ข่าว

เมียสาวระแวงผัวตร.แอบมีกิ๊กส่องดับฆ่าตัวตายตาม

เมียสาวระแวงผัวตร.แอบมีกิ๊กส่องดับฆ่าตัวตายตาม

09 มิ.ย. 2552

พิษรักสามเส้า สารวัตรปากช่องเครียดบ้านเล็กบอกเลิก ยิงดับก่อนฆ่าตัวตาม อีกรายเมียสาววัย 19 น้อยใจผัวตำรวจไม่มีเวลาให้ ระแวงแอบมีกิ๊ก คว้า .375 ลั่นไกสังหาร แล้วส่องขมับตัวเองดับ ด้านผู้กำกับลาดพร้าวเผยเมียขี้หึงเคยบุกอาละวาดถึงโรงพัก

เหตุรักสามเส้านำมาสู่โศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญรายนี้เปิดเผยเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 9 มิถุนายน ร.ต.อ.วุฒินันท์ เนตรสูงเนิน ร้อยเวร สภ.ปากช่อง รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนที่บ้านเลขที่ 209/25 หมู่บ้านทานตะวัน ซอย 1 ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานและแพทย์เวรโรงพยาบาลปากช่อง

 เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงหน้าบ้านที่เกิดเหตุ พบนางวิไลเลิศ ต้นสารี อายุ 56 ปี เจ้าของบ้าน ยืนอยู่ในอาการตื่นตระหนก จากนั้นเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบในบ้านพบศพ น.ส.สมจิตร ต้นสารี อายุ 34 ปี ลูกสาวนางวิไลเลิศ นอนจมกองเลือด สภาพถูกยิงที่จมูกกระสุนทะลุศีรษะ 1 นัด และหน้าอกด้านซ้ายทะลุหลัง 1 นัด ใกล้กันพบศพ พ.ต.ต.ไสว เหือดขุดทด อายุ 41 ปี สารวัตรป้องกันและปราบปราม (สวป.) สภ.ปากช่อง นอนจมกองเลือด สภาพถูกกระสุนปืนเข้าที่หน้าอกข้างซ้ายทะลุหลัง 1 นัด ใกล้มือผู้ตายมีอาวุธปืนแบบออโตเมติก ขนาด 9 มม. ตกอยู่ และพบปลอกกระสุน 5 ปลอก เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บส่งตรวจพิสูจน์ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 (บช.ภ.3) ต่อไป

 จากการสอบสวนนางวิไลเลิศ ทราบว่าขณะเกิดเหตุนางวิไลเลิศ ลูกสาว และหลานชาย นอนอยู่บริเวณห้องรับแขก จากนั้นได้ยินเสียงประตูหน้าบ้านเปิด จึงตื่นขึ้นมาดูเห็นว่า พ.ต.ต.ไสวเข้ามาหาลูกสาวจึงนอนต่อโดยไม่คิดอะไร กระทั่งได้ยินเสียงดังออกมาจากห้องนอนของลูกสาวว่า "หากจะตายก็ต้องตายด้วยกัน" ทันใดนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้น 5 นัด แต่ไม่กล้าเข้าไปดูเหตุการณ์ เมื่อเวลาผ่านไป 1-2 นาที จึงชวนหลานเข้าไปดูและพบว่าลูกสาวและ พ.ต.ต.ไสวเสียชีวิตแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ

 ร.ต.อ.วุฒินันท์ กล่าวถึงการสอบสวนเบื้องต้นว่า พ.ต.ต.ไสวมีภรรยาอยู่แล้ว ก่อนมาชอบพอกับ น.ส.สมจิตร และคบหากันมาได้ 8-9 ปี ซึ่งภรรยาของ พ.ต.ต.ไสวรับรู้มาโดยตลอด และเคยมีปากเสียงจนต้องเลิกรากันไปหลายครั้ง แต่ก็กลับมาคบกันใหม่ คาดว่าจากปัญหาที่เกิดขึ้นทำให้ พ.ต.ต.ไสวมีอาการเครียด เนื่องจากตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกใคร โดยอุปนิสัยของ พ.ต.ต.ไสว เป็นคนที่ไม่ชอบดื่มสุราและสูบบุหรี่ แต่เมื่อเริ่มมีปัญหาเรื่องความรักก็หันมาดื่มสุราและสูบบุหรี่ กระทั่งวันที่เกิดเหตุ พ.ต.ต.ไสวออกตรวจพื้นที่ เมื่อออกเวรก็แวะไปหา น.ส.สมจิตร และมีปากเสียงกันจนนำมาสู่การตัดสินใจยิงตัวตายทั้งคู่

 ทั้งนี้ก่อนเกิดเหตุ น.ส.สมจิตรเคยบอกเลิกกับ พ.ต.ต.ไสว เนื่องจากไม่ต้องการที่จะคบหากันลักษณะนี้ และยอมหลีกทางให้ภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ พ.ต.ต.ไสวยังตัดใจไม่ได้ และขอเลือกทั้ง 2 คน แต่ฝ่าย น.ส.สมจิตรไม่ยอม จน พ.ต.ต.ไสวต้องเอ่ยปากบอกว่า หากจะต้องตายก็ต้องตายไปพร้อมกัน หากจะอยู่ก็ต้องอยู่ด้วยกัน

 ต่อมาญาติของผู้ตายทั้งสองฝ่ายติดต่อขอรับศพจากโรงพยาบาลปากช่อง เพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

