ข่าว

'ปชป.'ซัด'รบ.'ใช้ตร.อุ้ม'ผู้กองปูเค็ม'

'ปชป.'ซัด'รบ.'ใช้ตร.อุ้ม'ผู้กองปูเค็ม'

12 ก.ค. 2556

'ปชป.' ซัด 'รบ.' 2 มาตรฐาน ใช้ตร.อุ้ม 'ผู้กองปูเค็ม' เทียบ 'เวทีผ่าความจริง' เมินดูแลปล่อย 'เสื้อแดง' คุกคาม จี้ 'นายกฯ' แสดงจุดยืน ไม่ทำตามแผนการในคลิปเสียง

 

                            12 ก.ค. 56  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติชุมนุมที่หน้ากระทรวงกลาโหม เพื่อปิดกั้นไม่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม , พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม เข้าทำงานที่กระทรวงกลาโหม แต่ตำรวจใช้กำลังควบคุมตัว ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล หรือ ผู้กองปูเค็ม จนหวิดกลายเป็นความรุนแรงหน้ากระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ว่า การกระทำดังกล่าวรัฐบาลปฏิบัติ 2 มาตรฐานอย่างชัดเจน เพราะหากอยู่ตรงข้ามกับรัฐบาลจะถูกเจ้าหน้าที่รัฐ และตำรวจ ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อสลายการชุมนุม แต่ถ้าเป็นการชุมนุมของคนเสื้อแดง หรือคนที่สนับสนุนรัฐบาล จะได้รับการปฏิบัติอีกแบบหนึ่ง ไม่มีการใช้กำลังจากตำรวจเหมือนที่เกิดขึ้นหน้ากระทรวงกลาโหม

                            นายชวนนท์ กล่าวว่า ยกตัวอย่างกรณี เวทีผ่าความจริงของพรรคประชาธิปัตย์ที่คนเสื้อแดงปิดล้อม ไม่ให้ตน และ ส.ส.รวมทั้งประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมของพรรค แต่ตำรวจก็ไม่เคยดำเนินการกับคนเสื้อแดง หาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ใช้กฎหมายแบบ 2 มาตรฐาน คุกคามปิดกั้นสิทธิผู้อื่น ประเทศไทยก็เดินใกล้จุด 100 องศาฯแล้ว มีแต่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่จะลดอุณหภูมิลงได้ เพราะเป็นผู้บริหารสูงสุดมีสิทธิสั่งการ จึงเป็นทางเลือกสำคัญที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ต้องเลือก ไม่ใช่ด้านหนึ่งยิ้มออกทีวีแล้วสั่งให้เจ้าหน้าที่ไปคุกคามประชาชน ก็ไม่มีทางที่จะบริหารประเทศได้อย่างสงบสุข

                            นายชวนนท์ กล่าวว่า นอกจากนี้บริเวณแยกวงเวียนบางเขน ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะอยู่หน้าสถานีตำรวจนครบาลบางเขน คนเสื้อแดงไปยึดพื้นที่เปิดหมู่บ้าน เจ้าหน้าที่รัฐไม่มีการห้ามปราม ตรงกันข้ามอาจจะได้รับการอำนวยสะดวกจากเจ้าหน้าที่ตำรวจมากกว่า ซึ่งคนไทยเห็นภาพเหล่านี้ไม่สบายใจ เพราะประเทศนี้ไม่ใช่ของคนเสื้อแดงและรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากยังทำแบบนี้ประเทศจะแบ่งเป็นสองฝ่ายจนนำไปสู่การเผชิญหน้ากันอีกครั้ง ถ้านายกไม่ยับยั้งก็ต้องรับผิดชอบต่อการพาประเทศเข้าสู่วิกฤตการเมืองอีกครั้ง

 

 

เรียกร้อง 'ยิ่งลักษณ์' 7 ข้อ แสดงจุดยืน ไม่ทำตามแผนการในคลิปเสียง

 

                            น.ส.มัลลิกา บุญมีตระกูล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังไม่ได้ส่งสัญญาณในการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องคลิปเสียงปริศนาของสองชาย ซึ่งน่าจะชัดเจนแล้วว่าเสียงชายคนที่หนึ่งเป็นเสียงใคร แต่อีกเสียงหนึ่งยังไม่ชัด อย่างไรก็ตามหากผลการพิสูจน์เส้นเสียงจากนิติวิทยาศาสตร์ออกมาแล้วว่า เป็นเสียงของบุคคลที่หลายฝ่ายสงสัย ตนก็อยากเรียกร้อง 7 ข้อดังนี้

