
บล็อกซีเมนต์นครศรีฯติดกับค่าแรง!
เสียงสะท้อน SME : บล็อกซีเมนต์นครศรีฯ ติดกับค่าแรง-กำลังซื้อซบ : โดย...กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล
บล็อกซีเมนต์ เป็นวัสดุขั้นพื้นฐานของการก่อสร้างบ้านแบบเรียบง่าย ประหยัดต้นทุน การผลิตบล็อกซีเมนต์จึงเป็นงานผลิตเพื่อจำหน่ายให้แก่ตลาดระดับล่าง ขั้นตอนการผลิตเกิดจากการนำเอาซีเมนต์, ทรายหยาบ, ปูนขาว หรือเคมี และหินฝุ่น มาผสมกับน้ำพอหมาดๆ แล้วอัดในบล็อกด้วยแรงคน หรือแรงเครื่องจักรขึ้นรูปเป็นบล็อกซีเมนต์ จากนั้นจึงนำเอาไปผึ่งลมให้แห้ง สามารถนำไปใช้ก่อเป็นผนังได้อย่างสะดวก เนื้อที่ 1 ตารางเมตร ใช้บล็อกเพียงแค่ 12.5 ก้อนเท่านั้น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายมากกว่าการก่อผนังด้วยอิฐแดง หรือวัสดุอย่างอื่นที่มีราคาสูงกว่า งานก่อสร้างในชนบทจะนิยมใช้วัสดุดังกล่าว เนื่องจากก่อสร้างได้อย่างรวดเร็ว ประหยัดแรงงานได้มาก โดยเฉพาะการก่อสร้างบ้านพักให้แก่เกษตรกรในไร่ หรือแม้กระทั่งนำเอาไปสร้างโรงเรือนเลี้ยงสัตว์
ด้วยเหตุนี้การผลิตบล็อกซีเมนต์จึงเติบโตได้เป็นอย่างดีในต่างจังหวัด เพราะผลิตได้ง่ายรวดเร็วและไม่ซับซ้อน สอดคล้องกับความต้องการของผู้ซื้อ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาผู้ค้าวัสดุก่อสร้างขนาดใหญ่ผู้ผลิตในท้องถิ่น สามารถจัดการได้อย่างเบ็ดเสร็จทั้งผลิต จำหน่าย ขนส่ง การผลิตบล็อกซีเมนต์ ท่อซีเมนต์ หรือเสาคอนกรีตสำเร็จรูปจึงขยายตัวได้ดีกลายเป็นธุรกิจขนาดย่อม ที่สร้างโอกาสเพียงลงทุนเครื่องจักรสำหรับอัดบล็อกเครื่องละ 2 แสนบาท ก็สามารถสร้างเป็นธุรกิจได้ ขณะที่วัตถุดิบการผลิตก็หาได้ง่าย ทั้งปูนซีเมนต์ ทราย หินฝุ่น
สำหรับนครศรีธรรมราช มีธุรกิจประเภทนี้กระจายอยู่ตามชานเมือง หรือต่างอำเภอในชุมชนเกษตรกรรม ตลาดหลักของบล็อกซิเมนต์จึงอยู่ในสังคมชนบท อย่างไรก็ดี เมื่อสภาพเศรษฐกิจผันผวน เปลี่ยนไปตามรายได้ของประชาชน จะเห็นได้จากภาวะราคายางพารา ราคาปาล์มที่ตกต่ำ จึงมีผลกระทบมาถึงตลาดของบล็อกซีเมนต์ให้อยู่ในสภาวะที่ถดถอย ขณะที่ปัจจัยอีกด้านหนึ่งคือต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น
