
'ภราดร'เผยBRNนัดแถลงยุติรุนแรงวันนี้
'เลขาธิการ สมช.'เปิดเผย'บีอาร์เอ็น'นัดแถลงท่าทีต่อข้อเสนอยุติรุนแรงช่วงรอมฎอน บ่าย 3 โมงวันนี้ ด้าน'ผู้นำศาสนาอิสลามยะลา'เห็นด้วยกับการแถลง'ยุติความรุนแรง
12 ก.ค.56 พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลดเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนว่า เมื่อคืนวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้รับการประสานจากมาเลเซียว่า จะมีการแถลงลดเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน ในเวลา 15.30 น.ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศมาเลเซีย โดยเนื้อหาใจความคือ สองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันที่จะให้มีการลดเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า การแถลงของมาเลเซียครั้งนี้ทางกลุ่มบีอาร์เอ็นเห็นด้วยหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า การที่ผู้อำนวยความสะดวกแถลงจะต้องได้รับการยินยอมจากทั้งสองฝ่าย และจากนี้หากยังเกิดเหตุรุนแรงทั้งสองฝ่ายจะต้องช่วยกันพิสูจน์ทราบว่า เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจากอะไร แล้วมาจากฝีมือของฝ่ายใด โดยจะมีการประสานผ่านทางมาเลเซีย
เมื่อถามว่า ได้มีการสอบถามเหตุผลในการเลื่อนแถลงที่ผ่านมาหรือไม่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า เนื่องจากข้อมูลที่กลุ่มบีอาร์เอ็นเสนอให้ผู้อำนวยความสะดวกกระชั้นชิดเกินไป มาเลเซียจึงขอไปสังเคราะห์ก่อนเพื่อให้เกิดความรอบคอบ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อหรือไม่ว่าหลังจากผู้อำนวยความสะดวกแถลงแล้วความรุนแรงจะไม่เกิดขึ้น เพราะเมื่อวันที่ 11 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังเกิดเหตุรุนแรงที่ อ.รามัน จ.ยะลา อยู่ พล.ท.ภราดร กล่าวว่า ยังมีความเชื่อว่าจะลดน้อยกว่าปีที่ผ่านมา เชื่อมั่นว่าเป็นอย่างนั้น เราสามารถรู้ได้จากสถิติและบรรยากาศการพูดคุย เขายืนยันหนักแน่นว่าจะสามารถสื่อสารกับฝ่ายปฏิบัติการเพื่อให้ลดความรุนแรงได้อย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า จะมั่นใจได้อย่างไรว่าเวลาเกิดเหตุไม่ใช่ฝีมือของกลุ่มบีอาร์เอ็น เพราะบีอาร์เอ็นอาจออกมาปฏิเสธแล้วโยนว่าเป็นฝีมือแนวร่วมที่ไม่เห็นด้วยกับการพูดคุย เลขาฯสมช.กล่าวว่า แต่ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 11 ก.ค.เขาแจ้งว่าเป็นฝีมือกลุ่มของเขา ในหลักการเราก็เข้าใจเขาอยู่แล้วว่ามีส่วนน้อยที่คิดต่าง แต่เราต้องให้โอกาส คอยดูว่าเขาจะส่งสัญญาณได้แค่ไหนอย่างไร
เลขาฯสมช.กล่าวต่ออีกว่า สำหรับสถิติการก่อเหตุรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอนในสี่ปีที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ร้อยกว่าครั้งตลอด เหตุการณ์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นช่วงต้นเดือนกับปลายเดือน ส่วนกลางเดือนจะน้อย ที่ผ่านมาเดือนรอมฎอนจะเกิดเหตุสูงกว่าปกติ เพราะฉะนั้นต้องเฝ้าดูตั้งแต่นี้เป็นต้นไป
