ข่าว

ร้องเทศบาลขอนแก่นแก้รง.ปล่อยของเสีย

ร้องเทศบาลขอนแก่นแก้รง.ปล่อยของเสีย

15 ก.ค. 2556

ร้องเทศบาลเมืองเก่าขอนแก่น แก้โรงงานปล่อยของเสียกวนชาวบ้าน : จิติมา จันพรม ... รายงาน

 

                            ความเจริญเติบโตของตัวเมืองขอนแก่นเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทำให้ชุมชนขยายออกไป โรงงานที่เคยอยู่ห่างไกล ก็กลายเป็นอยู่ในแหล่งชุมชน ความแออัดที่ขยายตัวเข้ามาทำให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะผลกระทบจากโรงงานที่อยู่ใกล้ชุมชน

                            ดังเช่นบ้านเลขที่ 225 หมู่ 8 นายผุย อ่อนโพธิธา อายุ 80 ปี และนางหวาด อ่อนโพธิธา อายุ 76 ปี สองสามีภรรยา ที่ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ต้องนอนดมกลิ่นเหม็นที่โชยจากโรงงานใกล้บ้านตลอดเวลา นายผุย บอกว่า อาศัยอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2531 ก่อนที่โรงงานจะมาตั้ง โดยมีอาชีพทำนา แต่หลังจากโรงงานมาเปิดก็เริ่มได้รับผลกระทบมาโดยตลอด ทางโรงงานบอกว่า ถ้ามีปัญหาอะไรก็ให้โทรบอก แต่ก็ไม่มีการช่วยเหลืออะไรมากกว่ากระเช้าเยี่ยมไข้ เวลาเจ็บป่วยหนักเท่านั้น ตอนนี้อยากให้ทางโรงงานมาเยียวยา อยากย้ายไปอยู่ที่อื่น แต่ไม่รู้จะไปไหน เพราะบ้านนี้เป็นบ้านที่อาศัยมานาน ไม่มีเงินที่จะไปซื้อที่ใหม่

                            เช่นเดียวกับ นางวัชราภรณ์ วานิชชัง บอกว่า ลูกทั้ง 2 คน ต้องกลายเป็นผู้ป่วยภูมิแพ้ ไปพบแพทย์บอกว่าคงต้องอาศัยยาไปตลอดชีวิต ถ้าหากว่าต้องอาศัยอยู่ใกล้โรงงาน ซึ่งมีกลิ่นเหม็นและมีควันพิษออกมา พยายามหาวิธีการป้องกัน รวมทั้งติดแอร์จะได้ปิดห้องให้สนิท ป้องกันไม่ให้กลิ่นหรือฝุ่นละอองเข้าบ้านได้ แต่ก็ไม่สามารถป้องกันได้ จึงร้องขอให้ทางเทศบาลตำบลเมืองเก่าเข้าไปช่วยเหลือและดูแลแก้ปัญหาให้ด้วย มีหลายหลังย้ายหนีไปแล้วเพราะทนไม่ไหว และรู้ว่าอยู่ต่อไปก็สู้ไม่ไหว

                            ตัวแทนชาวบ้านบ้านขามเจริญ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่รอบโรงงานขอนแก่นแหอวน ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกเทศมนตรีตำบลเมืองเก่า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ว่า ได้รับผลกระทบจากการปล่อยของเสีย ทั้งน้ำ กลิ่น ควัน และเสียง จากการประกอบกิจการของโรงงานแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้เคียง จนทำให้เกิดความเดือดร้อนกระทบต่อสุขภาพผู้อาศัยรอบโรงงานเป็นอย่างมาก

                            นางมยุรี อุ่นพลทอง อยู่บ้านเลขที่ 205 หมู่ 8 บ้านขามเจริญ เปิดเผยว่า ต้องทนอยู่กับกลิ่นที่มาพร้อมกับควันดำ คาดว่าน่าจะเกิดจากการเผาไหม้ของถ่านหินที่โรงงานใช้เป็นเชื้อเพลิงและยังมีกลิ่นเหม็นไหม้พลาสติก เคยแจ้งปัญหาต่อโรงงานมาแล้วเมื่อเดือน กันยายน 2554 และมีการประชุมร่วมกับตัวแทนบริษัทมาแล้ว 2 ครั้งในปีนั้น ว่าจะมีการแก้ไขปัญหา โดยพาเข้าชมโรงงานอย่างเปิดเผย ซึ่งทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนก็เชื่อมั่นว่าทางโรงงานจะแก้ปัญหาให้

                            แต่ที่ผ่านยอมรับว่าโรงงานพูดคุยดี โดยบอกว่ามีปัญหาอะไรให้โทรไปบอก ซึ่งหลายคนโทรไปบอกก็แค่มาเยี่ยม แต่ไม่ได้แก้ปัญหาให้หมดไป จึงขอให้เทศบาลเข้าตรวจสอบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข รวมทั้งขอให้มีการย้ายโรงงานออกไปที่แห่งใหม่ เพราะขณะนี้สภาพแวดล้อมโดยรอบโรงงานมีสภาพที่ย่ำแย่มาก เคยเรียกร้องให้หันมาใช้เชื้อเพลิงบริสุทธิ์ แต่รอมาจน 2 ปี ก็ไม่มีการแก้ไขปัญหา ทำให้คนที่ป่วยอยู่แล้วป่วยหนักยิ่งขึ้น จนทนไม่ไหวต้องมาร้องเรียนขอให้เทศบาลตำบลเมืองเก่าเข้าไปช่วยเหลือแก้ปัญหา 

