ข่าว

ทศวรรษนี้'ชุดขาว'แซงหมด!!

ทศวรรษนี้'ชุดขาว'แซงหมด!!

13 ก.ค. 2556

สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ทศวรรษนี้ 'ชุดขาว' แซงหมด

 

                            ก่อนหน้านี้การต่อสู้กันนอกสนามของ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ของสเปนอย่าง "ราชันชุดขาว" รีล มาดริด กับ "เจ้าบุญทุ่ม" บาร์เซโลนา เป็นทางบาร์ซา ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลงทุน จนได้รับฉายาว่า "เจ้าบุญทุ่ม" แต่นับตั้งแต่ 10 ปีที่แล้วเป็นต้นมา รีล มาดริด ค่อยๆ ตีตื้นขึ้นมาจนถึงวันนี้ เพียงช่วง 10 ปี ทีมชุดขาว ทำสถิติจ่ายสูงกว่าถึง 300 ล้านยูโร

                            ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมา เหมือนว่านโยบายการทำทีมของทั้งสองทีมวกกลับมาสวนทางกัน เมื่อ รีล มาดริด ที่เคยมีนักเตะลูกหม้ออย่าง ราอูล กอนซาเลซ หันมาใช้จ่ายเงินแบบไม่สนใจใคร ขณะที่บาร์ซา หันมาใช้ผู้เล่นที่ปั้นขึ้นมากับมือเป็นส่วนใหญ่ เรื่องราวเกิดขึ้นนับตั้งแต่ปี 2003 ที่ทีมจากเมืองหลวงไปคว้าตัว เดวิด เบ็คแฮม มานั่นเอง

                            เริ่มแรกของทศวรรษที่ผ่านมา ยังคงเป็น "เจ้าบุญทุ่ม" ทีมแห่งคาตาลันที่ใช้จ่ายเงินซื้อนักเตะชั้นดี เล่นทางลัดแห่งความสำเร็จมากกว่า โดยเมื่อซัมเมอร์ของปี 2003 โจน ลาปอร์ตา เข้ารับตำแหน่งประธานสโมสรหมาดๆ และตัดสินใจทุ่มงบ 32.25 ล้านยูโร ดึง โรนัลดินโญ มาจากปารีส แซงต์ แชร์กแมง ในปีเดียวกันยังมี ราฟาเอล มาร์เกซ และ ริคาร์โด กวาเรสมา ที่มาแบบแพงๆ เช่นกัน

                            กลับมาดูช่วงเวลาเดียวกันของ "ราชันชุดขาว" เป็นการทุ่มเงิน 37.5 ล้านยูโรกับ เดวิด เบ็คแฮม เพียงคนเดียว และก็ถือว่ามีทุนอยู่แล้ว เมื่อปล่อย โคลด มาเกเลเล ให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ได้มา 20 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม ผลปรากฏว่าทั้งสองทีมไม่ได้ประสบความสำเร็จในลาลีกา กลายเป็น "ค้างคาวไฟ" บาเลนเซีย ที่คว้าแชมป์ไปครอง

                            ขึ้นปี 2004 ก็ยังเป็นบาร์ซา และลาปอร์ตา ที่ทุ่มทุนต่อเนื่อง ดึง ซามูเอล เอโต มาจากมายอร์กา 27 ล้านยูโร, เดโก จากปอร์โต 21 ล้านยูโร, ลูโดวิช ชูลี จากโมนาโก 8.5 ล้านยูโร รวมแล้วเป็นก้อนใหญ่ถึง 78.5 ล้านยูโร ส่วนทีมชุดขาวตัดสินใจสอยแข้งดัง 3 ราย ได้แก่ วอลเตอร์ ซามูเอล, โจนาธาน วูดเกต และไมเคิล โอเวน

                            ผลก็คือทีมแห่งคาตาลัน คว้าแชมป์ลาลีกา ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999

                            จากความสำเร็จดังกล่าว ทำให้ในฤดูกาลต่อมา บาร์ซา พักการจ่ายของตัวเองลง เพราะมองว่าทีมแกร่งอยูแล้ว เอา มาร์ค ฟาน บอมเมล เข้ามาเสริมเพียงคนเดียว และปล่อยนักเตะในทีมออกไป ส่งผลให้ทีมของ แฟรงค์ ไรจ์การ์ด มีกำไรในซัมเมอร์ 2005 เสียด้วยซ้ำ

