ข่าว

'ปชป.'จี้'ปู'จัดการ'เต้น'หยาบคาย!

'ปชป.'จี้'ปู'จัดการ'เต้น'หยาบคาย!

16 ก.ค. 2556

'ปชป.' จี้ 'ปู' จัดการ 'เต้น' หยาบคาย ท้าเร่งฟ้องคนปล่อยข่าวลือข้าวเน่า เตือน ดัน พรก.นิรโทษฯ เข้าสภากห. เสี่ยงติดคุก จี้โต้ 'BRN' รวม 'สะเดา' เป็นพื้นที่ไม่สงบ

 

                             16 ก.ค. 56  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ที่ออกมากล่าวหาว่า ตนออกมาเปิดเผยข้าวเน่า ไม่เป็นความจริง และใช้คำพูดที่หยาบคาย ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต้องตัดสินใจดำเนินการกับนายณัฐวุฒิ ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับการเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากคำชี้แจงของนายณัฐวุฒิ แสดงให้เห็นถึงความไม่รู้เรื่อง และไม่รับผิดชอบ ตนแปลกใจที่นายณัฐวุฒิตอบโต้ด้วยอารมณ์แทนการตรวจสอบ อยากให้นายณัฐวุฒิ หยุดใช้ปากสร้างความมั่นใจ ใช้กฎหมายขู่ประชาชน เพราะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ต้นตอ นายกฯ ต้องตัดสินใจว่าจะเอาคนแบบนี้ไว้ใน ครม.ทำงานให้กับประชาชนหรือไม่

                             "ทำไมนายกฯ ไม่สั่งการให้นายณัฐวุฒิ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน แทนการขู่ดำเนินคดีกับคนเปิดเผยข้อมูล เพราะไม่ใช่ข่าวลือ แต่นายกฯ กลับท่องอยู่แค่สองคำคือ ข่าวลือ และบูรณาการ และขอถามนายกฯ ว่า นายกฯ จะแจ้งความดำเนินคดีกับ 2 ตายาย ที่ จ.ขอนแก่น ที่ออกมาร้องเรียนว่า ข้าวถุงที่ซื้อมามีกลิ่นเหม็น ปนเปื้อนยาฆ่าแมลง หรือไม่"

                             ด้านนายธีมะ กาญจนไพริน โฆษกประจำตัวผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี และคนในรัฐบาล เร่งดำเนินการฟ้องร้องบุคคลที่เสนอข่าวลือเรื่องข้าวเน่าโดยเร็ว และประชาชนที่เผยข้อเท็จจริง อย่าได้เกรงกลัวหากมีการฟ้องร้อง เพราะเมื่อใดที่แจ้งความดำเนินคดี ไม่ได้จบที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ต้องผ่านชั้นพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ซึ่งจำเลย สามารถระบุในบัญชีพยานได้ว่า อยากให้นายกรัฐมนตรี หรือคนเกี่ยวข้อง มาชี้แจงในชั้นศาล ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า ข้าวเน่าที่ปรากฏตามพื้นที่ต่างๆ เป็นความจริง ซึ่งนายกฯ ต้องแยกแยะให้ออก ไม่ใช่แค่มีการเปิดเผย แล้วรัฐบาลออกมาปฏิเสธ โดยไม่มีหลักฐานอ้างอิง

 

 

'มัลลิกา' เตือน 'นายกฯ' ดัน พรก.นิรโทษฯ เข้าสภากลาโหม เสี่ยงติดคุก  

 

