
สุขภาพดีเพียงแค่คิดบวก
ไลฟ์สไตล์ : สุขภาพดี เพียงแค่คิดบวก
จุดเริ่มต้นของการมีสุขภาพดีประการสำคัญจะต้องเริ่มต้นมาจากใจ โดยมีแรงจูงใจอยากเปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดีขึ้น หรือเรียกว่าการปลุกพลังบวกที่อยู่ภายใต้จิตใจ ทำให้เกิดทัศนคติในทางบวกที่อยากจะมีสุขภาพดี แล้วจะหาพลังบวกเหล่านี้ได้ที่ไหน? คำถามนี้ นพ.วิโรจน์ ตระการวิจิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลนครธน ได้ให้แนวคิดและแรงจูงใจสำคัญในการนำพาไปสู่การมีสุขภาพดีบนเวทีเสวนางานสุขภาพดีกลางปี “สุขภาพดี…เลือกได้ บาย นครธน” ไว้อย่างละเอียด
นพ.วิโรจน์ กล่าวว่า ควรเริ่มปรับแนวคิดว่าการมีสุขภาพดีเพื่อที่จะไปช่วยเหลือผู้อื่น เพื่อที่จะไม่เป็นภาระแก่ผู้อื่น แนวคิดเช่นนี้ จะทำให้มีพลังบวกในการอยากมีสุขภาพดีมากกว่าแนวคิดที่อยากจะมีสุขภาพดีเพียงแค่เพื่อตนเอง การตั้งเป้าว่าเราจะมีสุขภาพดีเพื่อลูก เพื่อดูแลพ่อแม่ เพื่อดูแลลูกน้อง เพราะเราไม่ได้อยู่เพื่อตนเองเพียงอย่างเดียว แต่เราอยู่เพื่อคนอื่นด้วย รวมทั้งการได้รับแรงจูงใจจากผู้อื่น การคบเพื่อนที่ดี มีกัลยาณมิตรที่ดี นำพากันไปสู่ทางที่ดี รับประทานอาหารดี ออกกำลังกายดี แรงจูงใจภายนอกนับว่าเป็นอีกหนึ่งประการสำคัญที่ส่งผลดีแก่ตนเอง
"คนที่มีสุขภาพจิตและใจที่ดี จะมีฮอร์โมน และภูมิต้านทานในการเสริมสร้างสุขภาพกายดี ทันทีที่เรามีสุขภาพจิตดี จิตจะนำส่งไปที่สมอง และสมองจะสร้างโปรตีนออกมาในการควบคุมการทำงานของร่างกาย ในรูปแบบฮอร์โมน ภูมิต้านทาน การเคลื่อนที่ของจักระประสาททั้งหมด จะสังเกตได้ว่า คนที่มีสุขภาพจิตที่ดี อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใส ฝึกจิตฝึกสมาธิเป็นประจำ คนกลุ่มนี้จะมีสุขภาพกายที่ดี ในขณะที่คนโกรธง่าย หงุดหงิด ฉุนเฉียว กลุ่มคนเหล่านี้จะมีสุขภาพแย่ลง เจ็บป่วยง่ายและนาน โดยมีข้อพิสูจน์ออกมาว่า โรคที่น่ากลัวและส่งผลโดยตรงที่สุดคือโรคมะเร็ง โดยปกติในร่างกายจะมีเซลล์มะเร็งเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา สำหรับคนที่มีสุขภาพจิตดี ร่างกายจะสร้างภูมิต้านทานไปกินเซลล์มะเร็ง ในทางตรงกันข้าม ในกลุ่มคนที่มีความเครียด กดดัน อึดอัด กลุ้มใจ นอนไม่หลับ ภูมิต้านทานก็จะตกลง ทำให้มีโอกาสในการเกิดมะเร็งอีกด้วย" ผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ กล่าว
ทิ้งท้ายด้วยวิธีดูแลร่างกายอย่างง่ายและได้ผล คือการลดการรับประทานแป้ง น้ำตาล ไขมัน เค็ม หวาน ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ นอนวันละ 7-8 ชั่วโมงโดยต้องเข้านอนเร็ว ตื่นเช้า หากเครียดให้ค้นหาตนเองให้เจอถึงสาเหตุความเครียดว่าเกิดจากสิ่งใด และหากิจกรรมทำ อาทิ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นดนตรี ออกกำลังกาย เล่นโยคะ สวดมนต์ไหว้พระ ท่องเที่ยว รวมถึงพูดคุยกับคนที่ทำให้สบายใจ พร้อมพาตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีมลภาวะบ่อยๆ และหมั่นตรวจสุขภาพเป็นประจำแม้จะไม่มีอาการป่วย