                            แต่เป็นช่วงเวลาที่ รีล มาดริด ต้องจ่ายบ้าง อาจจะมีการปล่อยตัว โอเวน และซามูเอล รวมแล้วได้ 18 ล้านยูโร แต่ก็ทุ่มเอา โรบินโญ 24 ล้านยูโร, ฮูลิโอ บาปติสตา 20 ล้านยูโร และเซอร์จิโอ รามอส อีก 27 ล้านยูโร แต่ก็ไม่รอด บาร์ซา ได้ทั้งแชมป์ลาลีกา และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

                            บาร์ซา ยังโดดเด่นในสนามอย่างต่อเนื่องจนถึงฤดูกาล 2006/07 มีการเสริมทีมอีกเพียง 31 ล้านยูโรกับ ไอเดอร์ กุดยอห์นเซน, ลิลิยอง ตูราม และจิอันลูกา ซามบรอตตา ส่วน รีล มาดริด ในยุค ฟาบิโอ คาเปลโล ทุ่มไม่อั้น เพราะตัดสินใจจ่ายถึง 103 ล้านยูโร แลกกับ รุด ฟาน นิสเตลรอย, ฟาบิโอ คันนาวาโร, เอเมอร์สัน, กอนซาโล อิกัวอิน, มาอามาดู ดิยาร์รา และเฟอร์นันโด กาโก ทำให้ "ราชันชุดขาว" กลับมาครองความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง

                            ซัมเมอร์ปี 2007 แม้ คาเปลโล จะไปแล้ว แต่เทรนเนอร์ใหม่ของ รีล มาดริด อย่าง แบรนด์ ชูสเตอร์ ยังจ่ายอย่างต่อเนื่องอีก 113 ล้านยูโรไปกับ อาร์เยน ร็อบเบน, เวสลีย์ สไนยเดอร์, เปเป้, รอยสตัน เดรนเต และกาเบรียล ไฮน์เซ ที่แพงจริงๆ ก็เป็น ร็อบเบน 31 ล้านยูโร และเปเป้ 30 ล้านยูโร ส่งผลให้ "ราชันชุดขาว" ป้องกันแชมป์ลาลีกาได้

                            ฤดูร้อนปีต่อมาเป็นปีที่ บาร์ซา ต้องปรับทีมหนักขาย โรนัลดินโญ กับ เดโก แบบได้ราคา แต่ก็ทุ่มเงินไป 96 ล้านยูโรกับผู้เล่นอย่าง ดาเนียล อัลเวส, เซย์ดู เกอิตา, เกราร์ด ปีเก, อเลกซานเดอร์ ฮเลบ, มาร์ติน คาเซเรส และเอนริเก แต่ด้วยการทำทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา เริ่มเน้นเด็กจากทีมเยาวชนของตัวเองมาขึ้น

                            ปีนั้น รีล มาดริด อาจจะหมุนเงินได้ดีกว่า เมื่อขาย โรบินโญ ให้ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯ ซิตี ไป 43 ล้านยูโร แต่การมาของ คลาส แยน ฮุนเตลาร์, ลาสซานา ดิยาร์รา และราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท ไม่ช่วยอะไร การทุ่มทุนของบาร์ซา ทำให้ทีมของ "เป๊ป" ประสบความสำเร็จ ได้ทั้งแชมป์ลาลีกา, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และสแปนิช คิงส์คัพ

                            ซัมเมอร์ปี 2009 เป็นปีที่ ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานทีมชุดขาวทนไม่ไหว เมื่อเห็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของคู่แข่ง ทุ่มเงินแบบไม่คิดหน้าคิดหลังกับ คริสเตียโน โรนัลโด 94 ล้านยูโร, กาก้า 65 ล้านยูโร, ซาบี อลอนโซ 35.4 ล้านยูโร และรวมรายอื่นๆ ด้วยเป็นเงินสูงถึง 257.4 ล้านยูโร ขณะที่บาร์ซา เอา ซามูเอล เอโต ไปแลก ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ด้วยข้อเสนอรวม 69.5 ล้านยูโร เพียงเท่านี้ก็ทำให้ "เป๊ป" ป้องกันแชมป์สเปนได้อีกสมัย