                             น.ส.มัลลิกา แถลงคลิปเสียงฉาวที่มีการระบุถึงการจะให้สภากลาโหมออก พรก.นิรโทษกรรม ว่า นายทหารระดับนายกอง นายพัน มีความไม่สบายใจจากคลิปดังกล่าว ที่จะมีความพยายามเสนอกม.ดังกล่าวเข้าที่ประชุมสภากลาโหม โดยอ้างเรื่องความมั่นคง ขอฝากถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ อย่าทะเล่อทะล่าเสนอไป โดยที่ไม่รู้เรื่องกฎหมายหรือข้อบัญญัติด้านกฎหมาย จึงขอเตือนนายกฯ ว่าไม่สามารถทำได้เพราะเรื่องที่จะเข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหมจะต้องเข้าเงื่อนไข 6 ข้อตามกฎหมาย พรบ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551 มาตรา 43 คือ นโยบายการทหาร นโยบายระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร นโยบายปกครองและการบังคับบัญชาภายในกระทรวงกลาโหม การพิจารณางบประมาณทางการทหารและการแบ่งสรรงบประมาณกระทรวงกลาโหม การพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับการทหารและเรื่องที่กฎหมาย หรือรมว.กลาโหมกำหนดให้เสนอสภากลาโหม หากยังดื้อดึงนำเข้าเชื่อว่า เสี่ยงต่อการติดคุกแน่นอน

 

 

ซัด 'ปู - โต้ง' บริหารงานด้านเศรษฐกิจล้มเหลว

 

                             น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ถ่ายภาพนางสาวยิ่งลักษณ์ ระหว่างการลงพื้นที่ประชุมครม.สัญจรที่จังหวัดบุรีรัมย์ ว่า เป็นพฤติกรรมหน่อมแน้มที่แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เหตุใดการบริหารจึงล้มเหลวในเรื่องการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชน กลไกของรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาแพงทั้งแผ่นดินได้ ที่ผ่านมา 2 ปี รัฐบาลได้ใช้กลไกของรัฐอย่างไร้ประสิทธิภาพในการบริหารงาน ไม่สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้ อีกทั้งรัฐบาลมีการใช้เงินในธนาคารของรัฐ มาใช้ในโครงการประชานิยม จนทำให้ธนาคารขาดสภาพคล่อง ทั้งธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยหรือไอแบงก์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เป็นต้น ล่าสุดรัฐบาลได้นำเงินจากธนาคารออมสินออกมาใช้ โดยปล่อยกู้ให้ ธกส. ไปใช้ในโครงการรับจำนำ ซึ่งเป็นการย่ำยีธนาคารเด็ก จึงขอถามว่า จะเอามาคืนเมื่อไหร่ คืนอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนว่ารัฐบาลอยู่ในสภาพอนาถาต้องควักเงินเด็กมาใช้ การอยู่ต่อแม้แต่วันเดียวของรัฐบาลนี้มีความเสี่ยงที่กระปุกออมสินจะแตก จึงขอเรียกร้องประชาชนและพนักงานออมสินว่าจะยอมปล่อยให้รัฐบาลทุบกระปุกเด็กต่อไปหรือไม่

 

 

'ถาวร' จี้นายกฯ ปฏิเสธแถลงการณ์บีอาร์เอ็น ผนวก 'สะเดา' เป็นพื้นที่ไม่สงบ

 

                             นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่มาเลเซียออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า กลุ่มบีอาร์เอ็นจะลดความรุนแรงใน 3 จ.ชายแดนใต้ในช่วงรอมฏอน โดยรวม อ.สะเดา จ.สงขลาเข้าไปด้วยว่า ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติหรือสมช.ออกมาแสดงจุดยืนปฏิเสธบันทึกความเข้าใจระหว่างไทยกับบีอาร์เอ็นที่มีการผนวกเอา อ.สะเดา จ. สงขลา รวมเข้าไปในพื้นที่ที่ก่อความไม่สงบ เนื่องจากจะส่งผลผูกพันถึงการเคลื่อนไหวแบ่งแยกดินแดนหรือเขตปกครองพิเศษที่เป็นจุดหมายของบางฝ่าย ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีเหตุรุนแรง ไม่เคยใช้กฎหมายความมั่นคง ไม่เคยประกาศใช้กฎอัยการศึก หรือ พ.ร.กฉุกเฉิน และ จ.สงขลา สถานการณ์ความรุนแรงค่อยๆ ลดลง ถึงขนาดเอาพื้นที่อำเภอจะนะ และอำเภอนาทวี ออกจากการควบคุมของฝ่ายความมั่นคงแล้ว โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความดูแลของพลเรือนและตำรวจเท่านั้น นอกจากนี้ในพื้นที่อำเภอสะเอามีพี่น้องมุสลิมไม่เกิน 20% และมีจำนวนน้อยมากที่พูดภาษมลายู ส่วนใหญ่เป็นเชื้อชาติไทย เชื้อชาติไทย-จีน อีกทั้งที่สะเดามีด่านสองด่าน คือ ด่านปาดังเบซาร์ และสะเดา ซึ่งกำลังจะขยายอีก 700 กว่าไร่ มีการส่งสินค้าเข้า-ออกมูลค่าราว 5 แสนล้านต่อปี เป็นเมืองเศรษฐกิจมีนักท่องเที่ยว 2 ล้านคนต่อปี

