
อาละวาด!แก๊งปาหินกระจกรถทัวร์หวิดเกิดอุบัติเหตุ
รถทัวร์ขอนแก่นหวิดเกิดอุบัติเหตุ ถูกปาก้อนหินจนกระจกฝั่งคนขับร้าวเกือบทะลุ
วันที่ 13 ก.ค.5 เมื่อเวลา 00.05 น. ได้รับแจ้งว่า รถทัวร์โดยสารของบริษัทชาญทัวร์ สายหนองคาย-กรุงเทพ หมายเลขทะเบียน 10-7563 ขอนแก่น หมายเลขข้างรถ 23-9 ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวนได้ใช้ก้อนหินขว้างใส่ถูกบริเวณกระจกหน้ารถฝั่งคนขับ ทำให้กระจกร้าวเกือบทะลุเข้าห้องคนขับ ระหว่างที่ขับเพื่อเข้าเมืองขอนแก่นที่บริเวณ หน้าสำนักงานขนส่งขอนแก่นแห่งที่ 2 ถนนมิตรภาพ ต.สำราญ อ.เมืองขอนแก่น และเกือบเกิดอุบัติเหตุแต่คนขับมีสติประคับประคองรถเข้าเมือง
นายมนูญ อะโต อายุ 30 ปี พนักงานขับรถทัวร์โดยสารคันดังกล่าวเปิดเผยว่า หลังจากรับผู้โดยสารจากต้นทางจังหวัดหนองคายเกือบ 30 คน เพื่อไปยังปลายทาง กทม. โดยออกจาก หนองคายเมื่อเวลา 21.00 น. แต่เมื่อเวลาเกือบเที่ยงคืน ขณะที่กำลังก่อนถึงสถานีขนส่งแห่งที่ 2 ซึ่งอยู่ที่ต.สำราญ ซึ่งค่อนข้างเปลี่ยวและมืด ได้มีก้อนหินพุ่งออกมาจากข้างทางเข้าบริเวณกระจกด้านหน้าฝั่งคนขับพอดี จนเกิดรอยร้าวและเกือบทะลุ ซึ่งโชคดีที่กระจกไม่แตก เพราะถ้าแตกก้อนหินอาจจะพุ่งเข้าไปในตัวรถอาจทำให้เกิดอันตรายบาดเจ็บ และอาจเสียการควบคุคมจนเกิดอุบัติเหตุที่อันตรายกว่าตามมาได้
บริเวณเกิดเหตุเป็นที่เปลี่ยว และเคยรู้ว่าที่ถนนมิตรภาพหลายจุด รวมทั้งที่ต.สำราญ เคยมีเหตุปาหินมาก่อนแล้วหลายครั้ง จึงไม่จอดเกรงว่าจะมีมิจฉาชีพดักรออยู่ อาจจะเกิดอันตรายกับตนและผู้โดยสารได้ อาจจะจึงขับรถต่อไปโดยแวะไปที่อู่เติมน้ำมันเพื่อตรวจสภาพความเสียหาย
พ.ต.ท.ชุมพล หันชะนา รองผู้กำกับการสืบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า เหตุคนร้ายใช้ก้อนหินใส่กระจกรถทัวร์โดยสารของบริษัทชาญทัวร์สายหนองคาย-กรุงเทพ ขณะนี้ทางผู้เสียหายยังไม่ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับตำรวจ แต่ตำรวจไม่นิ่งนอนใจ จะจัดตำรวจซุ่มดูพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่จุดเกิดเหตุและใกล้เคียง
ซึ่งแก๊งปาหินในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นไม่ได้รับรายงานว่าเคยมีเหตุมานานแล้ว แต่อย่างไรก็ตามจะได้ประสานไปยังนายมนูญ อะโต พนักงานขับรถทัวร์โดยสารคันดังกล่าวมาให้รายละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งขอความร่วมมือประชาชนที่เคยถูกคนร้ายปาหินใส่กระจกแล้วไม่ได้แจ้งความ ให้เข้าให้รายละเอียดกับตำรวจท้องที่ เพื่อจะได้ติดตามร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย เพราะถือว่าเป็นภัยสังคมที่อันตรายร้ายแรง ซึ่งนำมาสู่ความเสียหายของทรัพย์สินและอาจได้รับอันตรายบาดเจ็บถึงขั้นเสียชีวิตได้



