
ดูเรื่องบัตรของเขาสะท้อนเรื่องบ้านเรา
สวัสดีเศรษฐกิจ : ดูเรื่องบัตรของเขา สะท้อนเรื่องของบ้านเรา : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร
ตามรายงานข่าวจาก ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ในเดือนพฤษภาคม 2556 ที่ผ่านมา ยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในสหรัฐ มีการปรับตัวสูงขึ้นอีกครั้ง เป็นการปรับตัวที่มีนัยสำคัญ โดยมียอดการกู้ยืมเพิ่มขึ้น (ย้ำว่าเป็นยอดกู้ยืมเพิ่มขึ้น) จากเดือนก่อนถึง 1.96 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นของยอดการกู้ยืมที่สูงที่สุดในรอบมากกว่า 1 ปี เป็นการสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในการบริโภคและใช้จ่ายของชาวสหรัฐที่เริ่มแข็งแกร่งขึ้น
สิ่งนี้บอกอะไรกับเราบ้าง เรื่องนี้นักวิชาการของเขาบอกว่า ยอดการกู้ยืมผ่านบัตรเครดิตดังกล่าวที่ระบุนั้นมีทั้งหมดทั้งสิ้น 2.84 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เฉพาะแค่ตัวเลขการกู้ยืมเพื่อการศึกษาอย่างเดียวอยู่ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงมาก (เขากู้ไปเรียนจริงๆ อาจไม่เหมือนบางที่ที่กู้ไปแล้วบางส่วนไม่เอาไปเรียนตามที่บอก) และนักเศรษฐศาสตร์ของเขาระบุว่า ตัวเลขการกู้ยืมผ่านบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นหมายถึง การใช้จ่ายภาคครัวเรือนซึ่งถือเป็นว่าสัดส่วนมากกว่า 70% ของจีดีพี เป็นการเติบโตแบบที่ไม่ได้เห็นมานานแล้ว จะเป็นแรงขับเคลื่อนในระบบเศรษฐกิจสหรัฐและให้เดินหน้าต่อไป เรื่องการใช้จ่ายบัตรบ้านเขาเอามาเป็นตัวชี้วัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนะครับ
เรื่องเดียวกันนี้ของบ้านเราลองหันกลับมาดูจะพบว่าเราควรใช้ตัวเลขหนี้ครัวเรือนกับเรื่องของตัวเลขการว่างงานมาดูประกอบ เพราะเหตุว่าครึ่งปีหลังของปี 2556 ประมาณการว่าสินเชื่อรายย่อยจะชะลอตัวลงจากที่มีการเติบโตติดกันมาหลายไตรมาส เหตุเพราะภาระหนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น การลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น จะทำให้กำลังซื้อหด รายได้ที่ค่อนข้างคงที่จะดันหนี้เสียให้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันยอดอนุมัติบัตรเครดิตเหลือ 40% (หมายถึง 100 ใบสมัครผ่าน 40 ใบสมัคร) ขณะที่ธนาคารก็เริ่มเข้มงวดการปล่อยกู้ซื้อบ้าน ปิดจุดเสี่ยงการกู้บ้านราคาสูง เพราะหวั่นเกิดหนี้เสีย นายธนาคารต่างชาติท่านหนึ่งเปิดเผยเป็นการพาดหัวข่าว
จากนั้นในรายละเอียดต่อมาท่านยังระบุว่าปี 2555 ที่ผ่านมา คนไทยมีการก่อหนี้จำนวนมากเป็นการเพิ่มขึ้นจากภาระการผ่อนบ้านและรถ ทำให้ครัวเรือนและลูกหนี้มีการเพิ่มความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้ครึ่งปีแรกปี 2556 การอุปโภคบริโภคขยายตัวลดน้อยลง และเริ่มเห็นสัญญาณสินเชื่อรายย่อยทั้งบัตรเครดิตและสินเชื่อบ้านจะชะลอตัวในช่วงที่เหลือของปี รวมทั้งพบว่าเริ่มมีหนี้เสียของบัตรเครดิต ธนาคารของท่านจะเน้นกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ 25,000 บาทขึ้นไป (เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาทต่อเดือน) นอกจากนี้ ยังมีนโยบายให้ลูกค้าต้องมาสมัครบัตรเครดิตด้วยตนเอง ซึ่งจะช่วยคัดกรองลูกค้าไปในตัว
"การขยายตัวของหนี้เสียในระบบ คาดว่า จะกระทบต่อยอดใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งจะเติบโตลดลงจากครึ่งปีแรก" ส่วนลูกค้าทั่วไปที่กู้ซื้อบ้านหลังที่ 3 ขึ้นไป ธนาคารจะเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันการซื้อเพื่อเก็งกำไร และภาระหนี้ที่สูงเกินตัว
-------------------------
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ดูเรื่องบัตรของเขา สะท้อนเรื่องของบ้านเรา : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)