                            1. ขอให้ รมว.กลาโหม และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ประกาศต่อสาธารณะว่า แผนการตามคลิปจะไม่มีทางเกิดขึ้นเด็ดขาด 2. ขอให้ออกคำสั่งต่อสภากลาโหม และกองทัพทุกเหล่าทัพว่า แผนหนูช่วยราชสีห์ตามคลิปนั้น ไม่มีจริง และห้ามทางการทหาร อย่าเข้าไปเกี่ยวข้อง โดยเป็นคำสั่งลงบันทึกราชการเวียนออกไปตามหน่วยต่างๆ ครบทั้ง 4 เหล่าทัพด้วย  3. ขอให้นโยบายงานชายแดนออกมาอย่างชัดเจนภายในเร็ววัน โดยเฉพาะนโยบายที่ชัดเจนกับเพื่อนบ้าน เช่น พม่า และระบุด้วยว่า กองทัพจะไม่เกี่ยวข้องใดๆ และให้การสนับสนุนการทำประโยชน์ทางธุรกิจส่วนตัวของบุคคลตามเนื้อหาในคลิปบางช่วงบางตอน 4. ให้ยืนยันทางนโยบายกับประชาชนและกองทัพว่า ชื่อของนายพลพม่า ที่ปรากฏในคลิปเสียงตรงนี้จะไม่เกี่ยวข้องใดๆ กับงานทางราชการระหว่างไทยและพม่า และถือเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลในคลิปที่ต้องรับผิดชอบเอง

                            น.ส.มัลลิกา กล่าวว่า 5. ต้องประกาศให้ทุกฝ่ายได้ตรวจสอบ พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายพลถังเช่า หรือใครก็ตามในรัฐบาล มี หรือ ไม่มี ผลประโยชน์ทับซ้อน สินทรัพย์ หรือบ้านในเขตเนเมียว หรือ อสังหาริมทรัพย์ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย รวมถึงมีผลประโยชน์ด้านน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ในพม่า 6 .หากเหตุการณ์เป็นไปตามคลิปเสียงแผนหนูช่วยราชสีทั้งหมด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะรมว.กลาโหม จะต้องรับผิดชอบด้วยการลาออกทั้ง 2 ตำแหน่ง และพล.อ.ยุทธศักดิ์ ต้องพิจารณาตัวเอง 7. หากผลพิสูจน์คลิปเสียงเป็นเสียงของจริง บุคคลที่มีตำแหน่งในรัฐบาล ก็ต้องรับผิดชอบต่อกรณีการโกหกของตัวเอง ในฐานะที่ปล่อยให้นักโทษหนีอาญาแผ่นดิน ก้าวล่วง จาบจ้วง ต่อรองเรื่องตำแหน่งที่ปรึกษาสำนักทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์   

                            สิ่งที่ตนพูดทั้ง 7 ข้อ อยากให้นายกฯเเละรมช.กลาโหม และผบ.เหล่าทัพ รวมถึงผบ.สส. ได้ยึดถือเอาจุดนี้ ให้สัญญาประชาคมต่อสาธารณะ เพราะถือว่า หากทำตามแผนตามคลิป จะเป็นสัญญาณอันตราย บั่นทอนความมั่นคง และผลประโยชน์ทับซ้อน

 

 

ชี้หนี้ครัวเรือนปัจจุบัน สูงกว่าสมัย 'ปชป.' กว่า 2 เท่าตัว

 

                            นายสรรเสริญ สมะลาภา ส.ส.กทม. ในฐานะ รมว.คลังเงา พรรคประชาธิปัตย์ แถลงตอบโต้นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีออกมาระบุว่า หนี้ครัวเรือนในปัจจุบันต่ำกว่าสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะจากข้อมูลของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่าง 1,200 ครัวเรือน พบว่าหนี้ครัวเรือนในปี 2556 สูงถึง 1.9 แสนบาท เพิ่มสูงขึ้นจากปี 2555 ถึง 12% และเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในรอบ 5 ปี ​ในขณะที่หาก​เทียบกับสมัยรัฐบาลประชาธิปัตย์ ปี 2552 หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ 1.4 แสนบาทต่อครัวเรือนเท่านั้น

