ข่าว

'หมอวรงค์'แฉกลโกง'จำนำข้าว'

'หมอวรงค์'แฉกลโกง'จำนำข้าว'

13 ก.ค. 2556

'หมอวรงค์' แฉกลโกง 'จำนำข้าว' ชี้เปลี่ยนตัวละครเดินเกม ใช้ผู้หญิงเซ็นชื่อภาษาจีนซื้อข้าว 'จีทูจี' เตรียมยกคณะบุกทำเนียบ จับผิด 'ทีโออาร์' ประมูลข้าว

 

                           13 ก.ค.56 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า กรณีที่รัฐบาลออกมายืนยันว่าเป็นเรื่องปกติ เกี่ยวกับเช็ค 80,000 บาท ในการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี ทั้งที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบพบพิรุธว่า ตนขอย้ำว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องผิดปกติ เพราะไม่มีประเทศไหนที่ซื้อข้าวแบบจีทูจี โดยรับข้าวทีและจ่ายเงินที นอกจากจะเป็น “เสี่ยเปี๊ยก” หรือ “เสี่ยเปี๋ยง” เป็นคนซื้อ จึงอยากฝากไปยังรัฐบาลหากแน่จริง ขอให้เอาความเห็นของรัฐบาลไปชี้แจงต่อป.ป.ช.ซึ่งจะเป็นการผูกมัดตัวเองต่อป.ป.ช.อย่างแท้จริง

                           “จากการติดตามตรวจสอบการระบายข้าวของรัฐบาล พบสิ่งผิดปกติเพิ่มขึ้น จากเดิมผมเคยระบุว่า การระบายข้าวของรัฐบาล โดยมีนายปาล์ม ที่มอบอำนาจให้นายโจ และนำไปขายข้าวต่อให้โรงสี ซึ่งข้อมูลล่าสุด ผมทราบมาว่า มีกลุ่มธุรกิจ ที่ใกล้ชิดรัฐบาลได้เปลี่ยนตัวละครซื้อขายข้าวแบบจีทูจี เป็นผู้หญิง เซ็นชื่อในใบค้าข้าว เป็นภาษาจีน และมอบใบดังกล่าว ให้กับผู้ซื้อข้าวไปรับข้าวจากโกดังของรัฐบาลเลย จึงอยากให้รัฐบาลชี้แจงว่า ผู้หญิงคนดังกล่าวเป็นใคร เป็นตัวแทนของรัฐบาลจากประเทศไหน ถึงมาซื้อข้าวจากในโกดังรัฐบาล ถ้าไม่ใช่ตัวแทนรัฐบาลจากต่างประเทศ แล้วมีใบประกอบกิจการค้าข้าวหรือไม่ โดยผมได้หลักฐานมาจากผู้หวังดีว่าผู้หญิงคนดังกล่าว มีความใกล้ชิดกับบริษัทค้าข้าวของไทยที่มีความใกล้ชิดกับรัฐบาล เท่ากับว่า การระบายข้าวแบบจีทูจี ยังมีการทุจริตไม่หยุด เพียงแต่เปลี่ยนตัวละครเล่น ทั้งนี้ผมกำลังให้ผู้เชี่ยวชาญแกะลายเซ็นดังกล่าวว่ามีความหมายอย่างไร” นพ.วรงค์ กล่าว

                           นพ.วรงค์ กล่าวว่า กรณีที่รัฐบาลตั้งเป้าจะระบายข้าว ให้ได้เดือนละ 500,000-1,000,000 ตันนั้น นพ.วรงค์ กล่าวว่า ตนทราบมาว่า รัฐบาลเตรียมกำหนดทีโออาร์ โดยตั้งเงื่อนไขว่า ผู้ที่มีประมูลซื้อข้าว จะต้องรับไปตามสภาพที่เป็นอยู่ ซึ่งจะเป็นการเอื้อประโยชน์ให้คนในที่รู้ว่า สภาพข้าวโกดังไหน มีคุณภาพเป็นอย่างไร ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขแบบนี้ จะทำให้บริษัทอื่นไม่กล้าเข้าประมูล จึงถือเป็นการเอื้อประโยชน์ให้คนใกล้ชิดรัฐบาล

                           ดังนั้นอยากเสนอให้รัฐบาล กำหนดเงื่อนไขในทีโออาร์ว่า ข้าวที่จะประมูลต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อแสดงว่า รัฐบาลกล้าประกันคุณภาพข้าว เป็นการเปิดกว้างให้คนอื่นกล้าเข้าประมูลมากขึ้น ส่วนที่ทีมโฆษกรัฐบาลตอบโต้ว่า การล้อมกองหยอดข้าวลงหลุมไม่สามารถทำได้ และท้าให้ตนสาธิตให้ดูนั้น ยืนยันว่า เป็นเรื่องที่ทำได้ มีการเอาข้าวเสียไปหยอดอยู่ตรงกลางกองข้าวดี ดังนั้นตนขอรับคำท้า โดยในวันที่ 15 ก.ค.นี้ เวลา 10.30 น. ตนและคณะ จะเดินทางไปทำเนียบรัฐบาล เพื่อไปสาธิตวิธีหยอดข้าวลงหลุมให้ดู

