ข่าว

'วราเทพ'วอนยุติข่าวลือข้าวมีสารพิษ

'วราเทพ'วอนยุติข่าวลือข้าวมีสารพิษ

16 ก.ค. 2556

'วราเทพ' วอนยุติข่าวลือข้าวมีสารพิษตกค้าง ชี้ไม่เป็นผลดีกับใคร โยนวิปฯฟันธงบรรจุกฎหมายฉบับใดเข้าถกอันดับแรก

 

                        16 ก.ค.56 นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีข้าวลือเรื่องข้าวมีสารพิษตกค้างว่า เท่าที่ฟังก็เริ่มคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น ที่ผ่านมาเรื่องดังกล่าวไดเป็นอุธาหรณ์สอนให้เราทุกคนเริ่มตระหนักในความรับผิดชอบในการพูดจาหรือให้ข้อมูลหรือแสดงความคิดเห็นอะไรที่เกิดเลยไปกว่า เรื่องที่จะไม่ไปสร้างความเดือนร้อนให้กับส่วนร่วม ตนคิดว่าก็เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวัง กล่าวคือ การวิพากษ์วิจารณ์ การแสดงความคิดเห็นทางการเมือง หรือความคิดเห็นส่วนบุคคลก็ต้องอยู่ในกรอบและคำนึงถึงผลกระทบในมุมกว้างต่อสาธารณะด้วย เพราะไม่ได้ส่งผลดีกลับใครเลย

                        เมื่อถามว่า ฝ่ายตรงข้ามเห็นว่าเรื่องนี้เป็นจุดอ่อนรัฐบาลจึงพยายามหยิบยกให้บรรลุเป้าหมายของเขาอยู่ตลอดเวลา นายวราเทพ กล่าวว่า ตนก็อยากคิดเช่นนั้น แต่เขาก็คงปฏิเสธว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น อย่างไรก็ตามท้ายที่สุดความจริงเราก็ต้องพูดความจริงกัน ซึ่งเสียงวิพาษ์วิจารณ์ว่าข้าวไทยมีปัญหาเรื่องสารตกค้างนั้น ตนก็คิดว่าน่าจะยุติและกลับมาพูดจาให้การสนับสนุนว่า ประเทศยังเป็นประเทศที่ผลิตข้าวที่มีคุณภาพและไม่ได้มีปัญหาอย่างที่พูดกัน

 

'วราเทพ' โยนวิปฯ ฟันธงบรรจุกม.ฉบับใดเข้าถกอันดับแรก

 

                        นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณากฎหมายในช่วงเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในเดือนสิงหาคมนี้ว่า ตนคิดว่าทั้ง ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปี 2557 ร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือร่างพ.ร.บ.แก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น จะเป็นปัจจัยในการที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล หรือวิปรัฐบาลที่จะนำมาพิจารณากับในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ว่าที่สุดแล้วจะเสนอให้มีการพิจารณาเรื่องใดเป็นเรื่องแรกของสมัยเปิดประชุมรัฐสภาในเดือนสิงหาคมนี้ ทั้งนี้ วันที่ 1 สิงหาคมจะตรงกับวันพฤหัสบดี ซึ่งตามวิธีปฏิบัติที่ผ่านนั้น วันพฤหัสบดีจะเป็นเรื่องของการตอบกระทู้ ดังนั้น คาดว่าในสัปดาห์แรกคงจะยังไม่มีการพิจารณากฎหมาย ยกเว้นแต่ว่าจะมีนัดเป็นวาระพิเศษ

                        นายวราเทพ กล่าวต่อว่า ส่วน ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 นั้น ได้กำหนดปฏิทินไว้ว่าจะเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 14-15 สิงหาคมนี้ ซึ่งหากเป็นไปตามนี้ก็ถือว่าจะเป็นไปตามปฏิทินงบประมาณ ซึ่งความคืบหน้าในขณะนี้ยังเหลือการพิจารณาอีกหลายกระทรวง ซึ่งการพิจารณาที่ผ่านมาได้ช้ากว่าเป้าหมายอยู่เล็กน้อย และกำลังพิจารณากันอยู่ว่ากรอบเวลาที่เหลืออยู่จะสามารถพิจารณาได้แล้วเสร็จทันหรือไม่ แต่เท่าที่ฟังกรรมาธิการก็ยังมีความพยายามให้สามารถพิจารณาให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย เนื่องจากเราได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อพิจารณาคู่ขนานไปด้วย ดังนั้นการพิจารณาลงลึกไปในรายละเอียดก็คงใช้เวลาไม่มากนัก

                        ทั้งนี้ คาดว่าในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ก็จะสามารถพิจารณาได้ครบทุกหน่วยงาน และหากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงในสัปดาห์หน้าก็จะเป็นการพิจารณาในเรื่องของการแปรญัตติของกรรมาธิการและผู้สงวนความเห็นได้ โดยขณะนี้ได้เปิดให้ส่วนราชการเสนอคำของบประมาณเพิ่มเติมเข้ามาแล้ว โดยจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)ได้ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งคำของบประมาณเพิ่มเติมคาดว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 1 แสนล้านบาท เบื้องต้นสำนักงบประมาณคาดว่าจะมีการเสนอ ครม.ประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ส่วนงบประมาณที่ถูกตัดออกยังไม่ได้ข้อยุติจนกว่าจะการพิจารณาจะเสร็จสิ้น

                        เมื่อถามว่า ในแง่ความสำคัญ พ.ร.บ.งบประมาณฯ กับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับไหนสำคัญกว่า นายวราเทพ กล่าวว่า ความจริงถ้าเป็นกฎหมายก็ต้องบอกว่าทุกฉบับมีความสำคัญเท่ากันหมด ยกเว้นแต่ว่าวัตถุประสงค์ของกฏหมายแต่ละฉบับเป็นอย่างไรและเกี่ยวข้องกับฝ่ายใดบ้าง ซึ่งเรื่องดังกล่าวก็คงจะมีการไปพิจารณาในที่ประชุมวิปรัฐบาลว่าจะยกหยิกเรื่องใดมาพิจารณาก่อน

                        เมื่อถามว่า มีความพยายามของคนเสื้อแดงและ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยบางส่วนที่อยากให้มีนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้ามาพิจารณาเป็นอันดันแรก นายวราเทพ กล่าวว่า ตนคิดว่าพรรคเพื่อไทยก็รับฟังอยู่ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ที่เหตุผลในการสร้างความเข้าใจร่วมกัน จะช้าหรือเร็วหากสามารถทำได้ตามเจตนารมย์ของผู้ที่เสนอกฎหมายหรือตามวัตถุประสงค์คิดว่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า อย่างไรตาม คิดว่ากฎหมายทุกฉบับมีความสำคัญแต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์เหตุการณ์และความจำเป็นด้วย เรื่องการใช้งบประมาณก็มีความจำเป็นที่จะต้องทำให้ตรงตามกรอบเวลา ส่วนความเดือนร้อนหรือความต้องการของประชาชนก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งการตัดสินใจของวิปจะเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย