
จับหนุ่มมุกดาหารสั่งไอซ์ข้ามโขงขายพัทยา
ตำรวจพัทยาจับหนุ่มมุกดาหารสั่งยาไอซ์ข้ามลำน้ำโขงมาขายให้เอเย่นต์ในเมืองพัทยา ยึดของกลาง 4 กก. มูลค่า 12 ล.
วันที่ 13 ก.ค.56 เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี พ.ต.อ.สุวรรณ์ เชี่ยวนาวินธวัช ผกก.สภ.เมืองพัทยา พ.ต.ท.ภูมิสิทธิ์ สิงห์เถื่อน รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พิเชษฐ ศิรินันท์ สว.สส. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายสุพร พาลึก หรือไก่ อายุ 36 ปี เอเย่นต์ค้ายาไอซ์รายใหญ่ อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 3 ต.โพนทราย อ.เมือง จ.มุกดาหาร พร้อมของกลางยาไอซ์จำนวน 5 ถุง น้ำหนักรวม 4.1 กิโลกรัม รถยนต์ปิกอัพ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ทะเบียน ผข-3098 อุดรธานี 1 คัน บัตรเอทีเอ็มธนาคารออมสิน 1 ใบ และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
พล.ต.ต.คัชชา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้จับกุมตัวนายอาทิตย์ หรือทิด วณาไธสง อายุ 26 ปี พร้อมยาไอซ์ 0.49 กรัม โดยเจ้าตัวซัดทอดว่าซื้อมาจากนางวรรณฤดี ทรัพย์พร้อม อายุ 45 ปี ตำรวจจึงตามไปจับกุมตัวนางวรรณฤดี ได้พร้อมของกลางยาไอซ์ 0.35 กรัม ขณะเดินกลับบ้านในซอยยายเหลา สอบสวนนางวรรณฤดี ให้การรับสารภาพว่าติดต่อซื้อยาไอซ์มาจาก นายสุพร พาลึก หรือไก่ เอเย่นต์ใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสาน
ต่อมาเจ้าหน้าที่จึงวางแผนให้โทรศัพท์ติดต่อล่อซื้อยาไอซ์จำนวน 1 ขีด โดยนัดหมายกันที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ตรงข้ามศูนย์รถยนต์อีซูซุ ถ.มิตรภาพ ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมกับประสาน พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.4 เจ้าของพื้นที่ เมื่อนายสุพร ขับรถปิกอัพนำยาไอซ์มาส่งให้ กำลังตำรวจที่ซุ่มอยู่ใกล้เคียงจึงแสดงตัวเข้าจับกุม ก่อนพาไปตรวจค้นที่บ้านเช่าใน ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พบของกลางยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่อีก 4 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 12 ล้านบาท สอบสวนนายสุพร ให้การรับสารภาพว่า สั่งซื้อยาไอซ์มาจากนายม๊อก สัญชาติลาว ในราคากิโลกรัมละ 1,000,000 บาท โดยจะนัดหมายให้ไปรับยาที่ริมฝั่งโขง ซึ่งนายม๊อก จะนั่งเรือข้ามลำน้ำโขงมาส่งให้ ก่อนจะนำมาจำหน่ายต่อที่ฝั่งไทยในราคากิโลกรัมละ 1,500,000 บาท และเมื่อปี 2554 ยังเคยถูกจับกุมข้อหามีระเบิดไว้ในครอบครองมาแล้ว
ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้นจึงได้ส่งข้อมูลทั้งหมดให้ตำรวจภูธรภาค 4 นำไปขยายผลกวาดล้างยาเสพติดบริเวณชายแดนไทย-ลาว เพื่อจับกุมเอเย่นต์ใหญ่มาดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหารายนี้ได้แจ้งข้อกล่าวหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คนร้ายบุกงัดร้านอาหารเกาหลีชานเมืองศรีราชาได้ทรัพย์สินไปกว่า 7 หมื่นบาท
เมื่อเวลา 11.30 น. ร.ต.ท.สมคิด บุญลอย ร้อยเวรสภ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจากสายตรวจตู้ยามนาพร้าวว่ามีคนร้ายบุกงัดร้านอาหารเกาหลีชื่อโซลนามูเลขที่70/3 หมู่7 ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชาซึ่งเป็นร้านอาหารเกาหลีชื่อดังตั้งอยู่ชานเมืองศรีราชาและเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินภายในร้านไปหลายอย่าง ให้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุในที่เกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าคนร้ายได้ถอดบานกระจกขนาด 40 X 40 นิ้วที่หน้าร้านโดยใช้เหล็กแซะไม้ขอบกระจกออกแล้วเข้าไปในร้านโดยนำกระจกไปวางไว้ที่เก้าอี้ภายในร้านแล้วเมื่อได้ทรัพย์สินแล้วก็เปิดประตูหลังร้านขนเอาทรัพย์สินไป
สอบสวนน.ส.วิชุดา ศรีโกตะเพ็ชร อายุ 25 ปี เจ้าของร้านอาหารเกาหลีชื่อโซลนามู ได้ให้การว่าที่ร้านไม่มีคนนอนเฝ้าหลังจากปิดร้านประมาณเที่ยงคืนตนเองและพนักงานภายในร้านก็แยกย้ายกันออกไปพักที่บ้าน จนมาเมื่อช่วง 11.00 น.มาเปิดร้านก็พบว่าถูกงัดบานกระจกออกหน้าร้านแล้วเข้าไปรื้อค้นทรัพย์สินมี โทรทัศน์สีจอแบนยี่ห้อซัมซุง 42 นิ้ว 1 เครื่อง โน๊ตบุ๊กยี่ห้อชาร์ป 1 เครื่อง คอมพิวเตอร์พร้อมซีพียู 1 ชุด เหล้าโสมที่ตั้งโชว์ไว้ 5 ขวด วิสกี้ไทย 2 ขวด วิสกี้นอก 2 ขวด ไฟเบอตัดเหล็ก 1 อัน และพบว่าประตูด้านหลังร้านถูกเปิดเอาไว้คาดว่าคนร้ายคงนำรถมาจอดไว้ที่ด้านหลังร้านแล้วขนเอาทรัพย์สินขึ้นรถหลบหนีไปรวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกคนร้ายเอาไปทั้งหมดประมาณ 70,000 บาท
ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่าคงเป็นคนที่คุ้นเคยกับทางร้านดีจึงรู้ว่าแค่แงะขอบไม้กระจกก็สามารถนำบานกระจกออกแล้วเข้าไปในร้านได้แล้วรื้อค้นเอาทรัพย์สินแล้วนำออกไปทางด้านหลังร้านแล้วหลบหนีไป ซึ่งจะต้องนำบานกระจกไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงเพื่อหาตัวคนร้ายและสอบสวนหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ซึ่งคาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 2 คนมาดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป



