ข่าว

'ผบ.สส.'แจงปมคลิปเสียง

'ผบ.สส.'แจงปมคลิปเสียง

12 ก.ค. 2556

'ผบ.สส.' แจงไม่สนใจปมคลิปเสียง ปัดถูกการเมืองครอบงำ ยันหนักแน่น ชี้ 'กองทัพ' ไม่ยุ่งเรื่อง 'ทักษิณ' กลับบ้าน เหตุไม่ใช่กระทรวงยุติธรรม

 

                      12 ก.ค.56 พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) พร้อมด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก ,พล.ร.อ.สุรศักดิ์ หรุ่นเริงรมย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ,พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ และพล.ต.อ.อดุลย์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตรวจเยี่ยมการฝึกร่วมกองทัพไทย ประจำปี 2556 โดยมีกำลังพลจากกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกว่าพันคน ณ สนามฝึกยิงปืนใหญ่รถถัง กองทัพภาคที่ 2 อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา

                      ทั้งนี้ พล.อ.ธนะศักดิ์ ได้ตอบคำถามถึงกรณีที่มีคลิปเสียงคล้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม ที่ถูกพาดพิงว่า ทางกองทัพจะแถลงเรื่องนี้อย่างไร พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า จริงๆแล้วไม่จำเป็นต้องพูดเลย เพราะตนไม่ได้ใส่ใจเรื่องคลิปเสียง อย่าลืมว่าเรารู้จักกันมานานแล้ว ไม่ใช่แค่สองปีที่ผ่านมา ที่ผ่านมามีคนพาดพิงถึงตนก็ไม่เคยโกรธหรือเกลียด และไม่เคยเถียง ตนเป็นไม้แก่จะ 60 อยู่แล้ว ดัดอย่างไรก็จะยังอยู่ที่เดิม หลักการของเรา คืออยู่ด้วยเหตุด้วยผล ผบ.เหล่าทัพและผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ก็อยู่ด้วยเหตุด้วยผล เราคุมกำลัง 4 แสนคน ถ้ารวมตำรวจด้วยก็ประมาณ 8 แสนคน ถ้าทุกคนเอนไปซ้ายเอนไปขวา จะเดินทางตรงไปได้อย่างไร ดังนั้นขอให้มั่นใจว่า กองทัพจะทำตามหน้าที่ และทำตามสิ่งที่ได้รับมอบหมาย เป็นไปกฎหมายและกฎกติกา ซึ่งถ้า ผบ.เหล่าทัพ พูดก็จะเหมือนตน

                      เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คลิปเสียงที่ออกมาพาดพิงถึง ผบ.เหล่าทัพ จะทำให้เกิดปัญหาการทำงานกับ รมช.กลาโหมหรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ ไม่ใช่หน้าที่ แต่ถ้าจริงๆแล้ว ถ้าเขามาพูดต่อหน้า หรือฟังกับหูเอง ก็ไม่โกรธ และไม่สน เพราะทำตามหน้าที่ ทั้งนี้เรื่องที่เกิดขึ้น ใครอยากพูดอะไรก็พูดไป แต่ถ้าดูแล้ว ผบ.สูงสุด, ผบ.เหล่าทัพ และผบ.ตร. มีพฤติกรรม หรือผลงานอะไรที่ออกไปไม่ดี ก็ต้องว่ากัน และตนพร้อมที่จะฝึกกำลังพลเพื่อสนับสนุนประเทศ เพื่อให้ก้าวไปข้างหน้า ถ้าหากเราไปขุดคุ้ย จะทำให้กระทบกับเพื่อนบ้าน ซึ่งขณะนี้เพื่อนบ้านก็เข้าใจ ไม่ได้มีปัญหา ส่วนการเจอวิน อ่อง ไหล่ ผบ.สูงสุดทหารพม่า ที่ถูกพาดพิงด้วยนั้น เขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขามีความสนิทสนมกับเราเหมือนเดิม

                      เมื่อถามต่อว่าประชาชนยังมั่นใจกับกองทัพ จะไม่ถูกครอบงำกับฝ่ายการเมือง พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า กองทัพเคยถูกครอบงำแล้วหรือยัง ตนอยากถามซักคำ ตนอยากให้สื่อเขียนให้ดีๆ หากเขียนไม่ดี จะไปสร้างปัญหาให้กับประเทศ เหมือนกับกรณีประเทศเพื่อนที่มีการฝึกพร้อมรบ เขาก็ทำตามปกติ ถ้าทหารไม่ฝึกพร้อมรบจะให้ไปทำอะไร จะให้ไปนอนหรืออย่างไร

                      ทั้งนี้เมื่อถามถึงจุดยืนของกองทัพ กรณีพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า กองทัพไม่ใช่กระทรวงยุติธรรม และไม่ใช่ตำรวจ กองทัพทำตามหน้าที่ ทำตามพระราชบัญญัติกระทรวงกลาโหม หากเราแกว่งไปทางนั้นทางนี้ หรือผบ.เหล่าทัพ ไม่ยุ่งกับใคร ก็พยายามเอาเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งจริงแล้วมันไม่เกี่ยวข้องกัน กองทัพทำตามหน้าที่

                      เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ติดใจ คำพูดของ รมช.กลาโหม ใช่หรือไม่ พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า สมุมติว่า มีใครมาว่าและตนก็หวั่นไหวไปเรื่อยๆ คงไม่ต้องทำงาน งานคืองาน หน้าที่คือหน้าที่ และสิ่งที่พูดมันไม่ใช่ ตัดปัญหาไปได้เลย คลิปเสียงยังไม่ได้ฟังอะไรเลย มีแต่ลูกน้องรายงาน และในวันอาทิตย์นี้ตนไปพบ ผบ.สูงสุดทหารพม่า ซึ่งเรามีการจัดแข่งขันฟุตบอลเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของกองทัพ ซึ่งถือว่าเราเป็นครอบครัวเดียวกัน ยืนยันว่าเขาเข้าใจ

                      ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อวานนี้ได้เจอกับ รมช.กลาโหม ครั้งแรก ได้มีการพูดคุยอะไรกัน พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ต่างคนต่างสวัสดีกัน ทั้งนี้ตนอยากฝากไว้ ทำให้มันดีๆ ประเทศจะได้ไปได้ และย้ำว่ากองทัพปฏิบัติตามกฎกติกา ทำให้ดีที่สุด และทำจนสุดความสามารถ ทุกคนทำงานตั้งแต่ 7 โมงเช้า กว่าจะกลับบ้านก็ 3 ทุ่ม อย่าเอาเรื่องปวดหัวมาใส่เลย ซึ่งจริงๆแล้ว ตนไม่ได้สนใจอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ต้องแถลง ผบ.สูงสุด, ผบ.เหล่าทัพ บอกว่าคนนั้นคนนี้มาบอก มีการส่งคลิปหรือส่งจดหมาย ถ้าเราหวั่นไหวไปตามนั้น แต่ถ้ามีการส่งจดหมายด้วยการเซ็นชื่อ ตนก็จะสอบสวนตามกฎกติกา

 

'ผบ.สส.' ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามร่วม 4 เหล่าทัพ

 

                     พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตรวจเยี่ยมการฝึกภาคสนามร่วมทางบก กฝร.56 การดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริง ที่สนามยิงปืนใหญ่รถถัง อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา โดยเป็นการฝึกร่วมของกองทัพไทย ประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพอากาศ กองทัพเรือ แลตำรวจ ประจำปี 2556 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ที่ให้มีการฝึกภาคสนามร่วมทางบก โดยการฝึกในครั้งนี้เป็นการฝึกตามวงรอบประจำปีของกองทัพบก ตามแผนการฝึกกองทัพภาคที่ 2 ที่จะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของหน่วยที่จะปฏิบัติภารกิจให้ทันทีที่มีภารกิจป้องกันอธิปไตย โดยมีการฝึกปัญหาในที่บังคับการ ที่มีความสอดคล้องกับขั้นการปฏิบัติตามแผนป้องกันชายแดน และแผนเชิญเหตุ, การฝึกภาคสนาม, การสาธิตการแก้ปัญหา และการควบคุมสั่งการและดำเนินกลยุทธ์ของกรมทหารราบเฉพาะกิจ

                     พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า การฝึกครั้งนี้เป็นการฝึกลักษณะผสมเหล่า โดยจัดกำลังเข้ารับการฝึกจากทุกเหล่าทัพ เช่น การดำเนินกลยุทธ์ด้วยกระสุนจริงของกรมทหารราบ เฉพาะกิจของกองทัพภาคที่ 2 และการโจมตีเป้าหมายทางอากาศของกองทัพอากาศ เป็นต้น เพื่อเพิ่มขีดความสารถของบุคคลและหน่วยทหาร และฝึกการควบคุมอำนวยการยุทธ์ และสนับสนุนตามสายการบังคับบัญชา, การฝึกทดสอบระบบการสื่อสาร สนับสนุนการสื่อสารของหน่วยทุกระดับ, การฝึกทดสอบความสามารถในการจัดตั้งศูนย์บัญชาการทางทหารกองบัญชาการกองทัพไทยในสนามเมื่อมีความจำเป็นพบปะให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน และกำลังพลที่จะปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อีกด้วย