
บริษัททัวร์-ไกด์โอดงานลดลง 60%ชี้แผนตลาดททท.ไม่ช่วยกระตุ้นจริง
บริษัทนำเที่ยวโอดงานทัวร์และไกด์ลดลง 60% มองแนวทางการทำตลาดของ ททท.ไม่ช่วยให้มีลูกค้ามากขึ้น ชี้ส่วนใหญ่หนุนผู้ขายสินค้าและอาหาร ด้าน ททท.เผยเที่ยวเมืองไทยคึกคักยอดพุ่ง 1.6 แสนคน เงินสะพัด 174 ล้านบาท
น.ส.มัยรัตน์ พีระญาณโกเศส นายกสมาคมการท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า จากภาวะเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองที่ส่งผลกระทบให้อัตราการเดินทางท่องเที่ยวผ่านบริษัทนำเที่ยวลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน พบว่างานของทัวร์และไกด์ลดลงถึง 60% ในรอบ 3 ปี นอกจากนี้ มองว่าแนวทางการทำตลาดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่กระตุ้นการท่องเที่ยวไม่ช่วยส่งเสริมให้กลุ่มผู้ประกอบการทัวร์และไกด์มีงาน
"สิ่งเหล่านี้สะท้อนผ่านยอดเงินสะพัดจากงานต่างๆ ที่ททท.จัดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มผู้ที่ค้าขายสินค้าและอาหารในงานกลับมียอดขายมากกว่าสินค้าท่องเที่ยวเสมอ ถือเป็นการใช้งบทำตลาดที่ไม่ตอบโจทย์ ภาพการท่องเที่ยวที่ส่วนกลางแจ้งมาเป็นภาพลวงตา เช่น ที่เชียงใหม่ กลุ่มโรงแรมเจ้งว่ามีอัตราการเข้าพัก 30% แต่ททท.กลับบอกว่ามีนักท่องเที่ยวในระดับที่ดี ”น.ส.มัยรัตน์ กล่าว
นายวันเสด็จ ถาวรสุข รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ได้ให้สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สำรวจผลการจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2552 เมื่อวันที่ 3-7 มิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อประเมินผลการจัดงานและพฤติกรรมของคนไทยต่อการท่องเที่ยว โดยผลการสำรวจพบว่า 5 วัน มีคนมาร่วมงาน 162,967 คน เพิ่มขึ้น 63% มีเงินหมุนเวียนราว 174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.7% ถือว่าเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ แบ่งเป็นมาจากการขายสินค้าและบริการด้านรท่องเที่ยว เช่น แพ็กเกจทัวร์ การจองห้องพัก จองตั๋วเครื่องบิน 44 ล้านบาท ที่เหลือกว่า 129 ล้านบาท มาจากการซื้อของที่ระลึกและอาหาร
“การออกงานครั้งนี้ ถือว่าได้ผลในแง่ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวในระยะยาว ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของ ททท. มากกว่าการโหมลดราคา อีกทั้งพบว่ายอดจองโรงแรมหรือที่พักได้รับการตอบรับสูง" นายวันเสด็จ กล่าวและว่า ททท.มีแผนการจัดงานในปีหน้าให้ยิ่งใหญ่กว่าปีนี้ โดยอาจหาพันธมิตรเข้ามาร่วมมากขึ้น เช่น กรุงเทพมหานคร และมีการจัดงานกลางแจ้ง โดยนำสินค้าท่องเที่ยว เช่น บิ๊กไบค์, รถแคมเปอร์แวน และพารามอเตอร์ มาให้ทดสอบ เป็นต้น