 

'มัลลิกา' บี้ 'อนุดิษฐ์' จัดการ 'โอ๊ค' หลังโพสต์ผังคนล้มข้าว

 

                           น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการเสื่อสาร (ไอซีที) เตรียมใช้พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ สกัดกั้นประชาชนที่ตั้งคำถามหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สารพิษในโครงการรับจำนำข้าวว่า ขอเรียกร้องว่าบุคคลที่ไอซีทีควรดำเนินการเป็นบุคคลแรกคือ นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ออกมาระบุว่ามีกระบวนการล้มโครงการจำนำข้าว โดยมีการเชื่อมโยงสะเปะสะปะและระบุชื่อบุคคลต่างๆ อาทิ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมกลบเกลื่อนความผิดของรัฐบาล และใส่ร้ายป้ายสี ผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์อย่างชัดเจน ไอซีทีควรดำเนินการกับนายพานทองแท้ก่อน ทั้งนี้ การที่ประชาชนมาตั้งคำถามหรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวนั้น เป็นการดำเนินการด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์และคุ้มครองผู้บริโภค ดังนั้นหากจะให้กฎหมายเพื่อเป็นตัวอย่างให้สังคมก็ควรจะใช้อย่างถูกที่ถูกทางขอให้แก้ปัญหาตรงจุด ไม่ใช่สกัดกั้นการตั้งคำถามเช่นนี้

 

'ชวนนท์' แนะ 'นายกฯ' คัดคนคุณภาพทำงานเพื่อประโยชน์ปท.

 

                           นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า จากการบริหารงาน 2 ปีของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร พบว่ามีหลายเรื่องที่รัฐบาลบริหารแบบไร้ประสิทธิภาพ ขาดข้อมูล ข้อเท็จจริง ให้ตัวเลขที่ผิดพลาดต่อสังคม เท่ากับเป็นการบริหารที่มั่ว คือ 1.มั่วข้อมูลในโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท เช่น กรณีที่นายสุพจน์ โตวิจักษณ์ชัยกุล เลขาธิการสำนักนโยบายและบริหารจัดการน้ำและอุทกภัยแห่งชาติ (สบอช.) ระบุว่าการไม่กำหนดราคากลางเป็นความเห็นสอดคล้อง กับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งไม่เป็นความจริง และป.ป.ช.ก็ออกมายืนยันแล้วว่า จะต้องมีการเปิดเผยราคากลาง 2.มั่วการบริหารโครงการรับจำนำข้าว จนเกิดความเสียหายต่อประเทศ 3.มั่วตัวเลขเรื่องหนี้สินครัวเรือนว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ มีหนี้สินภาคครัวเรือนสูงกว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทั้งๆที่มีหลายสถาบันเช่น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และกระทรวงการคลัง ออกมายืนยันตรงกันว่า หนี้ครัวเรือนของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มากกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์

                           “ผมอยากแนะนำไปยังนายกฯว่า ควรคัดคนที่มีคุณภาพเข้ามาทำงานให้เกิดประโยชน์กับประเทศ ไม่ใช่ออกมาตอบโต้ อย่างหาสาระไม่ได้ และนายกฯ ควรมุ่งมั่นแก้ปัญหาอย่างแท้จริง ไม่ใช่นั่งยิ้มแฉ่งเป็นประธานการประชุมต่างๆ แต่กลับหาสาระไม่ได้เลย โดยเฉพาะหลังเป็นประธานการประชุมแก้ปัญหาเรื่องค่าครองชีพ นายกฯ บอกว่าสามารถคุมค่าครองชีพได้ แต่กลับปล่อยให้กระทรวงพลังงานขึ้นราคาแก๊สแอลพีจี ในวันที่ 1 ก.ย. เท่ากับว่า ในปีหน้าเราจะได้ใช้แก๊สแอลพีจี ในราคาที่เพิ่มขึ้นกิโลกรัมละ 6 บาท ซึ่งจะทำให้ตายกันทั้งประเทศ ยังไม่รวมกับที่มีการขึ้นราคาน้ำมันอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งราคาพืชผัก ผลไม้ก็พุ่งสูงขึ้นทุกชนิด” นายชวนนท์ กล่าว