ข่าว

เปิดอุทยาน'เอสเคพี'ดันไทยศูนย์กลางธุรกิจอวกาศ

เปิดอุทยาน'เอสเคพี'ดันไทยศูนย์กลางธุรกิจอวกาศ

14 ก.ค. 2556

เปิดอุทยาน'เอสเคพี' ดันไทยศูนย์กลางธุรกิจอวกาศ : รายงาน

              พื้นที่กว่า 120 ไร่ ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ถูกเนรมิตให้เป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาด้านเทคโนโลยีอวกาศ ภายใต้ชื่อ "อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ" (Space Krenovation Park) หรือเรียกสั้นๆ ว่า "เอสเคพี" ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือจิสด้า กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งตั้งเป้าจะผลักดันให้เกิดแรงบันดาลใจให้นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างนวัตกรรมด้านอวกาศ นำไปสู่การต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ที่จะขับเคลื่อนให้ไทยเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศในภูมิภาคอาเซียน และในระดับโลกในอนาคต

              "อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ" เปิดใช้งานแล้วประมาณร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด และคาดว่าจะเปิดใช้อย่างสมบูรณ์ในปี 2560 ซึ่งภายในจัดแบ่งโซนตามภาระงาน เช่น สถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียม ทำหน้าที่ผลิตข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม ที่ได้จากดาวเทียมไทยโชต ซึ่งเป็นดาวเทียมสำรวจทรัพยากรของประเทศไทย รวมถึงดาวเทียมพันธมิตร ของสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ

              ภาพถ่ายดาวเทียมดังกล่าว จะถูกจำหน่ายให้แก่หน่วยงานหรือองค์กร ที่ต้องการภาพถ่ายดาวเทียมไปใช้อ้างอิงด้านภูมิศาสตร์ เพื่อพัฒนาการเกษตร ป่าไม้ งานด้านสิ่งแวดล้อม งานแผนที่ ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรชายฝั่ง รวมถึงการจัดการภัยพิบัติ

              ศูนย์บ่มเพาะธุรกิจเทคโนโลยีสำรวจโลก อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ให้บริษัทเอกชนเช่าทำงานวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เกิดจากการต่อยอดความรู้เทคโนโลยีด้านอวกาศ ศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านภูมิสารสนเทศ จะถูกใช้เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมเผยแพร่องค์ความรู้สำหรับการวิจัยและพัฒนาด้านอวกาศ

              นอกจากนี้ยังมี พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสำรวจโลก ใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่เข้าเยี่ยมชม 

              ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีอวกาศ เพื่อวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านดาวเทียมสำรวจโลก และเทคโนโลยีอวกาศอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งการพัฒนานั้นจะเริ่มต้นจากการผลิตดาวเทียมขนาดจิ๋วเพื่อใช้งานในอวกาศ 
 
              นอกจากนี้ยังมี ศูนย์ผลิตข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและข้อมูลภูมิสารสนเทศด้านภัยพิบัติ ซึ่งเป็นศูนย์ผลิตและประมวลผลข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมด้านภัยพิบัติ เพื่อรองรับการบริหารการจัดการทรัพยากรน้ำ การจัดทำแผนที่ ที่ให้บริการแก่หน่วยงานต่างๆ แบบออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง   ศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรมด้านอวกาศ เพื่อบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ ที่ต้องการสร้างธุรกิจที่ใช้เทคโนโลยีด้านอวกาศและภูมิสารสนเทศ

              ดร.เชาวลิต ศิลปทอง รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) ให้ข้อมูลว่า "อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ" จะถูกใช้เป็นเวทีกลางในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศของประเทศไทยให้ก้าวไปสู่ศูนย์กลางธุรกิจด้านอวกาศ ในภูมิภาคอาเซียน

              "เรามีบริษัทดาวเทียมอันดับ 2 และ 6 ของโลก มาอยู่ในพื้นที่อุทยานแล้ว และกำลังเจรจากับสถาบันการศึกษาที่สอนด้านวิศวกรรมการบินและอวกาศ และผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในประเทศ เพื่อต่อยอดผลิตวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในธุรกิจด้านอวกาศ เช่น ดาวเทียม เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งยานอวกาศ" ดร.เชาวลิต กล่าว

              ด้าน ดร.อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ในอดีตธุรกิจด้านอวกาศที่ไทยทำคือการจำหน่ายภาพถ่ายจากดาวเทียมเท่านั้น ทั้งที่ธุรกิจด้านเทคโนโลยีอวกาศยังมีอีกหลายอย่าง จึงมีแนวคิดที่จะสร้าง "อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ" ขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และผลักดันให้ไทยก้าวไปสู่ผู้นำด้านเทคโนโลยีอวกาศให้ได้

              หน่วยงานด้านเทคโนโลยีอวกาศในหลายประเทศ แม้กระทั่งองค์การนาซาของสหรัฐ ต่างมีแนวคิดที่จะสร้างอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจด้านอวกาศขึ้นภายในประเทศเพื่อเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีอวกาศของโลก

              น่าจับตาดูว่า "อุทยานรังสรรค์นวัตกรรมด้านอวกาศ" ของไทยแห่งนี้ จะมีศักยภาพเพียงพอที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีด้านอวกาศของภูมิภาคและของโลกในอนาคตได้หรือไม่

...............................

(หมายเหตุ : เปิดอุทยาน'เอสเคพี' ดันไทยศูนย์กลางธุรกิจอวกาศ : รายงาน)