ข่าว

จับลอบขนไม้พะยูง100ท่อนค่ากว่า10ล.

จับลอบขนไม้พะยูง100ท่อนค่ากว่า10ล.

15 ก.ค. 2556

จับลอบขนไม้พะยูงกว่า 100 ท่อนมูลค่ากว่า 10 ล้าน เตรียมส่งให้นายทุนตามจุดนัดหมาย เพื่อส่งขายต่างประเทศ หากส่งออกต่างประเทศคาดไม่ต่ำกว่า 30 ล้าน

 
          วันที่ 15 ก.ค.56  เมื่อเวลา 00.30 น.  พ.ต.ท.สุชาติ ผิวอ่อน สารวัตรตำรวจทางหลวงบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งจากสายว่าจะมีการลักลอบขนไม้หวงห้ามเข้ามาในเขตพื้นที่จังหวัด จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง  สังกัดสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บุรีรัมย์) สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ บร.6 เขากระโดง ตั้งจุดสกัดที่บริเวณถนนสายบุรีรัมย์ - นางรอง ต.อิสาณ อ.เมือง ต่อมาพบรถหกล้อ ยี่ห้อฮีโน่ สีขาวคาดเขียว หมายเลขทะเบียน 70 - 1718 มหาสารคาม ด้านหลังรถมีผ้าใบปิดคลุมอย่างมิดชิด วิ่งผ่านมาท่าทางมีพิรุธ จึงได้เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจสอบ แต่เมื่อเปิดผ้าใบออกก็ต้องตกตะลึงเนื่องจากพบไม้พะยูง ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามสภาพสดใหม่ ถูกแปรรูปเป็นท่อนขนาดใหญ่ตั้งแต่เส้นผ่าศูนย์กลาง 80-100 เซนติเมตร ยาวประมาณ 2 เมตร นับได้รวมจำนวน 107 ท่อน โดยไม้ทั้งหมดไม่มีรอยประทับตราของทางราชการ
 
          เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดไม้ทั้งหมดมาที่สถานีตำรวจทางหลวง พร้อมควบคุมตัวนายเทียนชัย พาวินิจ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 173 ม.5 ต.จันทร์เพ็ญ อ.เต่างอย จ.สกลนคร คนขับ และนายประหยัด เถาว์ชาลี อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 159 ม. 4 ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร ไปสอบสวนด้วย อย่างไรก็ตามขณะเจ้าหน้าที่นำรถบรรทุกไม้ และควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนนั้น ก็มีผู้โทรศัพท์ติดต่อขอเคลียร์และเสนอเงินให้กับเจ้าหน้าที่เพื่อแลกกับการไม่ให้จับกุมด้วย
 
          จากการสวนสวนนายเทียนชัย เบื้องต้นได้ให้การปฏิเสธว่าไม้ดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง เพียงรับจ้างขับรถขนไม้คันดังกล่าวจากจ.มุกดาหาร มาส่งยังจุดนัดหมายที่บริเวณบ้านเขากระโดง ในเขตอ.เมือง จ.บุรีรัมย์เท่านั้น โดยตนจะได้ค่าจ้าง 6,000 บาท ส่วนนายประหยัด ที่นั่งมาเป็นเพื่อนจะได้ค่าจ้าง 3,000 บาท ส่วนไม้ดังกล่าวผู้ว่างจ้างได้ให้ขับรถไปจอดทิ้งไว้ บริเวณบ้านเขากระโดง จากนั้นจะมีคนมารับช่วงต่อ เพื่อลำเลียงส่งให้กับนายทุนต่อไป ทั้งยังรับสารภาพอีกว่าได้รับจ้างขนมาแล้ว 3 ครั้ง และระหว่างที่ขับรถลำเลียงไม้มาส่งจุดนัดหมาย จะมีรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชี ไทรทัน สี่ประตูสีดำ ขับนำหน้าตลอดเส้นทางด้วย
 