                            ปี 2010 ถึงยุคของ "ราชันชุดขาว" กับ ชูเซ มูรินโญ ก็ยังทุ่มต่อเนื่อง เอาตัว อังเคล ดิ มาเรีย มา 33 ล้านยูโร, เมซุต โอซิล 18 ล้านยูโร, ซามี เคดิรา 14 ล้านยูโร รวมรายอื่นๆ อีกเป็น 89 ล้านยูโร ส่วนบาร์ซา กลับมาทุ่ม 72.5 ล้านยูโร ซึ่งก็มีหลักๆ อย่าง ดาวิด บีญา จากบาเลนเซีย 40 ล้านยูโร และฮาเวียร์ มาสเชราโน 20 ล้านยูโร

                            ถึงจะทุ่มไปเยอะ แต่ "เป๊ป" ก็มีเงินหมุนจากการขาย ยายา ตูเร ให้แมนฯ ซิตี 30 ล้านยูโร ขาย ดิมิโทร ชีกรินสกี ให้ ชัคเตอร์ 15 ล้านยูโร ทำให้ไม่เจ็บตัวมากนัก ฤดูกาลนั้น บาร์ซา ครองแชมป์ทั้งลาลีกา และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ รีล มาดริด ได้สแปนิช คิงส์คัพ

                            ฤดูกาล 2011-12 มูรินโญ ยังคงเสริมผู้เล่น แต่เป็นการเสริมเพียง 55 ล้านยูโร มีเด่นๆ เพียง ฟาบิโอ โคเอนเทรา ที่มาด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร รายย่อยมี นูริ ซาฮิน, ราฟาเอล วาราน, โฆเซ กาเยฆอน และเอเซเกล การาย

                            ฝั่งทีมจากแคว้นคาตาลัน จ่ายไปเยอะพอสมควร จากการดึง เชส ฟาเบรกาส กลับจากอาร์เซนอลด้วยค่าตัว 34 ล้านยูโร และอเลกซิส ซานเชซ 26 ล้านยูโร แต่ก็ยังได้เงินจากการขาย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช มา 24 ล้านยูโร และโบยาน เคอร์คิช 12 ล้านยูโร แต่ฤดูกาลนี้ มูรินโญ พาทีมกลับมาเป็นแชมป์ลาลีกาได้ครั้งแรกในรอบ 3 ปี

                            มาถึงเมื่อฤดูกาลที่แล้ว บาร์ซา เอานักเตะใหม่เข้ามาเพียง 2 คน คือ ฆอร์ดี อัลบา จากบาเลเซีย 14 ล้านยูโร และอเลกซ์ ซง จากอาร์เซนอล 19 ล้านยูโร ส่วนรีล มาดริด ไปทุ่มกับ ลูกา โมดริช แต่เป็น ติโต บิยาโนบา ที่นำบาร์ซา กลับมาเป็นแชมป์ลาลีกา แต่เสียฟอร์มด้วยการแพ้ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยประตูรวม 0-7 ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ

                            มาถึงในช่วงปิดฤดูกาลนี้ เป็นบาร์ซา ที่แสดงตัวจ่ายไปแล้ว 70 ล้านยูโร ในการเซ็นสัญญา เนย์มาร์ จากซานโตส ราคา 57 ล้านปอนด์ และเอา โบยาน กลับมาด้วยราคา 13 ล้านยูโร ขณะที่ รีล มาดริด ยังมีหลักๆ ที่ อิสโก กองกลางดาวรุ่งจากมาลากา 30 ล้านยูโร และรายอื่นๆ ที่เป็นดาวรุ่งทั้งนั้น

                            รวมแล้ว 10 ปีที่ผ่านมา รีล มาดริด ใช้เงินซื้อนักเตะไปถึง 965 ล้านยูโร หักลบที่ขายไปก็ 609.15 ล้านยูโร ส่วน บาร์เซโลนา จ่ายรวมไป 648.35 ล้านยูโร หักที่ขายไปก็ 429.61 ล้านยูโร

                            ดูจากความสำเร็จแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า 10 ปีที่ผ่านมา รีล มาดริด จะใช้เงินซื้อผู้เล่นมากกว่า บาร์เซโลนา ถึงกว่า 300 ล้านยูโรเลยทีเดียว

 

 

-------------------------

(สปอร์ต คม วีกเอนด์ : ทศวรรษนี้ 'ชุดขาว' แซงหมด)