เมื่อถามว่า ข้อแลกเปลี่ยนของฝ่ายไทยที่จะให้บีอาร์เอ็นคืออะไร หลังขอให้มีการลดเหตุรุนแรงแล้ว เลขาฯสมช. กล่าวว่า มาตรการปิดล้อมตรวจค้นจะบรรเทาลง จะมีการถอนชุดปฏิบัติการทางทหารในหมู่บ้านชุดเล็กๆ ออกมา แล้วจะใส่เจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) และตำรวจไปดูแลแทน เพราะเขาไม่อยากเห็นภาพทหารอยู่เต็มพื้นที่จนทำให้บรรยากาศในเดือนรอมฎอนดูเคร่งเครียด ทั้งนี้ เราได้ทดลองทำใน 10 หมู่บ้านว่ามีผลตอบสนองอย่างไร อย่างไรก็ตาม การตั้งรับ การดูแลสถานที่สำคัญ และประชาชนที่เป็นเป้าหมายอ่อนแอยังเข้มข้นอยู่
"ผู้นำศาสนาอิสลามยะลา"เห็นด้วยกับการแถลง "ยุติความรุนแรง"
จากกรณีที่มีข่าวสารว่า ดาโต๊ะ เสรี อาห์หมัด ซัมซามิน ฮาซิน ผู้อำนวยความสะดวกของประเทศมาเลเซีย จะเป็นตัวแทนของฝ่ายพูดคุยเพื่อสันติภาพ แถลงประกาศยุติความรุนแรงทุกรูปแบบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในช่วงเดือนรอมฎอน ผ่านสื่อมวลชนที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในเวลา 15.00 น. ตามเวลาของประเทศมาเลเซีย วันที่ 12 ก.ค.นี้ ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 12 ก.ค 56 เวลา 09.00 น. นายดอแม็ง มาเจ๊ะมะ อีหม่ามมัสยิดหมู่ 2 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา เปิดเผยว่า ในการประกาศหยุดความรุนแรงจากฝ่ายบีอาร์เอ็น ในพื้นที่นั้น ทางผู้นำศาสนาอิสลามก็เห็นด้วย เพราะในเดือนรอมฎอนเป็นเดือนที่ประเสริฐ มุสลิมจะต้องทำอีบาดะห์ (ทำตามคำสอนของศาสนาอิสลาม) อย่างเต็มที่ การเดินทางไปมัสยิด เพื่อประกอบศาสนกิจก็ไม่ต้องกลัว
“ทางชมรมอีหม่ามในพื้นที่ก็ได้พูดคุยกันว่า เราจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ อยากให้ในเดือนรอมฎอน และต่อๆ ไปไม่มีเหตุเหมือนเมื่อก่อน ทุกคนจะได้สามารถประกอบศาสนกิจได้อย่างเต็มที่ ส่วนการดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ในช่วงเดือนรอมฎอนนี้ ก็มีเจ้าหน้าที่ทั้งทหารพราน ทหารบก คอยอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยให้ ตนเองก็รู้สึกอุ่นใจ ไปทำอีบาดะห์ ก็ไม่ต้องกลัวอะไร” นายดอแม็ง กล่าว
อีหม่ามมัสยิดหมู่ 2 ต.วังพญา กล่าวต่อว่า สำหรับการประกาศยุติความรุนแรงจากกลุ่มบีอาร์เอ็น ในช่วงเดือนรอมฎอนนั้น ก็เห็นด้วย แต่อยากให้ยุติความรุนแรงไปตลอด อยากให้พื้นที่กลับมาเหมือนเดิมที่มีแต่ความสงบสุข ไม่อยากให้หยุดแค่เดือนรอมฎอนเดือนเดียว ส่วนกลุ่มที่พูดคุยเพื่อสันติภาพนั้น ก็อยากให้พูดคุยกันต่อเนื่อง เพราะเห็นว่าตั้งแต่มีการพูดคุยกันนั้นเห็นความเปลี่ยนแปลงดีขึ้น
ด้านนายอับดุลพากา ฮินดี อีหม่ามมัสยิดหมู่ 1 ต.วังพญา อ.รามัน ต.ยะลา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการยุติความรุนแรงในช่วงเดือนรอมฎอน เพราะจะได้ปฎิบัติศาสนกิจได้อย่างเต็มที่ เป็นเดือนอันประเสริฐของชาวมุสลิม เหตุความไม่สงบส่งผลกระทบต่อเด็ก สตรี และคนชรา มายาวนาน ศาสนาอิสลามไม่ได้สอนให้ก่อเหตุรุนแรง ศาสนาอิสลามสอนให้ทำแต่ความดี อยากให้คนที่ก่อเหตุยุติการก่อเหตุโดยเร็ว และอยากให้ผู้ก่อเหตุหันมาศึกษาศาสนาอย่างแท้จริง



