
หวั่นความรุนแรง'อียิปต์'ลาม'อิสราเอล'
หวั่นความรุนแรงในอียิปต์ แพร่ถึงอิสราเอล กองทัพเตรียมใช้ปฏิบัติการกวาดล้างบนคาบสมุทรไซไน
16 ก.ค. 56 ความวิตกว่าความรุนแรงจากสภาวะไร้อนาธิปไตยในคาบสมุทรไซไน จะลุกลามเข้าไปในอิสราเอล กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากเกิดเหตุยิงใส่ทหารอิสราเอลเมื่อคืนวันอาทิตย์ ทำให้กองทัพอิสราเอลต้องรับมือด้วยการเสริมการรักษาความมั่นคงในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ
กลุ่มมุสลิมญีฮัด ได้เข้าไปปะปนในเหตุการณ์โจมตีบุคลากรด้านความมั่นคงของอียิปต์ ที่ไซไน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ถูกโค่นอำนาจเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม โดยตำรวจอียิปต์อย่างน้อย 10 คน ถูกสังหารในเหตุโจมตีด่านรักษาความปลอดภัย , สถานีตำรวจ และอาคารรัฐบาล
กองทัพอียิปต์ แถลงว่า รถยนต์ของรองเสนาธิการ ถูกโจมตีอย่างรุนแรงจนนำไปสู่การปะทะกันระหว่างกองกำลังรักษาความมั่นคงของอียิปต์กับกลุ่มก่อการร้าย และนับเป็นเหตุโจมตีล่าสุดบนคาบสมุทรไซไน ที่พุ่งเป้าเล่นงานกองทัพและตำรวจในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายสร้างสถานการณ์ความไม่สงบและบ่อนทำลายเสถียรภาพและความมั่นคงของอียิปต์
กองทัพอียิปต์ ประณามว่า กลุ่มฮามาสอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยชี้ว่า มีการอำนวยความสะดวกด้านวัตถุดิบและบุคลากรกันระหว่างกลุ่มฮามาสที่ควบคุมฉนวนกาซาในปาเลสไตน์ กับกลุ่มฮามาสในอียิปต์ ซึ่งเรื่องนี้ได้กลายเป็นหลักฐานที่ตอกย้ำรายงานของกองทัพอียิปต์ก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่า ได้สังหารนักรบฮามาสไปหลายสิบคน ที่แทรกซึมเข้าไปในคาบสมุทรไซไน เพื่อเข้าร่วมการโจมตีบุคลากรด้านความมั่นคง และมีรายงานการจับกุมชายชาวปาเลสไตน์คนหนึ่ง ที่พยายามจะกลับไปที่ฉนวนกาซา เนื่องจากเชื่อว่าเขาพัวพันแผนวางระเบิดท่อส่งก๊าซธรรมธรรมชาติไปยังจอร์แดน
สำนักข่าวมาอัน ของปาเลสไตน์ รายงานว่า หน่วยข่าวกรองอียิปต์ รายงานว่า กำลังจับตาการเคลื่อนไหวของฮามาสในฉนวนกาซา รวมถึงการเตรียมใช้โดรนเข้าไปในน่านฟ้ากาซา เพื่อถ่ายภาพการเคลื่อนไหวของฮามาสด้วย ขณะเดียวกัน กองทัพอียิปต์ก็เตรียมใช้ปฏิบัติการทางทหารอย่างเต็มรูปแบบในไซไน เพื่อกวาดล้างทั้งเซลล์ก่อการร้ายและอาชญากร
ผู้สนับสนุน 'มอร์ซี' ปะทะตำรวจในอียิปต์ เจ็บ 24
ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด มอร์ซี ของอียิปต์ปะทะกับตำรวจระหว่างการชุมนุมเมื่อวานเพื่อเรียกร้องให้กองทัพคืนตำแหน่งให้ผู้นำที่ถูกยึดอำนาจ ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 24 คน ขณะที่รัฐมนตรีช่วยสหรัฐซึ่งเดินทางเยือนอียิปต์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรง
ผู้สนับสนุนอดีตประธานาธิบดีมอร์ซีหลายพันคน ออกมาเดินขบวนในกรุงโคไรภายใต้การนำของกลุ่มมุสลิมภราดรภาพเพื่อเรียกร้องให้กองทัพคืนอำนาจให้กับนายมอร์ซีที่ถูกขับพ้นตำแหน่งเมื่อ 3 ก.ค. และถูกกักตัวไว้ โดยผู้ประท้วงปิดกั้นสะพานข้ามแม่น้ำไนล์ ทำให้ตำรวจต้องใช้กำลังเข้าสลายด้วยการยิงแก๊สน้ำตา และผู้ประท้วงขว้างปาก้อนหินเป็นการตอบโต้ การปะทะกันยุติลงอยางรวดเร็วเพียงเกือบ 10 นาที โดยทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 24 คน นับเป็นเหตุปะทะรุนแรงครั้งแรก หลังมีการยิงสลายผู้สนับสนุนของนายมอร์ซี ที่ชุมนุมหน้าสำนักงานอารักขาทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงไคโร ซึ่งเชื่อว่าเป็นที่คุมขังมอร์ซี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 53 คนเมื่อหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากการชุมนุมที่บริเวณสะพานข้ามแม่น้ำไนล์แล้ว ยังมีผู้สนับสนุนมอร์ซีชุมนุมที่หน้ามัสยิด ราบาห์ อัล-อาดาวิยา ที่พวกเขาปักหลักชุมนุมมาตั้งแต่มอร์ซีถูกโค่นอำนาจ และที่บริเวณหน้ามหาวิทยาลัยไคโร โดยตะโกนเรียกร้องให้ปลดพลเอก อับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ผู้บัญชาการทหารบกและรัฐมนตรีกลาโหมที่ก่อการยึดอำนาจ แต่การชุมนุมมีผู้เข้าร่วมน้อยกว่าที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะมีมากถึง 1 ล้านคน
ก่อนหน้าการประท้วงหลายชั่วโมง วิลเลียม เบิร์นส์ รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศของสหรัฐได้เข้าพบหารือกับรักษาการประธานาธบิดี อัดลี มันซูร์ นายกรัฐมนตรี ฮาเซม อัล-เบบลาวี และพลเอก อัล-ซิซี และนายเบิร์นส์เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยุติความรุนแรงและหันหน้าเจรจากัน พร้อมกับเรียกร้องให้กองทัพหลีกเลี่ยงการจับกุมใดๆที่เป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง ขณะเดียวกันเขายืนยันว่าสหรัฐไม่ได้เลือกเข้าข้างใคร และต้องการเพียงสนับสนุนให้เกิดประชาธิปไตยที่ทุกคนอยู่รวมกันด้วยความอดกลั้น
เดิมนายเบิร์นส์มีแผนพบผู้นำทางศาสนาและผู้นำพรรคการเมืองต่างๆ ตลอดจนนักธุรกิจระหว่างการเยือนสองวัน แต่ทั้งพรรคการเมืองหัวอนุรักษ์สุดโต่ง กลุ่มมุสลิมภราดรภาพ และกลุ่มต่อต้านนายมอร์ซี ต่างปฏิเสธคำเชิญเพื่อพบหารือกับเขา
-------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : EPA)



