ข่าว

เสริมภูมิปัญญา การทอผ้าไทย

เสริมภูมิปัญญา การทอผ้าไทย

15 ก.ค. 2556

เสริมภูมิปัญญา การทอผ้าไทย

               “ตึง-ต๊อก-ตึง” เสียงกระทบกันของ “กี่ทอผ้า” และ “เส้นใย” เป็นช่วงเวลาของคนไทยสมัยก่อน ที่ช่วยกันถักทอผืนผ้าไทยลวดลายต่างๆ ใต้ถุนบ้าน ยังคงอนุรักษ์สืบสานจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงทุกวันนี้ นับเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่มีให้เห็นอยู่ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ซึ่งนับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านที่เริ่มต้นภายในครัวเรือนไทยจนได้รับความชื่นชอบและประสบความสำเร็จจากสายตาคนทั่วโลก

               พิมพาพรรณ ชาญศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ ศ.ศ.ป. กล่าวว่า องค์กรได้เร่งดำเนินการส่งเสริมและสนับสนุนเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านตามโครงการส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ รวมทั้งสืบสานและอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทยที่นับเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านให้คงอยู่เพื่อให้ลูกหลานในอนาคตได้รับรู้ถึงความสวยงามของงานหัตถกรรมไทย และส่งเสริมสนับสนุนด้านการตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศเพื่อให้เกิดการสร้างอาชีพและรายได้

               "ปัจจุบันได้ส่งเสริมความรู้รูปแบบใหม่ให้ชาวบ้านเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ในรูปแบบ “กรีนคราฟ” เทรนด์หัตถกรรมงานทำมือที่ได้รับความนิยมจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก ซึ่งไม่ได้มีความพิเศษเพียงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังคงสร้างสรรค์ความงดงามตั้งแต่ต้นกระบวนการถักทอผืนผ้าด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ตั้งแต่การเริ่มต้นย้อมเส้นด้ายด้วยสีสันธรรมชาติ ก่อนเริ่มต้นกระบวนการทอผ้าด้วย “กี่กระตุก” สร้างความสนุกสนานระหว่างการทอผ้าจนเกิดเสียง “ตึง-ต๊อก-ตึง” ระหว่างการตีกี่ การเดินกระสวยลอดผ่าน “กี่กระตุก” ต้องใช้ความเชี่ยวชาญเฉพาะบุคคลและระยะเวลาในการเนรมิตความงดงามของลวดลายจนก่อเกิดเป็นผืนผ้าที่สวยงาม พร้อมนำไปสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ" ผอ.ศ.ศ.ป. กล่าว

               ด้าน อมรรัตน์ นิยมค้า ประธานกลุ่มหัตถศิลป์ครามทอง และผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปหัตถกรรม เล่าว่า ร้านแมน คราฟ เกิดจากการรวมตัวของชาวบ้าน จ.สกลนคร ที่ก่อตั้งกลุ่ม “หัตถศิลป์ครามทอง” เพื่อสร้างผืนผ้าที่ผสานไอเดียและดีไซน์ความเป็นไทยประยุกต์ นำเสนอผลิตภัณฑ์ผ้าฝ้ายมัดย้อม ผ้าฝ้ายทอมือ ที่ได้ดีไซน์และตัดเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยมีจุดเด่น คือ เป็นผลงานชิ้นเดียวในโลก เพราะเกิดจากการย้อมสีโดยใช้สีธรรมชาติที่ให้โทนสีแตกต่างกันในแต่ละครั้ง รวมทั้งการจับคู่เส้นใยในการทอผ้าแต่ละครั้งก็มีความแตกต่างกันอีกด้วย โดยสินค้าหลักคือชุดเสื้อผ้า ของใช้ และผ้าผืนต่างๆ

               "ต่อมาได้จุดประกายความคิดที่ต้องการให้คนเมืองใส่ใจและเข้าใจวิถีของการทอผ้ามากขึ้น โดยได้สร้างสรรค์วิธีการทอผ้ารูปแบบใหม่ที่พัฒนามาจาก “กี่กระตุก” จนเป็น “กี่จิ๋ว” หรือ "กี่คาดเอว” เพื่อให้สามารถเข้าถึงสังคมเมืองได้มากขึ้น โดยรูปแบบวิธีการทอผ้าของ “กี่จิ๋ว” มีลักษณะคล้าย “กี่กระตุก” แต่มีขนาดเล็กกว่ามาก สามารถพกพา เพื่อนั่งทอผ้าบริเวณใดก็ได้ ขอเพียงมีเสาสำหรับผูกปลายผ้าด้านหนึ่ง และนำอีกด้านหนึ่งผูกติดกับเอว โดยสามารถทอผ้าเป็นผลิตภัณฑ์ อาทิ ผ้าพันคอ เข็มขัด ที่คาดผม หรือที่รองแก้ว เป็นต้น โดยสามารถสร้างเป็นกิจกรรมยามว่างของครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน พร้อมได้ความรู้เกี่ยวกับการทอผ้าไทยตามวิถีชาวบ้านอีกด้วย” ประธานกลุ่มหัตถศิลป์ครามทอง เผย

               ร่วมสัมผัสเอกลักษณ์ความเป็นไทยที่แฝงไว้ด้วยไอเดียความคิดสร้างสรรค์ของไทย ในงาน “อัมรินทร์ ดิสคัฟเวอรี่...ครีเอทีฟ แอนด์ คราฟ แฟร์ 2013” ตั้งแต่วันนี้-17 กรกฎาคมนี้ ที่อีเวนท์ ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าอัมรินทร์ พลาซ่า