                            นายสรรเสริญ กล่าวว่า นอกจากนี้ การพิจารณาหนี้ครัวเรือนต้องพิจารณาควบคู่กับไปกับรายจ่ายประชาชนที่เพิ่มขึ้น ​ซึ่งข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ารายจ่ายของประชาชนในปี 2555 อยู่ที่เดือนละ 1.9 หมื่นบาท ในขณะที่สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ปี 2552 อยู่ที่เพียง 1.6 หมื่นบาทต่อเดือน ​หรือหากย้อนดู รายละเอียดในปี 2553 เพิ่มขึ้น 600 บาท และ ปี ​2554 เพิ่มขึ้นมา 600 บาท แต่ปี 2555 ซึ่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ เข้ามาบริหารรายจ่ายต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้น 1,400 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ กว่า 2 เท่าตัว ดังนั้นจึงอยากให้คนที่ออกมาตอบ ศึกษาข้อมูลให้ดีกว่านี้ และอยากเรียกร้องให้รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเรื่องนี้โดยตรงมากกว่า

 

 

จี้รัฐสร้างความเชื่อมั่นข้าวไทย

 

                            นายชวนนท์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งตรวจสอบแก้ปัญหา กรณีพบข้าวเน่าโดยเร็วที่สุด หากไม่แก้ไขจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงกว่าที่คาดคิด ซึ่งเหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อข้าวไทย ขอฝากถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ และนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ว่า เป็นเรื่องสำคัญ เพราะภาพที่ปรากฏสะท้อนไปถึงต่างประเทศ ตนยังเชื่อว่าข้าวไทยมีคุณภาพ แต่ถ้ารัฐบาลไม่เร่งรีบแก้ไข ใช้แต่วิธีการตอบโต้อย่างดุเดือดต่อคนที่ออกมาให้ข้อมูล จะแก้ปัญหาไม่ได้ และไม่ใช่เรื่องถูกต้อง

                            นายชวนนท์ กล่าวว่า รัฐบาลต้องตรวจสอบปัญหาคุณภาพข้าวตามกระบวนทางวิทยาศาสตร์ ว่า ข้าวไทยมีปัญหาหรือไม่ ถ้ามีเกิดจากอะไร จะมีวิธีการแก้ไขอย่างไร และต้องอธิบายว่า ข้าวเสียหายจากอะไร จึงขอเรียกร้องว่ารัฐบาลต้องเร่งเข้าไปดูแล ซึ่งตนเตือนด้วยความหวังดี เพราะหากฝ่ายค้านไม่เตือน วงการค้าข้าวจะยิ่งแย่ รวมถึงคุณภาพข้าวด้วย

                            "รมว.พาณิชย์ ต้องแก้ไขโดยด่วน ฟื้นฟูภาพลักษณ์ข้าวไทย หากไม่ทำ อย่าหวังว่าจะขายข้าวได้เดือนละ 5 แสนตัน แต่อาจขายได้แค่ราคาตามเช็ค 8 หมื่นบาท ที่อ้างว่าเป็นการขายแบบจีทูจี"

 

 

ร้อง 'ปปง. - ปปช. - กรมสรรพากร' ตรวจสอบ 'โรงสี' ถูกถอดจากบัญชีดำ

 

                            นายวัชระ เพชรทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แถลงเรียกร้องไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) , คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) , กรรมสรรพากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปตรวจสอบถึงการดำเนินธุรกรรม การเสียภาษี และจำนวนการรับจำนำข้าวตามโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ของโรงสีที่ก่อนหน้านี้ถูกองค์การคลังสินค้า (อคส.) ขึ้นบัญชีดำ และล่าสุดได้รับการถอดออกจากบัญชีดำ และเข้าร่วมโครงการรับจำนำ ฤดูกาลผลิต 54/55 แล้ว

                            "ผมได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบโรงสีทั้ง 2 แห่ง โดยไม่แจ้งล่วงหน้า ปรากฏว่า ทางผู้ดูแลไม่ให้เข้าไปตรวจสอบภายใน อย่างไรก็ตาม ผมสงสัยว่าอาจจะมีโรงสีที่ถูกขึ้นบัญชีดำ และได้รับการปลดชื่อออกจากบัญชีดำอีกหลายแห่ง เนื่องจากเป็นการร่วมมือกันระหว่างเจ้าของโรงสี และข้าราชการที่ต้องการทำทุจริต ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน"