
จี้คลังเตรียมพร้อมกู้เงิน4แสนล้านให้สิทธิผู้สูงอายุจองก่อนบอนด์รัฐ
นายกฯ กำชับคลังเตรียมพร้อมกู้เงิน 4 แสนล้านตาม พ.ร.ก.แจงพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง 3 หมื่นล้านเปิดช่องผู้สูงอายุได้สิทธิจองก่อน ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 2.5% คลังยันก.ค.เริ่มเปิดขายได้แน่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า กรณีการกู้เงินของรัฐบาลตามพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท จะดูความพร้อมของแต่ละโครงการ ส่วน พ.ร.บ.กู้เงินอีก 4 แสนล้านบาทนั้นคาดว่าจะผ่านสภาได้ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2553 โดยตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปก็จะสามารถใช้เงินได้ ซึ่งรัฐบาลจะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด แต่ต้องดูความพร้อมของแต่ละโครงการด้วย ส่วนแหล่งเงินนั้นจะมีทั้งกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ และออกพันธบัตรเพื่อเป็นทางเลือกสำหรับผู้ออม ซึ่งยืนยันว่าจะดำเนินการได้เร็ว เบื้องต้นจะเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุจองพันธบัตรออมทรัพย์ก่อนเป็นอันดับแรก พันธบัตรมีอายุ 5 ปี ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 2.5% และถ้าฝากต่อไปดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้น
นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมิถุนายน จะประกาศรายละเอียดของแผนการกู้เงินเพื่อนำมาใช้ในโครงการไทยเข้มแข็งลอตแรก 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นจะออกพันธบัตรออมทรัพย์ พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง และตั๋วสัญญาใช้เงิน โดยจะกู้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน เพื่อนำมาใส่ในเงินคงคลังให้ระดับเงินคงคลังของประเทศเกินกว่า 2 แสนล้านบาทจากปัจจุบันมีอยู่ 6-7 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ จะเป็นการออกพันธบัตรออมทรัพย์จำนวน 3 หมื่นล้านบาท ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมนี้ ให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2 ปีแรก ปี 3 เป็นต้นไปดอกเบี้ยจะสูงขึ้นเป็นขั้นบันได เพื่อให้ผู้ลงทุนได้รับอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมกับช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนที่เหลืออีก 8 หมื่นล้านบาทในช่วงไตรมาสแรกของปีหน้า สำหรับอีก 2 แสนล้านบาทที่เหลือมีวัตถุประสงค์ใช้เพื่อลงทุนในโครงการไทยเข้มแข็งระยะสั้น ส่วนใหญ่มีแผนจะกู้ผ่านสถาบันการเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำ หรือเรียกว่า ซิดิเคทโลน ซึ่งจะทยอยกู้ 3 หมื่นล้านบาทไตรมาสสุดท้ายของปีนี้และจะกู้อีก 5 หมื่นล้านบาทในแต่ละไตรมาสจนถึงสิ้นปี 2553



