดให้บอร์ดสภาพัฒน์ได้ประกอบการตัดสินใจด้วย โดย "โสภณ" ยืนกรานว่าแนวทางของภูมิใจไทยนั้น
ต้องเช่า
และต้องเป็น 4 พันคันเท่านั้น !!!
เมื่อภูมิใจไทยเล่นเกมแรงถึงขนาดนี้ จึงต้องถามใจพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะมีจุดยืนอย่างไรกับโครงการเช่ารถเมล์ฉาว
เพราะเป็นที่ทราบกันดีตั้งแต่ต้นว่า ประชาธิปัตย์ในยุคที่เป็นฝ่ายค้านเป็นตัวตั้งตัวตีในการขุดคุ้ย ตีแผ่ โครงการนี้ จนเป็นเหตุให้รัฐบาล สมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรีต้องพับโครงการ เพราะกลัวถูกซักฟอกกลางสภา
นาทีนี้จึงต้องถามว่าข้อมูลของ ถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย จากพรรคประชาธิปัตย์ เอาไปซุกไว้ที่ไหน เหตุใดจึงไม่ยอมเอาออกมาเปิดโปง ???
ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้ "กลุ่มเพื่อนเนวิน" ก็เคยเสนอโครงการนี้เข้า ครม.อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาแล้วหลายครั้ง และนายกฯ ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังไปศึกษาร่วมกับสภาพัฒน์
ว่ากันว่าประชาธิปัตย์ได้ข้อมูลเด็ดจากสำนักรัฐวิสาหกิจ กระทรวงการคลัง ที่ศึกษาความคุ้มค่าของโครงการ และแนวทางออกของปัญหา
แต่ขึ้นอยู่กับว่า กรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง จะกล้าพอหรือไม่ในการนำข้อเท็จจริงมาเปิดเผยต่อสังคม !!!
จึงน่าสงสัยยิ่งว่า ในเมื่อประชาธิปัตย์มีข้อมูลไม่แพ้ "ภูมิใจไทย" เหตุใดจึงยังทำตัวนิ่งเฉย เล่นเกมถ่วงเวลาแสดงละครให้ชาวบ้านดูไปวันๆ
เลิกเถอะพฤติกรรมโหนกระแสสังคม ด้วยการออกมาโยนหินถามทาง ผ่านข้อเสนอให้นำรูปแบบการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์ หรือ "ซีเคียวริไทเซชั่น" มาเป็นตัวเลือก นอกจากการเช่า หรือซื้อ
แม้ "กรณ์" จะพยายามอธิบายว่า รูปแบบซีเคียวริไทเซชั่น รัฐบาลไม่ต้องกู้เงินโดยตรง แต่ใช้รายได้ในอนาคตของ ขสมก.และสัญญาเช่ามาออกพันธบัตร ในการระดมทุนจากภาคประชาชน
วิธีการนี้จะก้ำกึ่งระหว่างการเช่ากับการซื้อ เพราะถึงอย่างไรรัฐบาลต้องจ่ายเงินอยู่ดี แต่หากมองในระยะยาวการซื้อน่าจะคุ้มกว่า เพราะไม่เป็นภาระต่องบประมาณ
แต่นี่ดูเหมือนว่าจะเป็นแค่การดักคอ "กลุ่มเพื่อนเนวิน" และ "บอร์ดสภาพัฒน์" เท่านั้น
สุดท้ายก็เชื่อว่าแนวทางนี้จะไม่สามารถทนต่อแรงบีบจากพรรคภูมิใจไทยได้ นอกจากประชาธิปัตย์ จะเอาความจริงมาเปิดเผยต่อสังคม
ดังนั้นโครงการเช่ารถเมล์ฉาวจะเดินหน้าต่อ หรือจะจอด ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าจะเอาผลประโยชน์ทางการเมืองมาแลกกับเสถียรภาพของรัฐบาลหรือไม่ ???
เพราะยามนี้ดูเหมือนว่า "ภูมิใจไทย" เพิ่มแรงบีบประชาธิปัตย์ขึ้นเรื่อยๆ
เห็นได้จากการเร่งออกแคมเปญนโยบายหาเสียงเตรียมการเลือกตั้งล่วงหน้า ผ่านโปรเจกท์สารพัด ด้วยการกระพือประชานิยมเต็มรูปแบบ
แถมกว้านซื้อ ส.ส.จากมุ้งต่างๆ ในพรรคประชาธิปัตย์ และเพื่อไทย เตรียมสะสมกำลังไว้ต่อรองกับรัฐบาล
งานนี้จึงต้องถามใจประชาธิปัตย์ดังๆ ว่า กล้าพอหรือไม่ ???
หรือจะยอม "กลืนน้ำลาย" ตัวเอง !!
บัญชา แข็งขัน