"ปีนี้ทั้งปีขายยากมาก กำลังซื้อของชาวบ้านเพื่อนำไปก่อสร้างรั้ว สร้างบ้าน หรือต่อเติมลดลงอย่างต่อเนื่อง แตกต่างกับเมื่อ 2-3 ปีก่อน ช่วงนั้นราคายางพารา และราคาปาล์มสูงขึ้น ทำให้เศรษฐกิจดี คนมีกำลังซื้อ ส่งผลให้วัสดุก่อสร้างประเภทนี้ขายดีมาก แต่มาในปีนี้กลายเป็นย่ำแย่ ผมเองเจอปัญหาค่าแรงเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับค่าวัตถุดิบการผลิต ทำให้ต้องทยอยลดคนงานลง เนื่องจากค่าแรงที่เพิ่มขึ้น 300 บาท" เพ็งจันทร์ แซ่ตั้น เจ้าของธุรกิจ โรงบล็อกปุ้ย ในย่านชานเมือง จ.นครศรีธรรมราช สะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
เพ็งจันทร์ อธิบายต่อว่า จริงๆ แล้ว ไม่ใช่แค่เพิ่มค่าแรงให้เป็นวันละ 300 บาท แต่กลายเป็นว่าต้องขยับขึ้นเป็นบันไดให้แก่คนที่ได้รับค่าแรงวันละ 300 อยู่แล้วต้องเพิ่มขึ้นด้วย ทำให้ต้องลดคนงานลง เพื่อเอาเงินส่วนนั้นมาแบ่งให้คนอื่นแม้ว่าคนงานของตนจะมี 5 คนก็ตาม แต่ในสถานการณ์ขณะนี้จำเป็นต้องลด ซึ่งบล็อกซีเมนต์ที่ผลิตขึ้นมีต้นทุนการผลิตอยู่ที่ก้อนละ 5 บาท และขายก้อนละ 6.50 บาท เมื่อมาเปรียบกับค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่าย ทั้งค่าไฟฟ้า ค่าขนส่ง ค่าเช่า แทบไม่เพียงพอ
“ไม่อยากจะพูดว่าปัญหามาจากนโยบายประชานิยม เพราะด้วยค่าแรงเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้ดูพื้นฐานของเศรษฐกิจในพื้นที่ กลายเป็นว่าชักจูงคนเป็นหนี้มากขึ้น แต่ละครอบครัวหนี้เพิ่มมากขึ้น การก่อสร้างที่อยู่อาศัยหรือการต่อเติมของครอบครัวจะเอาเงินที่ไหนมาทำ พูดไปก็หาว่าเป็นการเมืองอีก แต่นี่คือความเป็นจริงในสังคมชนบท" เพ็งจันทร์ กล่าว
วาริน ชินวงศ์ ประธานหอการค้านครศรีธรรมราช กล่าวว่า เศรษฐกิจนครศรีธรรมราชจะอาศัยปัจจัยขับเคลื่อนจากภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก ทั้งยางพารา ปาล์ม เมื่อโครงสร้างในภาคเกษตรได้รับผลกระทบ จึงมีผลไปถึงสาขาอื่นๆ ด้วย กระทั่งการผลิตบล็อกซีเมนต์ที่เป็นวิสาหกิจขนาดย่อม ใช้เงินลงทุนไม่สูง มีแรงงานในภาคการผลิตไม่มากนัก ก็ต้องเผชิญกับปัญหา ดังนั้น การประคองกิจการด้วยการควบคุมจำนวนคนงาน และหาทางลดต้นทุนการผลิตเท่าที่ทำได้ รวมถึงการเลี่ยงปัญหาสต็อกสินค้าเอาไว้ โดยที่ไม่สามารถระบายออกไปได้ น่าที่จะเป็นทางออกในการพยุงอุตสาหกรรมท้องถิ่นให้ผ่านปัญหาไปได้
-------------------------
(เสียงสะท้อน SME : บล็อกซีเมนต์นครศรีฯ ติดกับค่าแรง-กำลังซื้อซบ : โดย...กฤษณะ ทิวัตถ์สิริกุล)



