
เสียงจากชาวตำบลบางแก้ว
เสียงจากชาวตำบลบางแก้ว ขอชลประทานเยียวยาที่นา5พันไร่ : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล
แม้จังหวัดเพชรบุรีจะมีโครงการชลประทานและมีการวางระบบส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่การเกษตร แต่ในทางปฏิบัติแล้วก็ยังมีพื้นที่บางส่วนที่อยู่ในพื้นที่การให้บริการน้ำของชลประทานมีข้อจำกัดไม่ได้รับประโยชน์การจัดสรรน้ำโดยตรง กรณีของพื้นที่ตำบลบางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ก็เป็นอีกหนึ่งของกรณีศึกษาเพราะนี่คือความเดือดร้อนของพื้นที่เกษตรที่อยู่ในพื้นที่การให้บริการน้ำของชลประทาน ที่กำลังขาดแคลนน้ำใช้ทำนาพื้นที่กว่า 5,000 ไร่
กระทั่งเกิดการเคลื่อนไหวของนายเอกชัย เตียเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว พร้อมด้วยนายเสน่ห์ บุญโพธิ์ กำนันตำบลบางแก้ว ที่เข้าพบนายทองล้วน เผ่าวิจารณ์ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำโครงการชลประทานเพชรบุรี เพื่อสะท้อนถึงความต้องการขอให้ช่วยเหลือชาวนาในตำบลบางแก้วกว่า 200 ราย จากพื้นที่การเกษตรกว่า 5,000 ไร่ ที่กำลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาฝนทิ้งช่วง ทำให้ต้นข้าวจากนาปีซึ่งลงมือปลูกไปกว่า 2 เดือน ไม่มีน้ำและกำลังจะแห้งตาย จึงต้องการให้ชลประทานได้ส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่
ทั้งนี้ ตามมติของกลุ่มผู้ใช้น้ำแล้วมีการทำข้อตกลงร่วมกับชลประทานที่จะจ่ายน้ำเข้าสู่พื้นที่ให้ชาวนาทำนาปี ในวันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป แต่จากภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้พื้นที่ตำบลบางแก้วได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะด้วยโครงสร้างของพื้นที่ ซึ่งเน้นการทำนาปีและอาศัยน้ำฝนเป็นหลักและเมื่อฝนทิ้งช่วงเช่นนี้จึงสร้างความเดือดร้อนให้แก่เกษตรกรที่ทำนาไปแล้วและในการหารือร่วมกันระหว่างผู้นำท้องถิ่นกับหัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน โครงการส่งน้ำโครงการชลประทานเพชรบุรี ได้ข้อสรุปว่าโครงการชลประทานเขื่อนเพชรจะส่งน้ำให้พื้นที่ตามที่ร้องขอมา
แต่เนื่องจากปีนี้ต้นทุนน้ำในเขื่อนแก่งกระจานมีเพียง 200 ล้านลูกบาศก์เมตรเศษ จากความจุสูงสุดของเขื่อน 710 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งการส่งน้ำให้ทำนาปีอยู่บนพื้นฐานของการให้ความช่วยเหลือเฉพาะพื้นที่ที่ประสบความเดือดร้อน ไม่ใช่เป็นการส่งน้ำให้ทำนาปี ปริมาณน้ำที่ส่งเป็นปริมาณน้ำเพียงเล็กน้อย ไม่เพียงพอให้มีการขยายพื้นที่ทำนาเพิ่มขึ้น พื้นที่ที่ยังไม่ได้ทำนาปีจะต้องรอระบบการจัดสรรน้ำในวันที่ 1 สิงหาคม
นายเอกชัย เตียเจริญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางแก้ว กล่าวว่า ชาวบ้านบางแก้ว กว่า 200 ครอบครัว กำลังเดือดร้อนเรื่องไม่มีน้ำทำนา เนื่องจากขณะนี้ได้เข้าฤดูการทำนาปี บางครอบครัวได้เริ่มลงมือทำนาแล้ว แต่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ซึ่งขณะนี้ต้นข้าวได้เริ่มแห้งตายเพราะขาดน้ำแล้ว ทั้งที่ตามฤดูกาลแล้วนี่คือช่วงที่นาข้าวจะได้รับน้ำฝน การขอความช่วยเหลือไปยังชลประทานจึงเป็นทางออกเดียวที่จะทำให้พื้นที่กว่า 5,000 ไร่ มีน้ำในภาคการเกษตร
ด้านนายพิภพ ม่วงนาค อายุ 63 ปี อาชีพเลี้ยงสัตว์ ภูมิลำเนา หมู่ 6 บ้านนาบัว ตำบลบางแก้ว อ.บ้านแหลม กล่าวว่า การระบายน้ำของชลประทานที่กำลังจะมีขึ้นถือเป็นความหวังสำคัญของเกษตรกรให้มีน้ำหล่อเลี้ยงแปลงนาข้าวและหากเป็นไปได้แล้วอยากให้ชลประทานหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาความเป็นไปได้ต่อการที่จะขุดคลองประทานให้มีความกว้างมากยิ่งขึ้น เพื่อให้การจัดสรรน้ำเข้าสู่พื้นที่อย่างแท้จริง
"ที่ผ่านมาคนบางแก้วเดือดร้อนจากปัญหาน้ำใช้ในการทำการเกษตรเพราะน้ำที่ส่งมาตามคลองชลประทานมาไม่ค่อยถึงตำบลบางแก้ว เนื่องจากบ้านพื้นที่ตำบลบางแก้วอยู่ปลายสุดของคลองส่งน้ำ การที่นายก อบต.เสนอไปในครั้งนี้ก็เช่นกัน ก็ได้แต่หวังว่าจะมีน้ำส่งมาถึงจะไม่เกิดปัญหากรณีพื้นที่ต้นน้ำดักน้ำไว้ใช้เอง อยากให้ทางราชการเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาโดยการขุดคลองให้ชลประทานให้กว้างและให้ลึกกว่าเดิม เพื่อให้ส่งน้ำได้เพียงพอกับความต้องการของชาวบ้าน" นายพิภพ กล่าว
ขณะที่นายสมโภชน์ สินชัย อายุ 46 ปี อาชีพทำนา ภูมิลำเนาอยู่ที่หมู่ 6 บ้านนาบัว ตำบลบางแก้ว กล่าวว่า มีที่นาจำนวน 54 ไร่ ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากไม่มีน้ำทำนาต้องอาศัยน้ำฝน ที่ผ่านมาการทำนาในพื้นที่จึงเป็นไปเพียงปีละครั้ง เพราะไม่มีน้ำทำนาเนื่องจากคลองส่งน้ำของชลประทานตื้นเขินและที่นาของตนอยู่ปลายคลองส่งน้ำ จึงอยากให้ชลประทานมาขุดคลองใหม่ให้ลึกกว่าเก่า เพื่อให้สามารถส่งน้ำมาได้เพียงพอกับความต้องการของผู้ใช้น้ำอย่างแท้จริง และหากทำได้ตามนี้ก็อาจทำให้วงจรการทำนาของเกษตรกรในพื้นที่บางแก้ว มีระยะเวลาเพิ่มขึ้น อันหมายถึงรายได้ที่จะได้รับ
เป็นข้อเรียกร้องและบทสรุปของปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ขณะนี้
...................................................
( เสียงจากชาวตำบลบางแก้ว ขอชลประทานเยียวยาที่นา5พันไร่ : โดย...กัมปนาท ขันตระกูล)