                             นายถาวร กล่าวว่า แถลงการณ์ดังกล่าวมีหลายประเด็นที่ทำให้ตนวังกล คือ มีการใช้คำว่าหยุดยั้งการปฏิบัติการก้าวร้าวรุกรานทั้งหมดกับฝ่ายไทย ขณะที่ฝ่ายบีอาร์เอ็น ระบุว่า ให้ใช้ดุลพินิจไม่ก่อความรุนแรง เท่ากับกล่าวหาว่าไทยเป็นผู้ที่ก่อความรุนแรงเท่ากับกล่าวหาว่าไทยเป็นผู้ที่ก่อความรุนแรง สอดรับกับสิ่งที่มีการแถลงกล่าวหาไทยผ่านยูทูบว่าไทยเป็นนักล่าอาณานิคมชาวสยาม การใช้ตัวสะกดในพื้นที่ 3 อำเภอแตกต่างจากภาษาอังกฤษที่ไทยใช้ คือ จะนะ ใช้คำว่า เชนะ เทพาใช้คำว่า ติบา และ สะบ้าย้อย ใช้คำว่า เซบาย่า ก็เป็นสิ่งที่พวกตนไม่สบายใจ เพราะเมื่อมองในเชิงลึกยังมีความพยายามผนวกจังหวัดสตูลในการแบ่งแยกดินแดนหรือกำหนดเป็นเขตปกครองพิเศษด้วย ตนจึงขอเรียกร้องว่า รัฐบาลต้องออกมาปฏิเสธว่าแถลงการณ์ดังกล่าวไม่ผูกมัดที่จะต้องปฏิบัติร่วมกัน และไทยไม่เคยเป็นนักล่าอาณานิคม โดยผู้ที่จะต้องปฏิเสธคือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และพล.ท.ภราดร ในฐานะหัวหน้าคณะผู้เจรจา มิเช่นนั้นปัญหาที่สร้างขึ้นจากนโยบายกำปั้นเหล็กสมัยพี่ชายจะกลับมา

                             นายถาวร กล่าวว่า สิ่งที่ต้องเร่งแก้ไขคือ ต้องมีความเป็นเอกภาพในการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ โดยเฉพาะคณะกรรมการพัฒนาภาคใต้ หรือ ก.พ.ต.มี 17 กระทรวงแต่ปี 2554 ประชุมเพียงครั้งเดียว ปี 2555 ประชุมเพียง 4 ครั้ง ปี 2556 ยังไม่มีการประชุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว จึงอยากให้ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกฯ ดูแลปัญหาภาคใต้ จะต้องยึดหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ที่ต้องทำควบคู่กับการเจรจา ขอเรียกร้องว่านายกฯอย่าเอ้อระเหยต้องแสดงออกถึงความจริงใจในการแก้ปัญหาภาคใต้ อย่าลอยตัวไม่รับผิดชอบ ตนรับไม่ได้สำหรับคนเป็นนายกฯไม่ใช่เป็นผู้หญิงแล้วไม่ต้องรับผิดชอบอะไร แต่คนเป็นนายกฯจะต้องรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ซึ่งการเดินทางไปพบประธานโอไอซีที่ตุรกี ก็เป็นอีกแนวทางหนึ่ง แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่ไม่ได้ทำ รวมถึงการกระจายงบประมาณไม่ให้กระจุกตัวอยู่ที่ กอรมน.เพียงอย่างเดียว

