ข่าว

'ปึ้ง'ชี้ถอนพาสปอร์ต'สมีคำ'ตามระเบียบ

'ปึ้ง'ชี้ถอนพาสปอร์ต'สมีคำ'ตามระเบียบ

15 ก.ค. 2556

'สุรพงษ์' ชี้ถอนพาสปอร์ต 'สมีคำ' ตามระเบียบ เผย 'กต.' ไม่มีอำนาจประสานถอนวีซ่าต่างประเทศ เหตุเป็นเอกสิทธิ์ของสหรัฐฯ

 

                       15 ก.ค.56 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) จะประสานขอให้ยกเลิกหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ตของนายวิรพล สุขผล หรือ เณรคำ ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับหนังสือจาก พศ. แต่หากได้รับแล้วจะเร่งตรวจสอบตามกฎระเบียบของกระทรวงว่าทำได้หรือไม่ โดยคาดว่าใช้เวลาพิจารณาไม่นาน เพราะได้กำชับรองปลัดกระทรวงที่รับผิดชอบแล้วว่า ทันทีที่ได้รับเรื่องให้เร่งพิจารณา เพราะเรื่องนี้อยู่ในความสนใจของประชาชน

                       เมื่อถามว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระบุว่าจะยื่นหนังสือให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยประสานถอนวีซ่าเณรคำ นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า เราคงไม่ไปประสานเรื่องวีซ่าของประเทศต่างๆ เพราะถือเป็นสิทธิ และดุลยพินิจของแต่ละประเทศ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรยื่นตรงไปยังสถานทูตประเทศต่างๆ เพราะการออกวีซ่าไม่ใช่หน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ แต่เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละประเทศจะดำเนินการ ส่วนที่มีกลุ่มคนระบุว่าจะยื่นเรื่องคัดค้านการถอนหนังสือเดินทางมาที่กระทรวงการต่างประเทศ และยื่นค้านการถอนวีซ่าที่สถานทูตสหรัฐฯในไทยของนายวิรพลนั้น นายสุรพงษ์ กล่าวต่ออีกว่า เป็นสิทธิที่ทำได้ แต่กระทรวงจะพิจารณาตามกฎระเบียบอยู่แล้วว่าสามารถทำได้หรือไม่อย่างไร

 

'สุรพงษ์' มอบนโยบายเอกอัครราชทูตไทย

 

                       นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคอาเซียน พร้อมมอบนโยบายสรุปว่า การประชุมนี้ ก็ต้องการให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นการดำเนินนโยบายทางการทูตของไทยในประเทศต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา และรับทราบแนวทางนโยบาย ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ปี 2556 ซึ่งต่างจากอดีต ที่ผ่านมาการเดินทางเยือนแต่ละประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำภาคธุรกิจไปด้วย โดยตนอยากเห็นประเทศไทยเป็นผู้นำคิดริเริ่มในเวทีการประชุมต่างๆ เพื่อเป็นการทำงานเชิงรุกสู่ความร่วมมือใหม่ๆ กับต่างชาติ

                       ทั้งนี้ ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่ประเทศบรูไน เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลายประเทศชื่นชมไทยว่า สามารถทำประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้เข้าใจ และตื่นตัวต่อการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้ดีมาก โดยได้ขอคำแนะนำจากประเทศไทยว่ามีการวางแผนอย่างไร

                       นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ขอให้เอกอัครราชทูตในแต่ละประเทศรวบรวมข้อมูลโดยเฉพาะด้านการเกษตรเพื่อนำมาวิเคราะห์วางแผน ให้สอดคล้องกับสินค้าไทย ซึ่งก่อนหน้านี้นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายการแลกสินค้ากับสินค้า เช่น ข้าวแลกกับน้ำมัน หรือก๊าซ เพื่อจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับเกษตรกรในการจำหน่ายสินค้าด้วย

                       ทั้งนี้ไม่ลืมที่เคยมอบนโยบาย 1 ทูต 3 ผลิตภัณฑ์ ในการส่งสินค้าไปขายต่างประเทศ ซึ่งจนถึงขณะนี้ยังไม่มีทูตคนใดส่งรายงานความคืบหน้า อย่างไรก็ตามในปีหน้าจะขอพิจารณาการโยกย้ายทูตด้วยตัวเอง เพื่อให้ทูตที่ทำงานมีผลงานดีๆ ได้สลับสับเปลี่ยนไปบ้าง