
แค้น!ศาลตัดสินมือฆ่าเด็กผิวสีพ้นผิด
ผู้ประท้วงหลายร้อยในหลายเมืองใหญ่ของสหรัฐ แสดงความโกรธแค้นที่ศาลฟลอริด้า ตัดสินให้ฆาตกรที่ยิงเด็กวัยรุ่นผิวดำเสียชีวิตพ้นผิด
15 ก.ค. 56 ผู้ประท้วงหลายร้อยคน พากันร้องตะโกนว่า " ระบบล้มเหลว " เพื่อแสดงความผิดหวังและโกรธแค้นที่คณะลูกขุนของรัฐฟลอริด ตัดสินให้นายจอร์จ ซิมเมอร์แมน อดีตอาสาสมัครป้องกันชุมชนในเมืองแซนฟอร์ด วัย 29 ปี พ้นผิดในคดีฆาตกรรมเทรย์วอน มาร์ติน วัยรุ่นผิวดำชาวอเมริกันวัย 17 ปี เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ปี 2555 ที่คนอเมริกันจำนวนมากมองว่า เป็นเรื่องเหยียดสีผิวและเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในสังคมอเมริกัน
คดีนี้เริ่มต้นเมื่อซิมเมอร์แมน ซึ่งทำหน้าที่อาสาสมัครป้องกันชุมชนในเขตทวินเล้ค เมืองแซนฟอร์ดรัฐฟลอริด้า กำลังนั่งอยู่ในรถ และเห็นมาร์ติน ซึ่งเป็นนักเรียนมัธยมปลายปีสุดท้ายที่ไมอามี่ สวมเสื้อมีฮู้ดคลุมศีรษะ กำลังเดินกลับบ้านหลังจากออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อท่ามกลางฝน และคิดว่า มาร์ตินน่าสงสัยจึงได้ติดต่อไปยังสถานีตำรวจก่อนสะกดรอยตามมาร์ตินไป ก่อนที่มาร์ตินจะถูกพบเป็นศพโดยมีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอก
ตอนแรก ตำรวจไม่จับซิมเมอร์แมน โดยอ้างกฎหมาย " ยืนหยัดต่อสู้ " (Stand your ground) หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่า การใช้กำลังที่สมเหตุสมผล (Justifiable Use of Force) ที่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือน สามารถทำให้อีกฝ่ายหนึ่งถึงแก่ความตายได้ ถ้าเขาหรือเธอรู้สึกว่าอาจเกิดอันตรายร้ายแรงขึ้นกับตัวเอง แต่อีก 6 สัปดาห์ต่อมา ตำรวจได้จับกุมซิมเมอร์แมน หลังเกิดการประท้วงใหญ่ทั้งในฟลอริด้าและอีกหลายเมืองทั่วประเทศ
ซิมเมอร์แมนยอมรับว่า ยิงมาร์ตินจริง แต่อ้างว่า วัยรุ่นผู้นี้มีพฤติกรรมคุกคามและจะทำร้ายเขาเขาจึงต้องใช้อาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตให้พกพาป้องกันตนเอง แต่ทนายของมาร์ตินเชื่อว่า เขามีอคติต่อผิวของมาร์ติน จึงได้ตั้งข้อสงสัยตั้งแต่แรก
นอกจากประชาชนจะไปประท้วงด้วยความไม่พอใจที่ด้านนอกศาลฟลอริด้าแล้ว พวกเขายังใช้โซเชียล มีเดีย ระบายความโกรธแค้นต่อคำตัดสิน และมีหลายคนเตือนว่า จะเล่นงานซิมเมอร์แมนเป็นการล้างแค้น // หลายเมืองใหญ่ในสหรัฐ เต็มไปด้วยผู้ประท้วงหลายร้อยคน ส่วนใหญ่ประท้วงโดยสันติ มีบางเมืองที่กลายเป็นความรุนแรง เช่น โอ๊คแลนด์ ที่ฝูงชนทุบทำลายกระจกและจุดไฟ
ตั้งแต่นิวยอร์ก จนถึงวอชิงตัน ดีซีและลอส แองเจลิส มีผู้ประท้วงจำนวนมาก ถือป้ายต่างๆ และเดินขบวนกันอย่างสงบ ตำรวจได้ระดมกำลังคอยจับตาการเคลื่อนไหว ท่ามกลางความวิตกว่าเหตุการณ์จะลุกลามกลายเป็นการจลาจล