                             "ผมขอตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลกำลังสมรู้ร่วมคิดกับการผนวกอ.สะเดาเข้าไปในพื้นที่ไม่สงบที่เจรจากันหรือไม่ เพราะผมทราบมาว่า พล.ท.ภราดรและคณะกรรมการกฤษฎีกาได้อ่านแถลงการณ์แล้วและนายกฯรับทราบแล้ว ซึ่งคนทางใต้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.56 วันนี้วันที่ 16 ก.ค.56 สี่วันแล้วรัฐบาลยังนิ่งเงียบไม่แก้ไข ไม่ชี้แจง ต้องถามว่ารัฐบาลนี้ตั้งใจจะให้เสียดินแดนหรือไม่ ซ้ำเติมสถานการณ์หรือเปล่า การนิ่งเฉยไม่โต้แย้งในฐานะรัฐไทยเป็นการสมยอมกันหรือไม่ ดังนั้นรัฐบาลต้องรีบปฏิเสธเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะหากไม่ปฏิเสธเท่ากับยอมรับแถลงการณ์ดังกล่าว"

 

 

เร่ง 'นิคม' ส่งเรื่องถอดถอน 'ครม.' ให้ 'ปปช.'

 

                             นายจุรินทร์ กล่าวถึงกรณีการยื่นถอดถอนคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อนายนิคม ไวยรัชพานิชประธานวุฒิสภา เรื่องโครงการบริการจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท มีการส่อทุจริตและกระทำผิดกฎหมาย 5 ฉบับ เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่าจนถึงวันนี้จะครบ 15 วัน ตามข้อบังคับ ประธานวุฒิสภาจะต้องส่งเรื่องให้กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) แต่จากการตรวจสอบสอบล่าสุด พบว่ายังไม่มีการส่งเรื่อง จึงข้อเรียกร้องไปยังนายนิคม ให้เร่งรัดโดยเร็ว ส่งเรื่องไปตามระเบียบข้อบังคับ

                             ส่วนกรณีเรื่องปัญหาข้าวเน่า นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตามโครงการรับจำนำของรัฐบาลนั้น วิปรัฐบาลมีมติให้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎรเข้ามาตรวจสอบ ร่วมถึงเรื่องสารรมข้าว ซึ่งฝ้ายค้านมีเจตนาเพื่อให้ความมั่นใจกับผู้บริโภค ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศและป้องกันไม่ให้เราเสียแชมป์การส่งออกข้าว โดยกมธ.สิ่งแวดล้อม จะมีการประชุม ในวันที่ 17 ก.ค.นี้ เวลา 09.30 น. เป็นนัดแรก

 

 

วอนรัฐบาล รับฟังความเห็น คปก. ยันจับตาพรบ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน

 

                             นายจุรินทร์ แถลงภายหลังการประชุมวิปฝ่ายค้าน ว่า ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) ได้ส่งความเห็นเกี่ยวกับร่างพ.ร.บ. 2 ล้านล้านบาท มายังวิปฝ่ายค้าน ซึ่งฝ่ายค้านได้มีการพิจารณาความเห็นดังกล่าว และสรุปได้ว่าการออกพรบ.ดังกล่าว ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 169 และขัดต่อกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลรับฟังความเห็นและนำความเห็นของคปก.ไปพิจารณา ส่วนฝ่ายค้านจะติดตามว่ารัฐบาลจะดำเนินโครงการดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ 57 และ 67 หรือไม่ ทั้งนี้ในเบื้องต้นในการพิจารณาในวาระ 2 พบว่า รัฐบาลยังไม่ได้ปฏิบติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญทั้ง 2 มาตราโดยครบถ้วน ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 7 หน่วยงาน มีเพียง 3 หน่วยงานที่ได้ศึกษาผลกระทบซึ่งก็ทำเพียงบางส่วนเท่านั้น