                            ด้าน น.ส.แรกขวัญ บุตรเวียงพันธ์ ปลัดเทศบาลตำบลเมืองเก่า ได้เป็นตัวแทนรับหนังสือและบอกว่า ได้รับเรื่องและจะเร่งแก้ปัญหาโดยจะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและอุตสาหกรรม ส่วนข้อที่ชาวบ้านร้องขอให้ย้ายโรงงานไปที่แห่งใหม่นั้น เป็นเรื่องที่ต้องมีการประชุมพูดคุยกับหลายหน่วยงาน เทศบาลไม่มีอำนาจที่จะไปสั่งการได้โดยตรง ส่วนด้านสุขภาพเป็นหน้าที่ฝ่ายสาธารณสุขของเทศบาลที่จะเข้าไปดูแลโดยตรงอยู่แล้ว

                            ฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น เมื่อได้รับเรื่องจากเทศบาลก็ลงพื้นที่ตรวจสภาพโดยรอบโรงงาน โดยนายภาวีร์ ม่วงน้อย หัวหน้าฝ่ายโรงงานอุตสาหกรรมขอน แก่น กล่าวว่า ได้ไปตรวจดูบ้านพักอาศัยที่อยู่รอบโรงงานและมีรั้วบ้านติดโรงงานพบว่ามีกลิ่นเหม็นโชยมาเป็นระยะ เนื่องบริเวณติดกับส่วนของบ่อบำบัดน้ำเสียและใกล้ปล่องควันอีกด้วย ส่วนอีกฝั่งด้านจะมีกลิ่นโรงทอเส้น ซึ่งอยู่ใกล้กับส่วนการผลิตฉีดเม็ดพลาสติก

                            "เมื่อได้รับเรื่องร้องเรียนก็มาตรวจสอบ ผลเป็นอย่างไรก็จะนำข้อมูลหารือและหามาตรการดำเนินร่วมกันกับทั้งโรงงานและเทศบาล เพื่อแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป โดยเฉพาะโรงงานจะต้องรับผิดชอบต่อสังคม มีมาตรการที่ดี โดยการใช้หลักธรรมาภิบาล ถ้าโรงงานมีความจริง ใส่ใจชุมชน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม จะได้รับการยอมรับจากชุมชนทำให้สามารถแก้ปัญหาได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน" นายภาวีร์กล่าว

                            ขณะที่ นายชัยวัฒน์ มิลินจารุวัฒน์ ผจก.โรงงาน ได้ชี้แจงว่า ตั้งแต่ได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านในช่วงปลายปี 2554 ทางโรงงานได้มีการพูดคุยหารือร่วมกันและแลกเปลี่ยนข่าวสารกับชาวบ้าน ถึงการจัดการแก้ไขปัญหาทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องกลิ่นและเสียง จนกระทั่งถึง มีนาคม 2555 ยอมรับทิ้งช่วงการพบปะกับชาวบ้านรอบโรงงาน เพราะเป็นช่วงตอบโต้กับค่าแรงที่ปรับขึ้น 300 บาท เพื่อให้ชัดเจนมีการตรวจสอบตัวเองพยายามพูดคุย ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาลดไปมาก แต่อาจยังไม่ถึงจุดที่ชาวบ้านพึงพอใจ ในการแก้ปัญหาก็ยังมีอย่างต่อเนื่อง เพราะได้แจ้งต่อชาวบ้านว่า ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้น ให้แจ้งได้ทันที เพื่อที่โรงงานจะรีบเข้าไปแก้ไขและดูแลถ้าได้รับผลกระทบ แต่ไม่ค่อยได้มีการสื่อข่าวสารถึงชาวบ้านโดยตรง ถึงสิ่งที่โรงงานกำลังทำ ทำเสร็จแล้วหรือบางเรื่องกำลังอยู่ระหว่างการแก้ปัญหา          

                            "เมื่อชาวบ้านร้องเรียนทางโรงงานก็ไม่นิ่งเฉย ได้มีการเข้าไปตรวจสอบจุดที่บกพร่องหรืออาจจะเป็นสาเหตุของปัญหา จากนี้ไปทางโรงงานจะได้ทำแผนพัฒนาร่วมกันกับทั้งเทศบาล อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อมและชาวบ้าน ซึ่งจะต้องขึ้นมาในรูปคณะกรรมการ ขอให้ชาวบ้านมั่นใจว่าโรงงานไม่ละเลย เพื่อให้ชุมชนกับโรงงานอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข อีกอย่างเราเป็นโรงงานขนาดใหญ่ได้รับการยอมรับถึงมาตรฐานการผลิต ให้ความสำคัญต่อสังคมสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของทุกคนมาโดยตลอด ซึ่งเสียงและกลิ่นที่เกิดขึ้นต้องยอมรับมีตลอดเวลา เพราะโรงงานเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อวัดค่าความดัง ก็อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ทั้งในและนอกโรงงาน ส่วนกลิ่นถ้าเล็ดลอดออกไปจุดไหนก็จะพยายามกำจัดให้เร็วที่สุด" นายชัยวัฒน์ กล่าว

 

 

-------------------------

(ร้องเทศบาลเมืองเก่าขอนแก่น แก้โรงงานปล่อยของเสียกวนชาวบ้าน : จิติมา จันพรม ... รายงาน)