แต่ที่โอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความตึงเครียดด้านสีผิวมานาน พบว่าผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง ได้สร้างความเสียหายให้กับรถของตำรวจหลายคัน ทุบกระจก และจุดไฟเผาถังขยะตามข้างถนน // มีบางเหตุการณ์ที่ผู้ประท้วงเผาธงชาติด้วย แต่ตำรวจสามารถควบคุมสถานการณ์ไว้ได้
มีรายงานว่า มีการวางแผนจัดการประท้วงเพิ่มภายใต้สโลแกน " จัสติส ฟอร์ เทรย์ยอน " (Justice 4 Trayvon) โดยจะมีการรวมตัวกันอย่างน้อย 3 กลุ่ม ในนิวยอร์ก ได้แก่ ฮาร์เล็ม แมนฮัตตัน และบรู้คลิน
สื่อในท้องถิ่น รายงานว่า มีรถตำรวจได้รับความเสียหาย และตำรวจได้ตั้งแถวเรียงหน้ากระดาน เพื่อขวางเส้นทางของผู้ประท้วง // หนังสือพิมพ์ โอ๊คแลนด์ ทรีบูน รายงานว่า กระจกของสำนักงานถูกทุบทำลาย และภาพมุมสูงจากเฮลิคอปเตอร์ของสถานีโทรทัศน์ ได้แสดงเห็นคนพยายามจุดไฟบนถนน และเอาสีสเปรย์พ่นรถตำรวจ ขณะที่ตำรวจรายงานว่า สามารถระงับเหตุได้ในเวลา 02.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น // ส่วนการประท้วงที่ซาน ฟรานซิสโก ดำเนินไปอย่างสงบ ตำรวจได้เข้าประกบผู้ประท้วงที่เดินไปในเขตมิสชั่น ก่อนที่ผู้ประท้วงจะสลายตัวไปในเวลา 22.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ที่ลอส แองเจลิส มีการประท้วงโดยสันติของประชาชนราว 200 คน // สถานีโทรทัศน์ CBS รายงานว่า มีผู้ประท้วงที่วอชิงตัน ดีซี ราว 400 คน ซึ่งในระหว่างการประท้วงนาน 1 ชั่วโมงครึ่ง มีคนจากบาร์และไนท์คลับเข้าร่วมด้วย
ด้านประธานาธิบดีบารัก โอบามา ได้แถลงเรียกร้องให้ประชาชนอยู่ในความสงบและเคารพคำตัดสินของศาล โดยกล่าวว่า เขารู้ว่าคดีนี้กระตุ้นให้เกิดความโกรธแค้นอย่างรุนแรง และหลังคำตัดสิน เขาก็รู้ว่าความโกรธแค้นจะรุนแรงขึ้น แต่เราเป็นประเทศที่มีกฎหมาย และมีคณะลูกขุนเป็นผู้ตัดสิน เขาขอให้ชาวอเมริกันทุกคน ให้ความเคารพต่อเสียงเรียกร้องให้ทุกคนแสดงออกด้วยความสงบจากพ่อแม่ที่ต้องสูญเสียลูกชายที่ยังเยาวัยไป
ซิมเมอร์แมน ซึ่งแม้จะเป็นคนผิวขาว แต่เขามีเชื้อสายละตินอเมริกา และเติบโตในครอบครัวที่หลากหลายเชื้อชาติ และเคยมีประวัติใช้ความรุนแรงในครอบครัวเมื่อปี 2545 ถึง 2546 หลังได้รับอิสรภาพ เขายังคงเก็บตัวเงียบ แต่ครอบครัวของเขาย้ายออกจากชุมชนเป็นการชั่วคราวเพราะถูกขู่ฆ่า ส่วนผู้อาศัยในละแวกใกล้เคียง บอกว่า ไม่เคยมีปัญหาด้านเชื้อชาติมาก่อน แม้ว่าจะมีคนหลากหลาย ทั้งผิวดำ ละติดอเมริกา เอเชีย ส่วนประเด็นของมาร์ติน เชื่อว่า น่าจะเกิดจากสีผิวอย่างแน่นอน
------------------------
(หมายเหตุ : ที่มาภาพ : AP)



