
เรื่องหลอกลวง
เรื่องหลอกลวง : วันเว้นวัน จันทร์ พุธ ศุกร์ กับ ประภัสสร เสวิกุล
ระยะนี้เมืองไทยดูจะเต็มไปด้วยข่าวคราวต่างๆ และที่น่าประหลาดใจก็คือ ข่าวเหล่านั้นมักจะเกี่ยวข้องกับเรื่องหลอกลวง จนเกิดความรู้สึกว่า คนไทยทุกวันนี้ถูกหลอกกันจนเป็นเรื่องปกติ
เรื่องหลอกๆ ลวงๆ เรื่องแรกคือ เรื่องวุฒิการศึกษา และการมอบปริญญากิตติมศักดิ์ ซึ่งดูเผินๆ เหมือนเมืองไทยเป็นเมืองการศึกษา ที่มีผู้สนใจใฝ่หาวิชาความรู้กันมากมาย จนสถาบันการศึกษาต่างๆ มีการเปิดสอนระดับปริญญาโท ปริญญาเอกกันเกร่อ แต่ตามความเป็นจริงแล้ว หลายคนลงทะเบียนเรียนเพียงเพื่อเอาใบปริญญา โดยมิได้ใฝ่ใจในเนื้อหาหรือองค์ความรู้เท่าใดนัก และสถาบันการศึกษาหลายแห่งก็เป็นประเภท “จ่ายครบจบแน่” คือไม่ได้มีความตั้งใจที่จะถ่ายทอดวิชาความรู้ หากให้ความสำคัญแก่ค่าหน่วยกิตมากกว่า และใครที่มีปัญญาจ่ายเงินได้ครบตามอัตราที่กำหนดก็มีโอกาสค่อนข้างสูงที่จะเรียนจบตามความมุ่งหมาย
ทำไมคนไทยถึงได้คลั่งไคล้ในปริญญา คำตอบก็คือ เพราะปริญญาคือใบเบิกทางให้ก้าวไปสู่ตำแหน่งและหน้าที่การงานที่สูงขึ้น และเงินเดือนที่ดีขึ้น สังคมให้การยอมรับแผ่นกระดาษมากกว่าความรู้ความสามารถหรือความประพฤติของบุคคล ดังนั้น จึงทำให้หลายๆ คนต้องดิ้นรนขวนขวายหาทางได้รับปริญญาที่สูงขึ้นจากเดิม และก็เป็นช่องทางทำมาหากินให้สถาบันการศึกษาปลอมๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อหากินกับคนที่ต้องการปริญญาโท ปริญญาเอก รวมทั้งปริญญากิตติมศักดิ์ จนเกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นอยู่บ่อยๆ
เรื่องหลอกลวงอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นที่อื้อฉาวอยู่ในเวลานี้ คือเรื่องของคนที่แสดงตัวว่าเป็นพระภิกษุ ด้วยการนุ่งห่มก็ดี การประพฤติตนภายนอกทำนองเดียวกับพระสงฆ์ก็ดี การอาศัยอยู่ในวัดหรือสถานปฏิบัติตามเช่นพระสงฆ์ก็ดี แต่เนื้อแท้แล้วบุคคลดังกล่าวหาได้ปฏิบัติตนตามพระธรรมวินัยหรือคำสั่งสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ บางรายสะสมทรัพย์สมบัติหรือแสวงหาลาภสักการะ บางรายประพฤติตนนอกรีตเป็นที่ติเตียนของชาวโลก บางรายอวดอุตริมนุสธรรม บางรายก็สำแดงตนว่าบรรลุพระอรหันต์ และบางรายก็เทศนาสั่งสอนญาติโยมผิดๆ ทั้งที่ไม่รู้จริง หรือคิดว่าตนรู้ดีกว่าบุรพาจารย์ รวมทั้งคนที่ใช้ความเป็นสงฆ์ (ปลอมๆ) ของตน เป็นเครื่องมือทำมาหากินในทางที่ไม่ชอบ เหล่านี้นับว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อศาสนา เพราะหากินบนความศรัทธาของประชาชน และหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อในเรื่องต่างๆ ที่ไม่ถูกต้อง
พุทธศาสนานั้นประกอบด้วยพระรัตนตรัย คือพระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ พระพุทธเจ้านั้นทรงบรรลุธรรมชั้นสูงสุดและเสด็จดับขันธ์ปรินิพพานไป 2,500 กว่าปีแล้ว เหลือเพียงพระพุทธรูปเป็นเครื่องรำลึกถึงพระองค์ให้กราบไหว้บูชา พระธรรมคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าก็เป็นสัจธรรมอันประเสริฐที่ไม่มีผู้ใดโต้แย้งได้ เหลือเพียงพระสงฆ์ซึ่งก็คือมนุษย์ปุถุชน ซึ่งบางครั้งก็หวั่นไหวไปตามกิเลสและนิวรณ์ ยิ่งในยุคปัจจุบันที่พระกับคน และวัดกับบ้าน ใกล้ชิดกันมากกว่าสมัยก่อน และสิ่งยั่วยวนก็มีมากกว่าเมื่อก่อน จึงทำให้พระที่จิตใจไม่เข้มแข็งพอตบะแตกได้ง่ายๆ
พุทธศาสนานั้นประกอบด้วยองค์สามอย่างที่ทราบกัน เมื่อพระพุทธ และพระธรรมบริสุทธิ์แล้ว ทำอย่างไรถึงจะทำให้พระสงฆ์บริสุทธิ์ด้วยได้ เพื่อที่จะได้มีดวงแก้วที่ผ่องใสครบทั้งสามดวง เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของเราท่านที่เป็นคนนอกวัดทั้งหลายจะต้องช่วยกันครับ คือช่วยด้วยการนับถือพุทธศาสนาที่แก่นคือพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่แค่พิธีกรรมของพระสงฆ์ ไม่ว่าจะเป็นเวทมนตร์ คาถาอาคม หรือความเชื่อทางไสยศาสตร์ และพิจารณาพระภิกษุสงฆ์ให้ถ่องแท้ด้วยสติปัญญา มิใช่ด้วยความงมงาย หรือลุ่มหลง และที่สำคัญก็คือ ช่วยกันรักษาศีลของพระภิกษุให้บริสุทธิ์ด้วยการไม่ถวายเงินทองหรือปัจจัยอื่นที่เกินความจำเป็น
พระสงฆ์ที่ดีคือผู้เผยแผ่พระธรรม ครองตนในความพอเพียง ตั้งอยู่ในความมีสติ ไม่ละโมบในลาภ ยศ สรรเสริญ พระสงฆ์ที่ดีไม่ใช่พระที่เพ้อเจ้อ พูดอะไรเรื่อยเปื่อย ปรารถนาในความสุข ความสะดวก ความสบาย และเงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง เหมือนชาวบ้าน ถ้าพระสงฆ์รูปใดยังตัดกิเลสไม่ขาดก็น่าจะสึกไปทำอย่างอื่นจะเป็นกุศลกว่าการมาหลอกลวงประชาชน
ครับ จะบาปก็ต้องยอมบาป วันนี้ขอขึ้นธรรมาสน์เทศน์ว่าพระปลอมสักวันเถอะครับ