          ทางด้านเจ้าหน้าที่ ระบุว่า ไม้ที่จับกุมครั้งนี้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท หากสามารถส่งออกจำหน่ายยังต่างประเทศได้ จะมีมูลค่าเพิ่มอีกเท่าตัว ทั้งยังระบุด้วยว่าแต่ละเดือนจะสามารถจับกุมผู้ลักลอบขนไม้หวงห้ามได้ 5-6 ครั้ง จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดไม้ทั้งหมดไว้ตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบื้องต้นได้แจ้งข้อหา "มีไม้แปรรูปหวงห้ามไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย"




 

จับคนขับรถรับ-ส่งนร.ขนไม้พะยูงหาลำไพ่พิเศษ

          เมื่อเวลา 06.00 น.  พ.ต.อ.สมบัติ  บุญโสภา  ผกก.ตชด.24 สืบทราบว่าจะมีขบวนการลักลอบขนไม้พะยูงผ่านมาตามถนนสาย 212 บึงกาฬ-บ้านแพง จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.สุชาติ  บุปปาจันโท ผบ.ร้อย ตชด.244 บึงกาฬและ ร.ต.ต.สกล สิงห์ลี ผบ.หมวด ตชด.2443 บ้านชัยพร ต.ชัยพร อ.เมืองบึงกาฬ สนธิกำลังกับ ร.ต.ต.สันติชัย รมพิพัฒน์ หน.สายตรวจ กก.3 บก.ปทส.บึงกาฬ  ร.อ.กล้า  ชัยวงษ์ ผบ.ทพ.2109 บึงกาฬ ตั้งจุดตรวจจุดสกัดอยู่บนถนนสาย 212 หน้าที่ทำการหมวดดังกล่าว ระหว่างนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนักพบรถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮเอซ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน นข-3980 อุดรธานี วิ่งผ่านไปมีท่าทางพิรุธ จึงได้ขับรถติดตามสังเกตการณ์ไปห่างๆ จนรถตู้คันดังกล่าวได้เลี้ยวเข้าไปจอดอยู่ที่หน้าบ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 9 บ้านโนนสะอาด ต.บุ่งคล้า อ.บุ่งคล้า จ.บึงกาฬ แต่คนขับได้เปิดประตูรถวิ่งหนีเข้าไปหลบซ่อนตัวอยู่ภายในบ้าน เลขที่ 49 ของนางจุก โทมี อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญ นายประยาน พรหมพิมพ์ ผญบ.โนนสะอาดมาเป็นพยานในการตรวจค้น พบนายลำนอง  แก้วลอดหญ้า อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 474 หมู่ที่ 13 บ้านนาหงส์คำ  ต.พระบาทนาสิงห์ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย คนขับรถตู้หลบซ่อนตัวอยู่หลังบ้าน นำตัวไปค้นรถตู้พบไม้พะยูง 6 ท่อน/กลม ปริมาตร 0.51 ลูกบาศก์เมตร มูลค่า 300,000 บาท จึงยึดไว้เป็นของกลาง
 
          สอบสวนนายลำนอง อ้างว่าได้รับจ้างจากนาง” ติ๋ม”ชาวลาวเป็นเงิน 2 หมื่นบาทให้ขนไม้พะยูงจาก อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี มาส่งที่ริมโขง อ.บุ่งคล้า เคยทำมาแล้ว 3 ครั้ง เพื่อหาเงินผ่อนส่งค่างวดรถตู้ที่ซื้อมาวิ่งรับจ้างขนส่งนักเรียน แต่เก็บเงินได้ไม่พอค่ารถและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น จึงต้องหันมาลำไพ่พิเศษแบบผิดกฎหมาย จึงถูกแจ้งข้อหามีไม้หวงห้าม(ไม้พะยูง)ไว้ในครอบครองเกิน 0.20 ลูกบาศก์เมตร ควบคุมตัวส่ง ร.ต.ท.ชายชัย พระตลับ ร้อยเวร สภ.บุ่งคล้าดำเนินคดีต่อไป