                             นอกจากนี้ทางฝ่ายค้านก็จะติดตามเรื่องความไม่โปร่งใสในการดำเนินโครงการตั้งแต่เริ่มต้นและจะติดตามเรื่องการดำเนินการในขั้นกรรมาธิการที่มีปรับลด งบที่ปรึกษามาเพิ่มให้เป็นงบเผื่อเหลือเผื่อขาด ทำให้งบประมาณส่วนนี้เพิ่มขึ้น 1 เท่าตัวเป็น 21,050 ล้านบาท ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ยื่นแปรญัตติในเรื่องนี้ไว้ถึง 108 คน

 

 

แนะรัฐบาล ถอน ร่างพรบ.นิรโทษฯ

 

                             นายจุรินทร์ กล่าวถึงการบรรจุระเบียบวาระในการเปิดประชุมสภา สมัยสามัญทั่วไป ในวันที่ 1 ส.ค. ว่า มีเรื่องสำคัญรออยู่จำนวนมาก ซึ่งหากเป็นไปตามระเบียบวาระ จะต้องเริ่มต้นด้วยร่างพรบ. นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากรัฐบาลได้เลื่อนขึ้นมาเป็นวาระแรกก่อนปิดสมัยประชุม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามแม้ว่าฝ่านค้านจะคัดค้านไปแล้ว แต่เราก็แพ้เสียงข้างมาก ส่วนการพิจารณาวาระการประชุม จะเป็นเรื่องอะไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในที่ประชุมว่าจะเลื่อนเรื่องอะไรขึ้นมา

                             ทั้งนี้ตนมั่นใจว่า พรบ.นิรโทษกรรม ก็ต้องถึงวันพิจารณา เพราะอยู่ในวาระการพิจารณาแล้ว ดังนั้นหากรัฐบาลมีความตั้งใจจริงจะปลดชนวนระเบิดเวลา 5 ลูกที่รออยู่ ซึ่งการนิรโทษกรรม ก็เป็นระเบิดลูกหนึ่ง รัฐบาลก็ควรจะถอนออกไป หรือให้ผู้ที่เสนอร่างเป็นผู้ถอน เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น ทั้งในและนอกสภา

 

 

บี้ 'ยิ่งลักษณ์' แจงปม พรบ.นิรโทษฯ

 

                             นายจุรินทร์ กล่าวถึงกรณีคลิปเสียงการพูดคุยของชาย 2 คน ว่า ฝ่ายค้านจะละเลยเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะจะเป็นการล้างผิดทำลายระบบนิติรัฐ คุณธรรมจริยธรรม สำหรับผู้บริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นไปของประเทศ ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯและรมว.กลาโหม จะลอยตัวเหนือปัญหาไม่ได้ จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ ออกมาตอบคำถามว่า 1. จะสอบสวนจริยธรรมของข้าราชการการเมืองที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงหรือไม่ เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2551 ว่าด้วยประมวลจริยธรรมนักการเมือง ในข้อ 12 , 14 , 16 และ 28 ซึ่งนายกฯ ต้องดำเนินการตามข้อ 30 ในหมวดว่า ด้วยการกำกับดูแลข้าราชการการเมือง ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าวและสามารถลงโทษ หากมีการกระทำผิดเกิดขึ้นได้ และ 2. นายกฯ จะเสนอ หรือยอมให้ใช้สภากลาโหม พิจารณา พรบ.นิรโทษกรรม หรือไม่ เนื่องจาก พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่า หาก รมว.กลาโหม จะเสนอให้สภากลาโหม พิจารณากฎหมายที่สำคัญก็สามารถทำได้ ซึ่งนายกฯ ต้องให้ความชัดเจนเพื่อให้สังคมคลายความสงสัย