
กะเหรี่ยงเคเอ็นยูวอนโลกกดดันพม่าหันหน้าเจรจาฝ่ายกบฏ
กรุงเทพฯ-กะเหรี่ยงเคเอ็นยูวอนโลกช่วยบีบรัฐบาลพม่าหันหน้าเข้าเจรจา หลังถูกปราบปรามครั้งใหญ่ในรอบหลายปี
สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง (เคเอ็นยู) ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร (9 มิ.ย.) วิงวอนให้นานาประเทศช่วยกันกดดันรัฐบาลทหารพม่าให้หันหน้ามาเจรจากับกลุ่มของตนแทนที่จะดำเนินการปราบปรามอย่างรุนแรง โดยการวิงวอนขอความช่วยเหลือครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่ทางการพม่าได้ทุ่มกำลังทหารปราบปรามกลุ่มเคเอ็นอยู่อย่างหนักจนส่งผลให้มีชาวกะเหรี่ยงร่วม 4,000 คนต้องหนีภัยการสู้รบมายังประเทศไทย
แถลงการณ์ของเคเอ็นยูระบุว่า พวกเขาขอวิงวอนอย่างจริงจังไปยังองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประชาคมโลก ตลอดจนประเทศเพื่อนบ้านและประเทศในภูมิภาคให้ช่วยกดดันรัฐบาลพม่าให้ยอมรับกระบวนการเจรจาในการคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมือง และทางด้านการทหารในประเทศ
ด้านนายเดวิด ทอว์ โฆษกกลุ่มเคเอ็นยู กล่าวว่า กองทัพพม่าได้ระดมยิงอย่างหนัก และพยายามที่จะรุกคืบมายึดฐานที่มั่น 5 แห่งของกะเหรี่ยงเคเอ็นยู ทำให้มีชาวกะเหรี่ยงละทิ้งถิ่นฐานบ้านเรือน หรือออกจากค่ายมายังประเทศไทยเกือบ 4,000 คนแล้วนับถึงวันอังคาร ซึ่งนับเป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีเลยทีเดียว
โฆษกเคเอ็นยูกล่าวด้วยว่าค่ายเลอร์ เปอร์ เฮอร์ในพม่า ซึ่งเป็นที่พักพิงของผู้ลี้ภัยภายในประเทศนั้นถูกทิ้งร้างแล้ว โดยทหารฝ่ายรัฐบาลกับนักรบกะเหรี่ยงพุทธ (ดีเคบีเอ) กำลังพยายามเข้ายึดฐานที่มั่น 5 แห่งของกะเหรี่ยงที่อยู่ภายในอาณาบริเวณของค่ายแห่งนี้ และว่าทหารฝ่ายตรงข้ามถูกฆ่าตายหรือได้รับบาดเจ็บไปราว 25 คนนับตั้งแต่การต่อสู้ปะทุขึ้นช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ไม่ยอมบอกว่าฝ่ายกะเหรี่ยงบาดเจ็บล้มตายเท่าไร
ด้านกลุ่มฟรี เบอร์มา แรงเจอร์ส ซึ่งปฏิบัติการบรรเทาทุกข์อยู่ในพม่า กล่าวว่า มีคนกว่า 3,500 คนข้ามพรมแดนมายังประเทศไทยเพื่อหนีภัยการสู้รบ โดยส่วนใหญ่แล้วชาวกะเหรี่ยงเหล่านี้จะหนีออกมาจากค่ายเลอร์ เปอร์ เฮอร์ ซึ่งเคยเป็นฐานที่มั่นของกะเหรี่ยงเคเอ็นยูมาก่อน
ขณะที่กลุ่มแคมเปญ ฟอร์ เบอร์มา ซึ่งมีฐานอยู่ในกรุงวอชิงตัน สหรัฐ กล่าวว่าสถานการณ์ในขณะนี้นั้นตึงเครียดมาก พร้อมกล่าวหารัฐบาลทหารพม่าว่าที่ปราบปรามชาวกะเหรี่ยงอย่างหนักก็เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจชาวโลกไปจากการพิจารณาคดีนางออง ซาน ซู จี วีรสตรีประชาธิปไตย ในข้อหาละเมิดคำสั่งกักบริเวณ เพราะปกติแล้วทางการจะไม่ปราบปรามชนกลุ่มน้อยในฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่ใช้ปฏิบัติการทางทหารได้ยากลำบากกว่าฤดูอื่น
"เราเชื่อว่าปฏิบัติการทางทหารในปัจจุบันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสาธารณชนจากการพิจารณาคดีนางออง ซาน ซู จี และคำตัดสินที่จะมีตามมา" นายอ่อง ดิน ผู้อำนวยการบริหารของกลุ่มแคมเปญ ฟอร์ เบอร์มา กล่าว