 อีกรายเมื่อเวลา 15.00 น. พ.ต.ท ผดุงศักดิ์ สุวรรณชัยรบ พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุยิงกันเสียชีวิตภายในบ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยโพธิแก้ว หมู่บ้านสุขนต์ 26 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.สมชาติ มาสำราญ รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 (รอง ผบก.น.4) พ.ต.อ.บุญส่ง นามกรณ์ ผู้กำกับการ (ผกก.) สน.ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช

 ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าชั้นเดียว ด้านหน้าเปิดเป็นร้านขายส้มตำ ตรวจสอบภายในบ้านบนเตียงนอนพบศพ ด.ต.วิวัฒธนา ทวีอร่ามเรือง อายุ 41 ปี ผู้บังคับหมู่งานป้องกันปราบปราม สน.ลาดพร้าว นอนจมกองเลือด สภาพนอนคว่ำหน้า สวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเทา ใส่กางเกงกีฬาขาสั้น สีน้ำเงินเข้ม ถูกยิงด้วยอาวุธปืน .357 เข้าที่ศีรษะ ใกล้กันพบศพนางพรทิพย์ ทวีอร่ามเรือง อายุ 19 ปี สภาพนั่งพิงอยู่บริเวณขอบเตียงศีรษะพาดคร่อมร่าง ด.ต.วิวัฒธนา สวมชุดนอนลายดอกไม้สีแดง ถูกยิงที่ขมับขวาทะลุซ้าย ส่วนที่เตียงนอนข้างศพทั้งสองพบอาวุธปืนขนาด .357 ลูกโม่ ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายของตำรวจรายนี้

 สอบสวนนางบัวผัน เพ็งศรี อายุ 55 ปี แม่ของนางพรทิพย์ ทราบว่า ทั้งสองเป็นสามีภรรยากันอยู่ด้วยกันมากว่า 3 ปี และเพิ่งจดทะเบียนสมรสเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยลูกสาวไม่ได้ทำงาน ส่วนตนมีอาชีพขายส้มตำอยู่หน้าห้องที่เกิดเหตุ ลูกสาวเป็นคนขี้ระแวงสามีว่าจะไปมีหญิงอื่น เนื่องจากลูกเขยมีพฤติการณ์เจ้าชู้ และช่วงหลังตั้งแต่มีม็อบมาประท้วงยิ่งไม่ค่อยมีเวลาให้ภรรยา ทำให้ลูกสาวคิดมาก ตนเคยปรึกษาญาติว่าจะพาไปตรวจสุขภาพจิตที่โรงพยาบาล เนื่องจากลูกสาวกังวลเรื่องนี้จนเกินเหตุ

 นางบัวผัน กล่าวอีกว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.วิวัฒธนาออกเวรมาเมื่อเวลา 14.00 น. จากนั้นเปลี่ยนเสื้อผ้าและมากินข้าว เตรียมนอนพักผ่อน ขณะที่ลูกสาวบ่นเรื่องหึงหวง กระทั่งเกิดมีปากเสียงกันขึ้น แล้วทั้งคู่ก็เงียบไป คาดว่าผู้เป็นสามีคงหลับไปแล้ว จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 2 นัด จึงรีบวิ่งเข้าไปดู พบว่าทั้งคู่กลายเป็นศพแล้ว เชื่อว่าลูกสาวเป็นฝ่ายยิงลูกเขยขณะนอนหหลับ แล้วจึงยิงตัวเองตายตาม

 ด้าย พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าวว่า ด.ต.วิวัฒธนาเป็นคนอัธยาศัยดี ขยันและมีความรับผิดชอบสูง ปกติชอบปฏิบัติหน้าที่นอกเวลาราชการ กระทั่งวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา นางพรทิพย์มาที่ สน.ลาดพร้าว และโวยวายถามหาสามี โดยเข้าใจว่าสามีจะตีตัวออกห่างไปมีหญิงอื่น ซึ่งขณะนั้น ด.ต.วิวัฒธนา กำลังอบรมเกี่ยวกับแผนการปฏิบัติงานการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ ตนยายามอธิบายและปลอบใจนางพรทิพย์ว่าไม่มีอะไร แต่นางพรทิพย์ยังคงโวยวายไม่ยอมรับฟัง บอกว่าสามีไม่มีเวลาให้ทั้งที่ม็อบก็ไม่มีแล้ว แต่ก็ไม่ค่อยกลับบ้าน

 "เมื่อวานนี้ฝ่ายหญิงไปโวยวายอยู่ที่โรงพัก บ่นน้อยใจเรื่องสามีไม่มีเวลาให้ คิดมากกังวลว่าสามีจะไปมีผู้หญิงคนอื่น ผมพยายามอธิบายให้เข้าใจและปลอบว่าปัญหาทุกอย่างมีทางออก ขอให้ใจเย็นๆ และยังบอกไปด้วยว่าสามีของเธอเป็นคนขยันทำงาน ที่ไม่มีเวลาให้เพราะต้องตั้งหน้าตั้งตาทำงาน เวลาว่างก็รับจ้างเข้าเวร แต่ฝ่ายหญิงก็ไม่ยอมฟังเอาแต่โวยวายท่าเดียว ไม่คิดว่าจะมาเกิดเรื่องขึ้นในวันนี้ รู้สึกเสียดายข้าราชการตำรวจที่ดีขยันทำงานอย่าง ด.ต.วิวัฒธนา" พ.ต.อ.บุญส่ง กล่าว

 สำหรับ ด.ต.วิวัฒธนา ก่อนหน้านี้เคยตกเป็นข่างวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์หลายฉบับ กรณีถูกทำร้ายร่างกายขณะปฏิบัติหน้าที่ระหว่างเข้าระงับเหตุ ทหารคนหนึ่งเมาอาละวาด อ้างว่าเป็นทหารยศ พ.ท.