
ไฟไหม้!อู่อะไหล่รถบรรทุกเสียหายนับล้าน
ไฟไหม้! อู่อะไหล่รถบรรทุกและเครื่องมือหนักกลางเมืองนครปฐม เสียหายหลายล้านบาท คาดสาเหตุเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร
12 ก.ค.56 ร.ต.ท.อมรชัย ฤกษ์ดี พนักงานสอบสวน สภ.สามควายเผือก จ.นครปฐม ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อู่รุ่งทวีเทรดดิ้งนครปฐม เลขที่ 201/15-16 ม.7 ต.ธรรมศาลา อ.เมือง จ.นครปฐม จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษธร ศรีเปลี่ยนจันทร์ ผกก.,พ.ต.ท.ชัยรัตน์ บัวขม รองผกก.ป, เจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์,เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและรถดับเพลิงจาก, เทศบาลนครนครปฐม, เทศบาลตำบลธรรมศาลา, เทศบาลตำบลโพรงมะเดื่อ, เทศบาลตำบลดอนยายหอม, อบต.ศรีษะทอง,อบต.ท่าตลาด, อบต.บางระกำฯลฯ กว่า 10 คัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่ง
บริเวณที่เกิดเหตุเป็นอู่อะไหล่รถบรรทุกและเครื่องมือหนักขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมถนนเพชรเกษมขาเข้านครปฐม เจ้าหน้าที่พบไฟกำลังลุกไหม้อยู่ภายในอู่ ซึ่งเป็นห้องผสมสีอยู่ด้านหลัง และโกดังเก็บอะไหล่รถบรรทุกหนัก เครื่องมือหนัก ซึ่งมีทางเข้าทางเดียว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องนำรถดับเพลิงเข้าไปทำการฉีดน้ำสกัดกั้นเพลิงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรงทีละคัน ทำให้ยากต่อการสกัดกั้นเพลิงที่กำลังลุกไหม้ พร้อมกับเสียงระเบิดเป็นระยะๆ เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการฉีดน้ำสกัดกั้นไฟไม่ให้ลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียงกว่า 1 ชม. จึงสามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้ แต่ก็ยังต้องฉีดน้ำเลี้ยงเพลิงที่ยังปะทุขึ้นมาเรื่อยๆ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีสารเคมี สี และวัสดุที่ติดไฟง่ายเป็นจำนวนมาก
นายสุรินทร์ ช่างสี เล่าว่า ห้องต้นเพลิงนั้นเป็นห้องพ่นสี ซึ่งมีสีและสารเคมีจำนวนมาก และขณะเกิดเหตุนั้นไม่มีใครอยู่ภายในห้องพ่นสีเลย จึงไม่รู้ว่าไฟลุกไหม้ได้อย่างไร มารู้อีกทีไฟก็ลุกไหม้จนไม่สามารถดับได้ทันแล้ว จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบดังกล่าว
ร.ต.ท.อมรชัย ฤกษ์ดี พนักงานสอบสวน สภ.สามควายเผือก กล่าวว่า จากการสอบสวนทราบว่า ต้นเพลิงมาจากห้องพ่นสีและผสมสี ซึ่งขณะที่เกิดเหตุเพลิงลุกไหม้ไม่มีพนักงานอยู่ ซึ่งเบื้องต้นสันนิฐานว่าน่าจะเกิดไฟฟ้าลัดวงจร โดยเฉพาะพัดลมขนาดใหญ่ที่ใช้เป่านั้น อาจเป็นไปได้ว่าละอองสีที่พ่นได้เข้าไปอุดมอเตอร์พัดลม ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจร และไปติดสีและสารเคมีที่อยู่บริเวณใกล้เคียงจนเกิดไฟลุกไหม้ดังกล่าว ประกอบกับภายในห้องพ่นสีมีวัสดุที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทำให้เพลิงรุกไหม้อย่างรวดเร็ว จนพนักงานไม่สามารถดับทันได้ เบื้องต้นจะได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 7 นครปฐม มาทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุหาสาเหตุของการเกิดไฟไหม้ที่แท้จริงต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ทราบว่าอู่ที่เกิดเหตุนี้เป็นของใคร เพราะพนักงานไม่ให้ความร่วมมือ ทราบแต่เพียงว่าเจ้าของอู่กำลังเดินทางมาเท่านั้นเอง ส่วนค่าเสียหายคิดเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท



